198, 199, 200, 201, 202 ,203

ฉบับที่ 204 ประจำวันที่ 1-15 กรกฎาคม 2550

ขายตรงไทย
ต้องเปลี่ยนโฉมใหม่ในปี2555

ชูแผนรบสุดขอบฟ้า อีก 5 ปีขายตรงไทยค่ายบสแตร์ สเต็ปทืต้องเปลี่ยนโฉมใหม่  “จอมวางแผนรบ” ที่เคยพลิกฟ้าพลิกวงการขายตรงไทยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมาแล้ว ประกาศหาพันธมิตรค่ายสแตร์ สเต็ปท์หน้าใหม่ 5 ค่าย ร่วมก่อหวอดทำสงครามช่วงชิงผู้บริโภคแบบทะลุมิติ เป้าหมาย เพื่อพลิกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับขายตรงไทยในระบบสแตร์ สต์ปท์ ภายในปี 2555 การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และความต้องการในรูปแบบใหม่ๆ จะเกิดขึ้นกับสมาชิกขายตรงในซีกนี้ 1 ใน 3 ของสมาชิกทั้งระบบแน่นอน  

ถือเป็นประจำทุกปีที่ “หนังสือพิมพ์ตลาดวิเคราะห์” ฉบับครบรอบจะต้องออกมา “วิเคราะห์” สถานการณ์รบ และอนาคตของธุรกิจเครือข่ายไทยว่าจะเดินไปในทิศทางใด การแข่งขันจะเป็นอย่างไร อะไรคือสัญญาณบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ วิเคราะห์ทุกครั้งเข้าเป้าทุกครั้ง

นี่คือ ฉบับที่ก้าวสู่ปีที่ 10 เป็นการก้าวสู่ 1 ทศวรรษอย่างสมศักดิ์ศรี ที่ยังไม่มีเคยสื่อ “รายปักษ์” ฉบับไหนเดินทางมาไกล และก้าวสู่ความเป็นหนึ่งได้ถึงเพียงนี้

“ทีมงานของเรา” ได้สะสมประสบการณ์ทางด้านข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ “ธุรกิจเครือข่าย” มาทุกแง่ทุกมุมทุกซอกหลืบของธุรกิจเครือข่าย รู้ทั้เงแง่ลบและมุมบวก และมุมมืดและมุมสว่าง และมีส่วนช่วยผลักดันสร้าง “กลไกใหม่ๆ” เพิ่มองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้เกิดความเป็นจริงขึ้นในสังคมนี้

ศึกษาตำนานในอดีต
ดีดกระแสเป็นจริงในปัจจุบัน

เมื่อ 6-7 ปีที่ผ่านมา “ทีมงานของเรา” ยังเคยวิเคราะห์แบบไม่กลัว “หน้าแตก” ชิดหมอไม่รับเย็บ ถึงสถานการณ์อุตสาหกรรมขายตรงไทยทั้งระบบไว้ล่วงหน้าเลยว่า จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แน่นอน กล่าวคือ ขายตรงจะแบ่งขั้นแบ่งกลุ่มออกเป็น 2-3 ฝ่ายด้วยกัน

กลไกการแข่งขัน ของแต่ละกลุ่มจะมีความ “ดุเด็ดเผ็ดร้อน” ใครดีใครอยู่ “สื่อขายตรง” จะต้องแตกขั้วออกเป็น 2-3 กลุ่มเช่นกัน

ในช่วงเวลา 3-4 ปีที่ผ่านมา ภาพต่างๆ ก็ปรากฏให้เห็นตามที่ได้วิเคราะห์ไว้อย่างเด่นชัด จะเห็นว่า เมื่อปี 2546 – 2548 “ธุรกิจขายตรงไทย” ได้แบ่งออกเป็น 3 ขั้วอำนาจจริงๆ 1. ขั้วใหญ่จ้าวสังเวียน ก็คือ บริษัทที่อยู่ใน “สมาคมการขายตรงไทย” ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ ที่ใช้แผนการตลาดแบบ “สแตร์ สเต็ปท์” ขั้วที่ 2  คือ “สมาคมอุตสาหกรรมขายตรงไทย” ขั้วนี้จะมีบริษัททั้งที่ใช้แผนสแตร์ สเต็ปท์ และแผนไบนารี่เป็นสมาชิก ส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทขนาดกลาง และเอสเอ็มอี

สวนขั้วที่ 3 ก็คือ “ชมรมนักธุรกิจขายตรงไทย” ขั้วนี้มีบริษัทที่ใช้แผนการไบนารี่ล้วนๆ (จับมือกันหลวมๆ) มีสมาชิกตั้งแต่บริษัทที่มียอดขายปีละ 50 ล้านบาท ไปจนถึงบริษัทที่มียอดขายเกือบ 2,000 ล้านบาท อยู่หลายสิบบริษัท 

ขั้วที่ 3 นี่แหละคือตัวแปรสำคัญในช่วง 6-7 ปีก่อน เพราะเป็นขั้วน้องใหม่ที่เข้ามามีบทบาทในการ “พลิกโฉมใหม่” และ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคในวงการขายตรงไทยอย่างมาก 

ซึ่งถูกมองว่า เป็นกลุ่มบริษัทสีเทา ที่ส่อไปในทางเล่นมันนี่เกมส์ ตอนนั้นวงการขายตรงไทยไม่น้อย ต่างก็จุดกระแสร้อนแรงว่า “นสพ.ตลาดวิเคราะห์” คือ หัวหอกสำคัญที่อยู่เบื้องหลังในการเดินเกมรบให้กับกลุ่มบริษัทดังกล่าวจนลืมตาอ้าปากมาได้จนถึงทุกวันนี้ทั้งระบบ 

“ทีมงานของเรา” ก็ไม่ได้ปฏิเสธ แถมยังออกมา “แอ่นอก” ยอมรับอย่างเปิดเผย ไม่มีการปิดบังหลบอยู่หลังฉากแต่อย่างใดว่า ตั้งแต่ปี 2544-2547 “ทีมงานของเรา” มีส่วนเกี่ยวข้องมากๆ ในการเปลี่ยนแปลงด้านความคิด เปลี่ยนแปลงกลไกลในเกมการแข่งขันโดยภาพรวม 

และมีส่วนเกี่ยวข้องในการร่วมวางแผนรบ เพื่อพลิกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับอุตสาหกรรมไทย เพื่อต้องการให้ประชาชน หรือผู้บริโภคสัมผัสสิ่งใหม่ๆ และมีทางเลือกมากขึ้น 

การที่ “ทีมงานของเรา” ได้ออกมาเปิดเผยอย่างโจ่งแจ้งในช่วงนั้น ถูกกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงจากบริษัทที่เสียประโยชน์เป็นแนวกว้าง มีการถกเถียงและวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา โดยเฉพาะในกลุ่มบริษัทที่เสียประโยชน์ไม่มีค่ายไหน เห็นด้วยกับแนวทางการทำงานในเชิงสร้างสรรค์ของเราในช่วงนั้น

จนทำให้สื่อขายตรงที่เกิดขึ้นมาในช่วงเวลาดังกล่าว ใช้จุดอ่อนตรงนี้แหละ ไว้เป็น “เครื่องมือ” เพื่อต่อรองในการแสวงหาประโยชน์ ซึ่งจะได้มาในรูปแบบโฆษณา โดยชี้ให้ผู้ประกอบการค่ายสแตร์ สเต็ปท์มองเห็นว่า “นสพ.ตลาดวิเคราะห์” เป็นสื่อสีเทาที่ไปให้การสนับสนุนบริษัทที่ใช้แผนการตลาดแนวใหม่ คือ ไบนารี่ 

ใครก็ตามที่ “สื่อขายตรง” ที่เกิดขึ้นมาใหม่  ถ้าไม่ประกาศตัวอย่างชัดเจนว่า อยู่คนละซีกกับ “นสพ.ตลาดวิเคราะห์” จะไม่มีสิทธิ์แจ้งเกิดได้สำเร็จ และ จะไม่ได้รับการสนับสนุนโฆษณาจากบริษัทที่ใช้แผนสแตร์ สเต็ปท์อย่างแน่นอน

ฉะนั้น จะเห็นว่า ในช่วงดังกล่าว สื่อขายตรงที่มีอยู่ 4-5 ฉบับ ต่างก็อยู่ในสังกัดร่วมเป็นพันธมิตรกับบริษัทที่ใช้แผนการตลาดแบบสแตร์ สเต็ปท์ทั้งสิ้น ส่วนนสพ.ตลาดวิเคราะห์ฉบับเดียวที่ถูกโดดเดี่ยว และถูกบอยคอตมากว่า 6-7 ปี แถมยังถูกผลักให้เข้าไปอยู่ในสังกัดค่ายไบนารี่จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน เป็นแบรนด์สินค้าที่ใช้ร่วมกันตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา 

เพราะทุกสื่อตอกย้ำแบรนด์อยู่ตลอดเวลาว่า เราเป็น “ผู้อยู่เบื้องหลัง” ที่ทำให้ค่ายไบนารี่ทั้งหมดอยู่มาสได้จนถึงทุกวันนี้ ซึ่งเป็น “หอกข้างแคร่” ให้กับบริษัท สแตร์ สเต็ปท์บางค่ายที่ผู้ประกอบการมีวิสัยทัศน์และความคิดคับแคบ

ยกเว้นบริษัท แอมเวย์ และสมาคมการขายตรงไทย ในฉบับครบรอบมักจะผูกมิตรไมตรีให้การสนับสนุนร่วมแสดงความยินดีประจำทุกปี ส่วนบริษัท คังเซน-เคนโกฯ ที่ให้การสนับสนุนโฆษณาปีละ 2-3 เดือน นั่นก็ในฐานะที่ผู้บริหารมีความสนิทสนมต่อกัน

หรืออย่างบริษัท สปอร์ตทรอนฯ, บริษัท จีไลฟ์, บริษัท แด๊กซินฯ และอีก 3-4 บริษัทในซีกสแตร์ สเต็ปท์ นั่นเพราะระดับผู้ประกอบการไม่ได้มอง “ตลาดวิเคราะห์” อย่างมีอคติแต่อย่างใด

จะเห็นว่า ในช่วงที่ผ่านมา การทำงานของเรามีความเป็นกลาง และเป็นเอกภาพที่สุด ลงข่าวทุกซีกทุกแผนการตลาด และทุกด้านของวงการขายตรงไทย และไม่มีค่ายไหนมาสั่งให้ทีมงานของเราห้ามลงข่าวและโฆษณาบริษัทที่อยู่คนละซีกกับตน 

 “ทีมงานของเรา” ไม่ได้อุปโหลกแต่งนิยายสร้างเรื่องขึ้นมาขาย แต่มันเกิดขึ้นจริงๆ ในวงการขายตรงไทยเมื่อ 5-6 ปีที่ผ่านมา และเมื่อปลายปี 2548 ผู้บริหารของสื่อขายตรงฉบับหนึ่ง ได้ออกมายอมรับกับผู้บริหารนสพ.ตลาดวิเคราะห์ว่า

 “ผมยอมรับคุณจริงๆ นี่ขนาดตลาดวิเคราะห์ถูกสื่อทุกฉบับคอยบลั๊บ พากันรุมกระทืบ และโจมตีตลาดวิเคราะห์ต่อหน้าผู้ประกอบการขายตรงในสมาคมฯ ลับหลัง โดยเสนอเงื่อนไขไม่ให้ค่ายสแตร์ สเต็ปท์สนับสนุนลงโฆษณา และร่วมมือกันบอยคอต แต่คุณก็ยังยืนหยัดอยู่อย่างแข็งแกร่ง และมีโฆษณามากที่สุด จนทำให้สื่อขายตรงหลายฉบับเขาอิจฉาคุณ และเริ่มพากันเดินตามคุณ เดี๋ยวนี้เขาไปหากินกับค่ายไบนารี่กันหมดแล้ว ทำให้ภาพของการแบ่งขั้วกลุ่มขายตรง และสื่อขายตรงแทบไม่มีเหลืออีกแล้วในเวลานี้” เจ้าของสื่อขายตรงฉบับหนึ่งกล่าว

 “ทีมงานของเรา” ไม่ได้มองเพียงแค่คำพูดเหล่านี้ มาเป็นจุดสร้างความพึงพอใจหรือไม่อย่างไร แต่เรากำลังมองภาพรวมของการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมขายตรงทั้งระบบที่ผ่านมา  

ก็ต้องยอมรับว่า แผนไบนารี่เกิดการเพื่องฟูที่สุด ได้รับความนิยมมากที่สุดมาตั้งแต่ปี 2544-ปัจจุบัน แต่ความเป็นไบนารี่เพียวๆ หรือบริษัทขายตรงรายใดก็ตามที่ใช้แผนการตลาดดังกล่าวโดยไม่มีการผสมผสานแผนการแผนตลาด อาทิ ยูนิเลเวล หรือ สแตร์ สเต็ปท์เข้าไปด้วย

แผนไบนารี่มีปัญหา
คนเริ่มไม่เห่อเหมือนเมื่อก่อน

 “ทีมงานของเรา” บอกได้เลยแบบไม่ต้องคิดว่า ค่ายไบนารี่ที่ว่านั้น ไปไม่รอดแน่นอน เมื่อมีสมาชิกเป็นแสนๆ หรือหลายแสนรหัส จะไม่สามารถจ่ายผลตอบแทนได้ ในที่สุดก็ต้องปิดตัวเองลงไป

ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทที่ใช้แผนไบนารี่อย่างเดียว ได้หันมาปรับกระบวนยุทธ์ครั้งใหญ่เมื่อปี 2546 นั่นคือ การนำไปผสมพันธุ์กับแผนสแตร์ สเต็ปท์จนไม่มีเหลือ ยกเว้นบริษัทไบนารี่ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อ “ตุ้มตุ๋นหลอกลวงผู้คน” พวกนี้จะยังใช้แผนการตลาดไบนารี่เพียวๆ เพื่อดึงดูดคนเข้ามาสู่ระบบ

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีค่ายไบนารี่เกิดสะดุดขาตัวเองบ่อยๆ  มีการปรับเปลี่ยนแผนการตลาดหลายครั้ง ส่งผลให้สมาชิกเริ่มจะไม่แน่ใจว่า ในอนาคตไบนารี่จะยิ่งใหญ่ไต่ยอดขายไปได้ถึงหลักหลายพันบ้านหรือไม่

และมีคำถามตามมาอีกว่า ค่ายไบนารี่ ยังจะได้รับความนิยมในเมืองไทยไปอีกนานแค่ไหน หรืออย่างแผนการตลาดไตรนารี่ (3 ขา) รวมไปถึงแผนเม็กกะ แมทซ์  เหล่านี้ ต่างก็พัฒนามาจากแผนไบนารี่ทั้งสิ้น อนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป

เพราะการส่งสัญญาณของค่ายยักษ์ใหญ่ที่ใช้แผน “เม็กกะ แมทซ์” อย่าง “อมตะ” ยังต้องสะดุดขาตัวเองอย่างไม่มีเหตุผล กำลังถูกจับตาของคนขายตรงเป็นอย่างมาก

และเป็นเกมท้าท้ายในการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวงการขายตรงไทย ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อไร่ก็ได้ ทำให้ผู้คนในสังคมนี้เริ่มฉุกคิด คำนวณบวกลบคูณหารเพื่อประกอบการตัดสินใจเพิ่มมากขึ้น

ขณะเดียวกัน บริษัทที่ใช้แผนการตลาดแบบสแตร์ สเต็ปท์ เอาเฉพาะค่ายที่เกิดขึ้นมาใหม่ๆ ในรอบ 1-2 ปี “ตายสนิท” ไม่มีค่ายไหนแจ้งเกิดได้สำเร็จแม้แต่ค่ายเดียว  เพราะกระแสอบวกสั่นสะเทือนของแผนกรตลาดที่จ่ายแรง จ่ายเร็วอย่างไบนารี่ และเม็กกะ แมทซ์ยังได้รับความนิยมสูงสุดอยู่ 

แต่ภายใต้ความนิยมชมชอบสูงสุดของแผนไบนารี่ ก็มีผู้คนเป็นจำนวนไม่น้อย ที่ไม่ชอบเข้าไปร่วมสังฆกรรมกับบริษัทที่ใช้แผนการตลาดดังกล่าว และกระแสเห่อเริ่มลดน้อยถอยลงไป

และยากที่จะปฏิเสธได้ เมื่อค่ายสแตร์ สเต็ปท์ในยุคนี้มีให้เลือกเฉพาะค่ายเก่าๆ อยู่จำนวนแค่กว่า 10 บริษัทเท่านั้น ซึ่งหลายคนมองว่า ถ้าไปเริ่มต้นใหม่จากค่ายเหล่านี้ โอกาสจะก้าวขึ้นตำแหน่งสูงๆ ในเวลาอันสั้นค่อนข้างจะเป็นไปได้ยากลำบาก 

โดยเฉพาะค่ายสแตร์ สเต็ปท์ที่เกิดใหม่ หากไม่มีอะไรเป็นที่น่าสนใจ ยิ่งวิสัยทัศน์ของผู้ประกอบการ รวมถึงแผนการตลาด สินค้าไม่เป็นที่สะดุดตาจริง น่าจะปิดประตูตายไปได้เลย

เมื่อบริษัทที่ใช้แผนสแตร์ สเต็ปท์หน้าใหม่ ไม่สามารถแจ้งเกิดได้ในชั่วโมงนี้ แม้แต่ค่ายเก่าๆ ก็ได้รับผลกระทบจากการดูดดึงสมาชิกไปไม่น้อยในช่วงเวลาที่ผ่านมา 

จับตาการเปลี่ยนแปลง
ค่ายสแตร์ สเต็ปท์

จะเห็นว่า ค่ายสแตร์ สเต็ปท์หลายราย เริ่มมีการปรับปรุงโฉมหน้าใหม่ให้ทันสมัยมากขึ้น สปอร์ตทรอนน่าจะเป็นค่ายแรกที่พลิกโฉมใหม่ของแผน สแตร์ สเต็ปท์ คือ จ่ายมากและเร็วขึ้น จากเดิมคือจ่ายภายใน 30 วัน ก็ปรับมาจ่ายเป็นราย 10-15 วัน ช่วงนั้นส่งผลให้ยอดขายพุ่งกระฉูดแทบไม่เชื่อสายตา แต่ก็มาสะดุดขาตัวเองอย่างน่าเสียดายในเรื่องของสินค้า 

นอกจากนั้นก็มีบริษัทที่ใช้แผนการตลาดแบบสแตร์ สเต็ปท์อีก 2-3 ค่ายได้มีการปรับเรื่องเงื่อนไขระยะเวลาการจ่ายผลตอบแทนจาก 30 วันมาเป็น 15 วัน แม้แต่ ค่ายสุพรีเดอร์มเอง ช่วง 2-3 เดือนได้มีสมาชิก 3-4 คนโทรมาปรึกษาทีมงานของเราว่า สายงานได้ย้ายไปอยู่ค่ายอื่นจนแทบจะไม่เหลือแล้ว ทำให้รายได้หดไปมาก อยากจะให้ทีมงานของเราช่วยแนะนำหน่อยว่าควรจะทำอย่างไร แต่เขาบอกว่า ไม่ชอบไบนารี่ อยากจะทำสแตร์ สเต็ปท์ว่า มีค่ายไหนที่ได้ปรับแผนการตลาดที่จ่ายเร็วบ้าง

ทีมงานของเราได้แนะนำกลุ่มคนดังกล่าวไปตามเนื้อผ้า หลังจากนั้นอีก 2 สัปดาห์ ก็ได้รับโทรศัพท์จากสมาชิกของสุพรีเดอร์มกลุ่มเดิมโทรมาแจ้งว่า

“ขณะนี้บริษัทได้ปรับแผนการตลาดใหม่จากเดิมจ่ายทุกๆ 30 วัน แต่ปัจจุบันได้ปรับลงมาเป็น 15 วัน แถมยังให้รักษายอดขายเดือนละ 1,500 พีวี จากเดิมเคยรักษายอดเดือนละ 3,000 พีวี พอบริษัทประกาศปรับแผนการตลาดใหม่ ทำให้สายงานที่ย้ายออกไปอยู่ที่อื่น เริ่มกลับเข้ามาอีกแล้ว”

 

สลายขั้วสื่อ-บริษัทขายตรง
แต่ละฉบับไม่ซ้ายหันขวาหัน

    นี่คือ สัญญาณบ่งชี้ให้เห็นเด่นชัดว่า แผนการตลาดไบนารี่เป็นตัวแปรสำคัญที่สุด ที่ทำให้บริษัทขายตรงในเมืองไทยเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานอย่างมาก โดยเฉพาะค่ายสแตร์ สเต็ปท์ไม่อาจหยุดอยู่กับที่ได้

    แผนโจมตีค่ายคู่แข่งอย่างกลุ่มไบนารี่ว่าเป็นพวกสีเทา และแก๊งปั่นเงินนั้น ดูเหมือนว่า จะไม่มีน้ำหนักอีกต่อไป เนื่องจาก “สื่อขายตรง” ทุกฉบับที่มีอยู่ปัจจุบันนี้ ได้กลายพันธุ์และเปลี่ยนพฤติกรรมในการเสนอข่าวกันหมดแล้ว

    ไม่มีสื่อฉบับไหนคอยเป็นกระบอกเสียงให้กับบริษัทสแตร์ สเต็ปท์แบบหัวชนฝาอีกต่อไป 

    แถมระดับคีย์แมนคนสำคัญของสื่อขายตรงหลายฉบับ เดินเข้าออกบริษัทที่ใช้แผนการตลาดแบบไบนารี่มากเป็นพิเศษ บางคนถึงกับยอมขายตัวเอง คอยเอาข้อมูลในทางลบของบริษัทสแตร์ สเต็ปท์ที่ตนเองเคยคบหา ซึ่งมีจุดอ่อนอยู่หลายประเด็น ไปเปิดเผยเพื่อเชื่อมสีมพันธ์กับผู้ประกบการบริษัทไบนารี่ด้วยซ้ำไป เพื่อให้ใช้เป็นอาวุธในการแข่งขัน ทั้งนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนกับการลงโฆษณาในสื่อของตน

    นั่นคือ การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมที่เกิดขึ้นในวงการขายตรงไทย มันเริ่มมาตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา เริ่มตั้งแต่บริษัทน้องใหม่ที่ไปจดทะเบียนกับสคบ. ซึ่งส่วนใหญ่ใช้แผนไบนารี่ ทำให้สื่อขายตรงหลายฉบับมองเห็นลู่ทางด้านการตลาด และโฆษณาแจ่มใส เพราะกลุ่มนี้มีการขยายตัวมากขึ้นทุกปี ดีกว่าไปจมปรักเกาะกินโฆษณากับบริษัทที่มีอยู่จำนวนจำกัด

    “ยอมรับว่า บริษัทสแตร์ สเต็ปท์ค่ายใหม่ๆ แทบไม่มีเกิดขึ้นมาเลยในช่วง 1-2 ปีนี้ โฆษณาที่ได้รับก็หมุนเวียนแค่ 10  กว่าบริษัท สื่อที่มาหากินในกลุ่มน้ก็มีตั้ง 4-5 ฉบับ ก็ต้องแบ่งๆ กันไป ก็เลยถูกกลุ่มบริษัทขายตรงเหล่านี้กดราคาลงมาก แถมยังต้องเพิ่มออฟชั่นแถมฟรีอีกมากมาย บางทีมันก็ไม่คุ้มแต่ก็ต้องเอาไว้ก่อน” สื่อขายตรงรายหนึ่งออกมายอมรับตรงๆ   

    ผู้ประกอบการขายตรงที่ใช้แผนการตลาดสแตร์ สเต็ปท์รายหนึ่งตั้งข้อสงสัยว่า   เมื่อแผนไบนารี่มันล่อแหลมต่อการปิดตัวง่าย แล้วทำไมคนถึงยังให้ความสนใจอยู่ และแรงขึ้นทุกวัน ที่เห็นๆ บริษัทใหม่ๆ ที่ไปจดทะเบียนกับสคบ.มีมากกว่า 90% ล้วนเป็นแผนไบนารี่ประยุกต์ทั้งสิ้น  

    “ทีมงานของเรา” ก็พอจะบอกได้ว่า บริษัทไบนารี่ที่ได้รับความนิยมโดยกระแสยังไม่ตกนั้น เพราะส่วนใหญ่ล้วนอาแผน 2 ขาไปผสมผสานในการจ่ายกับแผนขั้นบันไดหรือสแตร์ สเต็ปท์ มันเป็นการพัฒนานวัตกรรมแผนการตลาดแนวใหม่ 

    จากการเข้ามาเปิดตลาดในเมืองไทยอย่างเต็มรูปแบบของค่ายไบนารี่เมื่อ 7-8 ปีที่ผ่านมา ทำให้ “ทีมงานของเรา” สามารถแจกแจงได้ว่า เมื่อเริ่มเปิดตัวใหม่ๆ ค่ายไบนารี่ ให้เกิดระทึกสุดๆ ส่งผลกระทบรุนแรงกับค่ายสแตร์ สเต็ปท์เป็นอย่างมาก ถือเป็นคู่ปรับมหากาฬเลยทีเดียว เนื่องจากแผนดังกล่าวยังใหม่สำหรับคนไทย ย่อมได้รับการตอบสนองอย่างหวือหวาจนน่ากลัว

    หลังจากบริษัทไบนารี่ได้ดำเนินการไปได้ 4-5 ปี ซีกค่ายสแตร์ สเต็ปท์ได้มองเห็นจุดอ่อนของไบนารี่อยู่หลายสเต็ปท์ด้วยกัน ทำให้หลายค่ายพอจะแก้เกมไม่ให้สมาชิกของตนเองไหลออกไปอยู่กับค่ายไบนารี่ได้ไม่น้อย กอปรกับแผนไบนารี่เองก็มีจุดอ่อนอยู่หลายอย่าง

    พอมาถึงตรงนี้ก็พอจะสรุปได้ว่า การแข่งขันระหว่างไบนารี่กับสแตร์ สเต็ปท์ทุกวันนี้ โดยเฉพาะในปี 2549 เป็นต้นมา มันเริ่มจะกร่อยๆ ลงไปอย่างเห็นได้ชัด

    เพราะกระแสค่ายไบนารี่ไปดูดดึงสมาชิกค่ายสแตร์ สเต็ปท์มีน้อยลง ปัจจัยหลักอาจสืบเนื่องมาจากค่ายสแตร์ สเต็ปท์หลายค่ายได้มีการปรับตัวกันครั้งใหญ่ ผลตอบแทนก็เริ่มจ่ายเร็วและมากขึ้น ไม่เอาเปรียบสมาชิกเหมือนเมื่อก่อน

    ต้องยอมรับว่า คนขายตรงจำนวนมากที่ไม่อยากจะทำกับค่ายไบนารี่ เพราะมีความรู้สึกว่า จะต้องเหนื่อยตลอดเวลา ต้องตื่นตัวอย่างต่อเนื่อง หยุดนิ่งไม่ได้ ส่วนแผนสแตร์ สเต็ปท์ถึงเหนื่อยยังไงก็พอมีเวลาพักผ่อนบ้าง หรือเชื่อว่าแผนนี้สามารถใช้สำหรับการเกษียณอายุในยามแก่ได้

    ในที่สุด การแข่งขันในวันนี้ ค่ายไบนารี่กลับกลายเป็นว่า คอยแข่งขันกันเองในกลุ่ม ซึ่งมีบริษัทขยายตัวเป็นจำนวนมาก แม่ทีมมีค่าตัวสูง และเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างเห็นได้ชัด

    แผนการดึงดูดผู้นำจากค่ายคู่แข่งจึงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่าแม่ทีมที่มาจากค่ายสแตร์ สเต็ปท์พูดถึงความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องลำหักลำโค่นแล้ว สู้ คนที่เป็นแม่ทีมมาจากค่ายไบนารี่ไม่ได้

    เมื่อบริษัทเกิดมาก จึงส่งผลให้แม่ทีมระดับหัวแถวขาดแคลน จึงเกิดกลุ่มแม่ทีมหัวหมอจำนวนหนึ่ง แท็กทีมเพื่อไปต่อรองผู้ประกอบการที่ไม่มีความเชี่ยวชาญทางด้านขายตรง และอยากให้บริษัทเติบโตเร็วๆ ในทีสุดก็แค่หลอกคนเข้าไป ไม่มียอดขาย ส่งผลให้บริอษัทไปไม่รอด แล้วก็ปิดตัวไป

    นี่คือ จุดเสื่อมของค่ายไบนารี่ที่เกิดขึ้น

ระทึกห้ามกระพริบตา
ปี’55 พลิกโฉมใหม่แผนสแตร์ฯ

    ขณะที่ ค่ายสแตร์ สเต็ปท์ทุกวันนี้ เริ่มจะไม่มองค่ายไบนารี่เป็นคู่แข่งที่สำคัญอีกต่อไป เนื่องจากหลายค่ายสามารถพัฒนาแผนการตลาดเพื่อการแข่งขันกับค่ายไบนารี่ได้เป็นที่พอใจ แม้จะเอาชนะในเรื่องการจ่ายผลตอบแทนไม่ได้ แต่ก็ชนะใจสมาชิกที่ภักดีต่อแผนการตลาดแบบสแตร์ สเต็ปท์ได้ไม่น้อย การเคลื่อนย้ายจึงมีไม่มากเหมือนเมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมา

    และกลับกลายเป็นว่า ค่ายสแตร์ สเต็ปท์กำลังอยู่ระหว่างชิงไหวชิงพริบ วางเกมเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในทุกๆ ด้าน ยิ่งบริษัทระดับกลางดูเหมือนจะเล่นเกมบุกหนัก เพราะสามารถปรับเปลี่ยนภายในองค์กรได้อย่างง่ายดาย จะเห็นว่ายักษ์ใหญ่สแตร์ สเต็ปท์จะอยู่ในอาการตั้งรับ และมุ่งพัฒนาคุณภาพของบุคลาการมากกว่าที่จะไปแข่งแย่งลูกค้าหน้าใหม่ๆ ในปริมาณเพิ่มมากขึ้น

    “ทีมงานของเรา” ได้บวกลบคุณหาร กอปรกับได้เฝ้ามองดูเกมการแข่งขันที่เกิดขึ้นในรูปแบบใหม่ๆ ของค่ายสแตร์ สเต็ปท์ที่ได้นำออกมาใช้ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานี้อย่างใกล้ชิดติดขอบเวที พบว่า กลุ่มนี้กำลังทำสงครามจิตวิทยาดูดดึงสมาชิกของตนไม่ให้ไหลไปอยู่ค่ายอื่น รักษาฐานลูกค้าเดิม มุ่งเน้นเพิ่มคุณภาพ และให้ซื้อซ้ำแค่นั้นก็น่าจะประสบความสำเร็จระดับสูงแล้ว

    เนื่องจากแต่ละค่ายของฝั่งสแตร์ สเต็ปท์ เริ่มจะมีความเชื่อมั่นแล้วว่า อนาคตค่ายไบนารี่คงไม่โตไปมากกว่านี้แน่

    แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุด คือ แผนสแตร์ สเต็ปท์สายพันธุ์ใหม่ ที่เริ่มเกิดขึ้นในเมืองไทยแล้วเวลานี้ มันเป็นแผน “ประยุกต์” การทำงานโดยใช้รูปแบบการเดินเกมรบแบบไบนารี่ เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพให้กับแผนสแตร์ สเต็ปท์

    เกมรบครั้งนี้มีเดิมพันไว้สูงมาก เพราะผู้ที่อยู่เบื้องหลังยุทธศาสตร์นี้ คงเป็นอื่นไปไม่ได้ เขาเคยวางแผนรบให้กับบริษัทขายตรงประสบความสำเร็จมาแล้วนับไม่ถ้วน และเป็นหนึ่งในการพลิกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการขายตรงไทยมาแล้ว 

    ที่แน่ๆ เวลานี้มีค่ายขายตรงที่ใช้แผนการตลาดแบบสแตร์ สเต็ปท์น้องใหม่ให้ความสนใจกับเกมรบสายพันธุ์ใหม่นี้อยู่ 1-2 ค่าย

    แต่นักปฏิวัติวงการขายตรงไทยผู้นี้กล่าวกับ “ทีมงานของเรา” ว่า “ผมต้องการจับมือกับค่ายสแตร์ สเต็ปท์หน้าใหม่สัก 5 ค่าย เพื่อใช้เป็นโครงการนำร่อง เอาที่เปิดใหม่ๆ ยิ่งดี ไม่จำเป็นต้องใหญ่มากนัก เดี๋ยวคนจะมองว่า ผมอิงเงินทุนมหาศาลถึงได้ทำสำเร็จ บอกก่อนผมวางแผนรบให้ฟรี ยิ่งในช่วงที่ค่ายสแตร์ สเต็ปท์หน้าใหม่ไม่มีสิทธิ์แจ้งเกิดได้ ผมจะเอาจังหวะนี้แหละทะลุกระแสที่มันตกต่ำ สร้างความโดดเด่นให้กับค่ายสแตร์ สเต็ปท์หน้าใหม่ให้สามารถแจ้งเกิดได้ เป้าหมายของผม เพื่อต้องการมีส่วนร่วมในการพลิกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับแผนการตลาดแบบสแตร์ สเต็ปท์อีกครั้ง นี่คือ เกมรบรูปแบบใหม่ที่ผมจะนำมาใช้ ซึ่งผมมีรูปแบบการทำงานที่เหนือชั้นกว่าค่ายสแตร์ สเต็ปท์ที่มีอยู่ในปัจจุบันทั้งหมด”

    และตั้งเป้าไว้ว่า ภายในเวลาไม่เกิน 5 ปี หรือปี 2555 ผมจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสมาชิก และผู้บริโภคใหม่ ผมจะเปลี่ยนแปลงความคิด และความต้องการใหม่ สร้างความพึงพอใจที่เหนือกว่าสิ่งเดิมๆ ให้กับคนในระบบสแตร์ สเต็ปท์ต้องตะลึง อย่างน้อยต้องไม่ต่ำกว่า 1 ใน 3 ของคนทำสแตร์ สเต็ปท์ ที่มีอยู่ทั้งระบบ

    “ผมเชื่อว่า ถ้าเจ้าของบริษัททั้ง 5 ค่าย ที่ผมจะจับมือเป็นพันธมิตรด้วยนั้น ซึ่งตอนนี้มี 2 ค่ายแล้วที่ให้ความสนใจ ยังเหลืออีก 3 ค่าย  ก็กำลังรอดูอยู่ว่าใครจะสนใจในเกมพลิกประวัติศาสตร์ครั้งนี้บ้าง หากพวกเขามีความเข้าใจในยุทธศาสตร์ที่ผมวางไว้ อุตสาหกรรมขายตรงไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้งแน่นอน” จอมวางรายนี้กล่าว

    มาถึงตรงนี้ ทำให้ “ทีมงานของเรา” กล้าฟังธงแบบไม่ยั้งมือว่า ต่อไปนี้เกมการแข่งขันของขายตรงไทยจะต้องเปลี่ยนไปอีกมิติหนึ่ง กล่าวคือ ค่ายไบนารี่จะไม่ใช่คู่แข่งสำคัญกับค่ายสแตร์ สเต็ปท์อีกต่อไป เนื่องจากสมาชิกกลุ่มนี้ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากจะไม่ชอบที่จะเข้าไปร่วมธุรกิจกับค่ายไบนารี่

    ส่งผลให้ค่ายไบนารี่จะต้องแข่งขันกันเอง ดูดดึงแม่ทีมจากค่ายนั้นไปค่ายนี้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทุกค่ายจะต้องยอมรับกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นให้ได้ 

    ขณะเดียวกัน ค่ายสแตร์ สเต็ปท์ ก็จะถูกพัฒนาแผนการรบแนวใหม่ เพื่อแข่งขันดึงดูดสมาชิกจากค่ายสแตร์ สเต็ปท์ด้วยกันเอง

    นับจากนี้ไปค่ายสแตร์ สเต็ปท์รายใหม่ๆ จะต้องเกิดขึ้นในวงการนี้อีกมากมาย เพราะมีคนต้องการให้มันเป็นเช่นนั้น เพื่อทดลองทฤษฏีของการแข่งขันรูปแบบใหม่

    ค่ายไหนไม่เตรียมตัวปรับขบวนการเพื่อรองรับการแข่งขันที่ดุเดือดมากขึ้น บอกได้คำเดียวว่ากระเทือนหนัก!