*** ปีที่ 9 ฉบับที่ 199 ประจำวันที่ 16-30 เมษายน 2550

อเมริกาขายตรงเปลี่ยนไป

ช่วงนี้มักจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันหนาหูเกี่ยวกับ "3 กฎเหล็ก" ที่มาเลเซียได้นำออกมาประกาศใช้กับบริษัทขายตรง ซึ่งเชื่อกันว่า เป็นการสกัดกั้น "แผนไบนารี่" ไม่ให้ขยายตัวไปมากกว่านี้

รายการนี้ "สุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล" ประธานฯ บริษัท นู ไลฟ์ฯ ออกมาให้ข่าวกับสื่อหลายฉบับด้วยตนเอง และมีความพยายามที่จะให้ "สคบ." หาทางออกกฎดังกล่าว เพื่อสกัดการขยายตัวของบริษัทที่ใช้แผนการตลาดแบบ "ไบนารี่ และเมกะ แมทซ์" ในเมืองไทย

ถ้า สคบ.หรือภาครัฐคล้อยตามโดยไม่ใช้สมองคิดให้รอบคอบ ก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ที่คนไทยได้กลายเป็น "ทาส" ทางความคิดของบริษัทต่างชาติไปโดยไม่รู้ตัว 

อย่างบริษัท "นู ไลฟ์" ลองไล่เลียงดูดีๆ เมื่อ 8-9 ปี ผู้บริหารของบริษัทนี้ ยังพูดไทยไม่ชัดด้วยซ้ำไป และเพิ่งจะพูดไทยรู้เรื่องก็เมื่อไม่กี่ปีนี้เอง ที่สำคัญ "นู ไลฟ์" ชาติกำเนิดเดิมมาจาก "ฮ่องกง" สวมวิญญาณบริษัทข้ามชาติเต็มร้อย ผู้บริหารหัวใจก็ไม่คนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ กอบโกยผลกำไรออกไปจากเมืองไทยไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ในช่วงเวลานับ 10 ปี 

เหตุผลที่ "สุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล" เอาเรื่องกฎเหล็กของมาเลเซียมาป่าวประกาศให้ดูน่ากลัว ทำเหมือนกับว่า "เลขาฯสคบ." จูงจมูกได้ง่ายๆ และอาจมีความพยายามผลักดันให้ สคบ.เอามาใช้ในเมืองไทยบ้าง

ก็อย่าได้แปลกใจ เป็นใครก็ต้องทำ เพราะ "นู ไลฟ์" ชอบคุยโอ้อวดเรื่องยอดขายว่าจะทำให้ได้ปีละ 1,000 ล้านบาททุกปี แต่ยอดจริงได้ไม่ถึง 300 ล้านบาท คนเราเมื่อพูดแล้วทำไม่ได้ก็รู้สึกอาย เหมือนกับหลอกชาวบ้านให้มีความหวังไปวันๆ

นี่ไม่นับปัญหาที่ "นู ไลฟ์" ประสบอยู่ทุกวันนี้ คือ ถูก สคบ."ยึดเครื่องหมาย" บริษัทขายตรงดีเด่นคืน เนื่องจากบริษัทนี้เอาเครื่องหมายดังกล่าวไปใช้หากิน สร้างความ "น่าเชื่อถือ" ให้กับชาวบ้านโดยไม่มี "ยางอาย"

สรุปแล้ว "นู ไลฟ์" ก็ใช้วิธีการ "ครอบงำ" ชาวบ้านอยู่ดี ทำทุกวิถีทางที่จะให้คนเชื่อถือ แล้วมันต่างอะไรกับพวกบริษัทไบนารี่ที่เอาเรื่องการจ่ายผลตอบแทนเร็วมาเป็นจุดขาย

"ประกายหิน" ได้รับฟังความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญขายตรงผู้หนึ่ง ซึ่งคร่ำหวอดในเวทีต่างประเทศอย่างอเมริกามานานกว่า 20 ปี เขาพูดไว้น่าฟังมาก

"เดี๋ยวนี้บริษัทขายตรงที่ใช้แผนการตลาดแบบสแตร์ สเต็ปท์ และ SLM ในอเมริกากำลังประสบปัญหาหนัก และทำท่าจะแคระแกร็นลงไปทุกขณะ อย่างบริษัทยักษ์ใหญ่ไม่ว่าจะเป็น "แอมเวย์-เอวอน" หรืออีกหลายต่อหลายบริษัท คนอเมริกาไม่ให้ความสนใจมากว่า 10 ปีแล้ว"

การขยายฐานธุรกิจเครือข่ายของบริษัทเหล่านั้น เริ่ม "ตีบตัน" ลงไปทุกขณะ สาเหตุมาจาก บริษัท "ยูซาน่า และ ซินเนอร์จี้ฯ" ที่ใช้แผนการตลาดแบบ ไบนารี่ และ เมกะ แมทซ์ ได้ปฏิวัติแผนการตลาดแนวใหม่ ทำง่าย รายได้ดีกว่าแผนสแตร์ สเต็ปท์

ส่งผลกระทบรุนแรงกับแผนการตลาดแบบเดิมๆ ซึ่งเขาเชื่อว่า จ่ายผลตอบแทนน้อยเอาเปรียบผู้บริโภค จนเวลานี้ "แผนไบนารี่ และ เมกะ แมทซ์" มาแรงที่สุดในอเมริกา และยุโรปแล้ว แถมยังคืบคลานเข้ามาในเอเชีย เมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว

เมื่อบริษัทเก่าแก่ได้รับความเดือดร้อน ย่อมทำให้ "สมาพันธ์ขายตรงโลก" ร้อนตัว เพราะสมาชิกทั้งหมดเป็นบริษัทขายตรงที่ใช้แผนการตลาดแบบ "สแตร์ เสต็ปท์ และแผน SLM" กลุ่มบริษัทดังกล่าวได้พยายามทุกวิถีทางเพื่อ "สกัดกั้น" การขยายตัวของกลุ่มบริษัท "ไบนารี่ และ เมกะ แมทซ์" เนื่องจากไปตีฐานลูกค้าของบริษัทเก่าแก่เหล่านั้น ส่งผลให้การรักษาฐานผู้บริโภคยากมากขึ้น 

ผู้เชี่ยวชาญยังอธิบายอีกว่า ในช่วง 3-5 ปีให้หลัง กลุ่มบริษัทที่ใช้แผนสแตร์ สเต็ปท์ ซึ่งนำโดย "สมาพันธ์ขายตรงโลก" ต่างก็ออกมาเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง พยายามชูเรื่องแผน "ปิระมิด" เป็นจุดขาย เพื่อดึงความสนใจให้กับภาครัฐเข้าไปเล่นงาน

กลุ่มทุนขายตรงระหว่างประเทศ ทำทุกวิถีทางเพื่อเข้าไปมีบทบาทกับหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบและดูแลเรื่องขายตรง มีการ "ผลักดัน" ให้แก้กฎหมาย เพื่อเอื้อประโยชน์กับกลุ่มธุรกิจของตน 
คนพวกนี้มีความพยายามที่จะเข้าไปใช้กลไกของรัฐ เพื่อสร้างความ "ผูกขาด" ในเชิงการค้าทั้งทางตรงและทางอ้อม กับชาติที่ด้อยพัฒนา

ดังนั้น เมื่อบริษัทขายตรงที่ใช้แผนการตลาดแบบ "สแตร์ สเต็ปท์" ใกล้ล่มสลายในสหรัฐฯ หรือประเทศที่เจริญแล้ว ก็จำเป็นที่ต้องหาแหล่งตลาดใหม่

ประเทศในแถบเอเชีย จึงกลายเป็นเป้าหมายใหญ่ของบริษัทขายตรงยักษ์ใหญ่ เนื่องจากผู้บริโภคมีการศึกษาน้อย หลอกล่อได้ง่าย และเจ้าหน้าที่รัฐก็ยังรู้ไม่ทันกลไกในอุตสาหกรรมนี้มากนัก สามารถหาช่องทางสร้างกฎเกณฑ์มารองรับได้ตลอดเวลา

อย่างกรณีของ "มาเลเซีย" ที่ภาครัฐออก "กฎเข้ม" ไม่ให้บริษัทขายตรงจ่ายเป็นรายสัปดาห์ และไม่ให้ใช้คูปองแลกซื้อสินค้า นับว่าเป็นการ "ดิ้นเฮือกสุดท้าย" ที่บริษัทเจ้าถิ่นซึ่งครองตลาดอยู่แล้ว ได้ร่วมกันผลักดันครั้งใหญ่

ปัจจัยหลักก็เพราะการเข้าไปเปิดตลาดของ "บริษัท ยูซาน่าฯ" ซึ่งเป็น "ขายตรงมหาประลัย" เข้าที่ไหน "สแตร์ สเต็ปท์" พินาศหมด แม้แต่ที่อเมริกา บริษัทนี้เพิ่งเกิดมาไม่ถึง 10 ปี แต่สามารถครองความเป็นจ้าวตลาดขายตรงได้อย่างไม่สะทกสะท้านกับการแข่งขัน
ตอนนี้กำลังแผ่แม่เบี้ย "ขยายอาณาจักร" เข้ามาสู่กลุ่มประเทศเอเชีย เกาหลีใต้ ก็เข้ามาเปิดแล้ว มาเลเซีย ก็เปิดแล้ว ไต้หวัน ก็ได้ข่าวว่าเปิดแล้วเช่นกัน และกำลัง "จ่อหัวรบ" เข้ามาขยายตลาดเมืองไทยในอีกไม่นานนี้

เมื่อนักปฏิวัติแผนการตลาดระดับโลกอย่าง "ยูซาน่า" กำลังรุกคืบ "ตีกินตลาด" ขายตรงของบริษัทยักษ์ใหญ่ไปทั่วโลก ทำให้แต่ละบริษัทกระสับกระส่ายนั่งไม่ติดเก้าอี้ 
ยิ่งบริษัทที่ใช้แผนการตลาด "สแตร์ สเต็ปท์" ขนาดกลางลงมา มีโอกาสถูกบริษัท "ยูซาน่า" กลืนสมาชิกหายไปต่อหน้าต่อตา  

และมีการเปรียบอีกว่า บริษัท "ยูซาน่า" ไม่ต่างอะไรกับ "ซาตาน" ของกลุ่มบริษัทที่ใช้แผนการตลาดแบบ สแตร์ สเต็ปท์ เพราะถ้าบริษัทนี้เข้าไปทำตลาดในประเทศไหนก็ตาม จะทำให้ค่ายสแตร์ สเต็ปท์ หรือบริษัทที่ใช้แผนการตลาดแบบเก่าประสบปัญหาอย่างหนักในการขยายตัว

ขณะเดียวกัน ด้วยแผนการจ่ายผลตอบแทนง่าย ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค "ยูซาน่า" จึงได้รับการยกย่องจากแม่ทีมและสมาชิกว่าเป็นบริษัท "เทพ" เลยทีเดียว

"ประกายหิน" ได้ฟังแล้วถ้าเรื่องนี้เป็นความจริงอย่างที่เขาเล่ามา มันก็น่าใจหายใจคว่ำสำหรับบริษัทใหญ่ๆ เหมือนกัน และก็อยากจะเห็นบริษัทนี้เกิดขึ้นในเมืองไทยเสียแล้ว อยากรู้ว่า มันจะมีอานุภาพมากอย่างที่คนเขาโจษขานกันแค่ไหน 

ที่แน่ๆ "ขอเตือน" ภาครัฐของไทยโดยเฉพาะ "สคบ." อย่าเพิ่งไป "คล้อยตาม" กับกฎหมายของมาเลเซียให้มากนัก เห็นเขาทำก็อยากเอาบ้าง โดยไม่รู้ลึกว่า "หลังฉาก" จริงๆ มีการจ่ายเงินใต้โต๊ะเจ้าหน้าที่รัฐที่มีบทบาทในออกกฎหมายเพื่อ "สกัดค่ายคู่แข่ง" หรือไม่

ที่นี่เมืองไทย..!! ไม่ใช่มาเลเซีย หน่วยงานรัฐจะต้องศึกษาปัญหาสังคม และความต้องการของคนไทยให้รอบคอบ "อย่าเห็นช้างขี้แล้วขี้ตามช้าง" ไม่ใช่เห็นข้อแสนอของบริษัทต่างชาติอย่าง "นู ไลฟ์" นำเสนอแล้วทำตาม โดยไม่ได้มองฐานะ และความรู้ของคนในชาติว่าเป็นอย่างไร 

ไม่ใช่เห็นใครบอกว่าอันนั้นอันนี้ดี ก็หูผึ่งไปคล้อยตามเขาทั้งหมด แค่หวังอยากให้คนยกย่องว่า "ทันสมัย" โดยไม่ยอมชั่งนำหนักด้วยมันสมองของตัวเอง กฎหมายถ้าแก้แล้ว ครั้นจะแก้คืนมันยาก เพราะมันไม่ง่ายเหมือนแก้ผ้า ซึ่งจะแก้เมื่อไหร่ก็ได้ 

ทางที่ดี ภาครัฐจะต้องตระหนักให้มากว่า ทำอย่างไรถึงจะให้บริษัทขายตรงของคนไทยสามารถลืมตาอ้าปากอยู่ในสังคมนี้ได้ ไม่ใช่ทำทุกวิธีทางเพื่อ "บีบคอ" ให้คนไทยกลายเป็นโจรอยู่เรื่อย 

ยิ่ง "เลขาฯ สคบ." ชอบอ้างว่า เป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะต้องตระหนักให้รอบคอบ และทำเพื่อคนไทยให้มากกว่าใครเพื่อน!!

ไม่ใช่ไปเอาใจต่างชาติ มันจะกลายเป็น "ขายชาติขายแผ่นดิน" ไป