จับตา3บิ๊กไบนารี่
โสมเกาหลี-เจริญโอสถ-หมอเส็ง
บัลลังก์นี้ใครครอง
เปิดตำราพิชัยสงครามยักษ์ใหญ่ไบนารี่ ชั่วโมงนี้ยังแข็งแกร่งดีหรือไม่ หงายหน้าไพ่ผ่าจุดขาย "ค่ายหมอเส็ง" กระแสยังแรงเพราะอะไร...จับตา "เจริญโอสถฯ" สมาชิกเคลื่อนไหวบ่อยมาก แต่ทำไมยอดขายถึงไม่กระเพื่อม...วิเคราะห์เกมรบ "โสมเกาหลีฯ" นับต่อนี้ไปจะรักษาบัลลังก์ของความยิ่งใหญ่ได้หรือไม่
ยุคนี้ พ.ศ.นี้ การจะก้าวไปสู่ความสำเร็จไม่ใช่เรื่อง "ฟลุ๊ค" หรือบุญหล่นทับอีกต่อไป ยิ่งท่ามกลางภาวะวิกฤติอันหนักหน่วง กอปรกับการแข่งขันที่รุนแรงไร้รูปแบบ ซึ่งไม่มีใครสามารถ "คอนโทรลเกมรบ" แต่เพียงผู้เดียวได้ทั้งหมด
จึงไม่น่าแปลกใจที่ได้เห็นการทำ "สงครามการค้า" ยุคใหม่ เต็มไปด้วยกลไกที่สลับซับซ้อน สยดสยองน่าสะพรึงกลัวอย่างเห็นได้ชัด..!!
ทำให้แต่ละค่ายต่างก็นำเอาอาวุธหนักและเบาออกมาซัดกันในสมรภูมิรบแบบเมามัน เป้าหมายเพื่อต้องการรักษา "อาณาจักร" ของตนเองไว้เหนียวแน่นนั่นเอง
กลไกการแข่งขัน มันได้เกิดขึ้นอยู่ในทุกหนทุกแห่ง ไม่ยกเว้นแม้กระทั่ง "ธุรกิจขายตรง" ซึ่งระยะหลังๆ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า "รุนแรง" และ "หนักหน่วง" จนรู้สึกใจหายใจคว่ำชนิดใครดีใครอยู่เลยก็ว่าได้ ใครมองเกมการแข่งขันได้ทะลุทะลวง และแข็งแกร่งกว่าผู้นั้นย่อมได้รับชัยชนะ
แม้แต่บริษัทขายตรงก็ไม่ได้รับการยกเว้น เพราะชั่วโมงนี้ถ้ากล่าวถึงยักษ์ไบนารี่ ที่มีอายุในการดำเนินธุรกิจในเวลาใกล้เคียงกัน คือ ประมาณ 6 ปีเศษ
ซึ่งได้เติบโตเดินคู่ขนานกันมาชนิดหายใจรดต้นคอ แบบช็อตต่อช็อต คงไม่มีค่ายไหนยิ่งใหญ่เกินไปกว่า 3 ค่ายยักษ์ อย่าง โสมเกาหลีตังกุยจับ, เจริญโอสถฯ และหมอเส็ง ขณะที่ค่ายมิทเชลล์ฯ ก็เดินประกบยอดขายมาติดๆ
พลิกปูมา 3 บิ๊ก "ไบนารี่"
ต่างใช้สมุนไพรเป็นอาวุธ
การแจ้งเกิดในวงการขายตรงของค่าย โสมเกาหลี, เจริญโอสถฯ และหมอเส็ง มีหลายอย่างละม้ายคล้ายคลึงกันมาก อาทิ ในช่วงเวลาที่เปิดดำเนินธุรกิจก็ในเวลาไล่เลี่ยกัน
แถมแต่ละบริษัทต่างก็ใช้สินค้าที่ผลิตมาจากสมุนไพร ที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวยากที่ค่ายอื่นจะเลียนแบบได้ง่าย ซึ่งทั้ง 3 ค่ายนี้ ต่างก็ใช้เป็นอาวุธในการทำศึก
"เจริญโอสถฯ" ซึ่งใช้ยาสมุนไพร "โหย่งเหิง" เป็นหัวหอกในการทำตลาดในช่วงเปิดบริษัทใหม่ๆ ขณะที่ "รอยัล เฮลธ์ แคร์" หรือโสมเกาหลี ก็ใช้สินค้า "โสมเกาหลีตังกุยจับ" เป็นอาวุธในการรบพุ่ง
ส่วน "แสงสุริยะฉัตรฯ" หรือ "หมอเส็ง" ก็ใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพร "ว่านชักมดลูก" เป็นกล่องดวงใจที่ใช้สำหรับทำตลาดเครือข่ายที่มียอดขยายถล่มทลายอยู่ในขณะนี้
วิเคราะห์จุดเด่น"หมอเส็ง"
ราชาว่านชักมดลูกหนึ่งเดียว
ต้องยอมรับว่า ทั้ง 3 บิ๊ก "ไบนารี่" ถือว่ามีจุดขายเฉพาะตัว ซึ่งยากที่จะหาค่ายอื่นก็อปปี้รูปแบบในการดำเนินธุรกิจได้ง่ายๆ
เอกลักษณ์และจุดขายที่ไม่มีวันตายของ "ค่ายหมอเส็ง" ตรงนี้ก็ต้องยอมรับกันอย่างตรงไปตรงมาว่า "ฉัตรชัย แสงสุริยะฉัตร" หรือ หมอเส็ง บริหารธุรกิจขายตรงแบบลูกทุ่ง และใช้ความเป็นธรรมชาติ หรือ พูดจุดขายความจริงใจเป็นใบเบิกทาง
"หมอเส็ง" เป็นเจ้าของบริษัทขายตรงเพียง "หนึ่งเดียว" ของโลกก็ว่าได้ ที่ไม่รู้เรื่องแผนการตลาด อธิบายแผนไม่เป็น แต่สามารถบริหารธุรกิจเครือข่ายจนมียอดขายแตะเฉียด 1,000 ล้านบาทเกือบทุกปี
ภายใต้ความไม่เชี่ยวชาญเรื่องแผนจ่ายผลตอบแทนของ "หมอเส็ง" ก็ใช่ว่าจะเป็น "จุดอ่อน" เสียเลยทีเดียว กลับกลายเป็น "จุดแข็ง" แทบไม่น่าเชื่อ เพราะบริษัท แสงสุริยะฉัตรฯ มีทีมคณะผู้บริหารที่มีฝีไม้ลายมือไม่เป็นสองรองใครในเรื่องแผนอยู่หลายคนคอยบัญชาการรบแทน "หมอเส็ง"
ขณะที่ "หมอเส็ง" ถูกยกขึ้นหิ้งผู้นำ เนื่องจากสมาชิกและผู้นำทุกคน ต่างก็ยกเครดิตให้ "หมอเส็ง" เป็นราชาแห่งสมุนไพรโดยเฉพาะ "ว่านชักมดลูก" หนึ่งเดียวในเมืองไทยไร้เทียมทานที่หาคนลอกเลียนแบบไม่ได้...ในยุทธจักรขายตรงแห่งนี้
จะเห็นว่า "แสงสุริยะฉัตรฯ" ใช้กลยุทธ์ในการทำตลาดแบบง่ายๆ ใช้แผนจ่ายผลตอบแทนก็ง่ายๆ ไม่สลับซับซ้อน ผู้บริหารไม่มีเล่ห์เหลี่ยม และหมกเม็ดเรื่องแผนการตลาด
มาถึงตรงนี้ก็พอจะสรุปได้ว่า "หมอเส็ง" ขายความซื่อสัตย์และจริงใจ จับต้องจนกลายเป็น "โลโก้" ประจำตัวไปโดยปริยาย โดยมีสินค้าซึ่งมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการผูกมัดใจผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
มิน่าล่ะ! ในช่วงที่ผ่านมา "ค่ายหมอเส็ง" ถึงได้มีสมาชิกพากันย้ายค่ายน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับขายตรงค่ายไบนารี่รายอื่นๆ
เป็นเพราะ "จุดแข็ง" ตรงนี้เองที่ทำให้ สมาชิกและผู้นำ ทุกระดับชั้นต่างพึงพอใจในความเป็น "หมอเส็ง" ที่ขายความซื่อมือสะอาดไม่ทำลายใครนั่นเอง
จับตา "เจริญโอสถฯ" วันนี้
มุ่งสยบขายตรงแห่งอนาคต
ในบรรดาค่ายขายตรงที่ใช้แผน "ไบนารี่" ด้วยกัน ถ้านึกถึงนวัตกรรมใหม่ๆ ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ล้ำหน้าไปไกลสุดขอบฟ้า คงไม่มีค่ายไหนเกินไปกว่า "เจริญโอสถฯ" ซึ่งนำทัพโดย "สมชาย หัชลีฬหา" ผู้นี้ไปได้
จนมีคนกล่าวถึงว่า "เจริญโอสถฯ" ถือว่าเป็นค่ายไบนารี่ระดับหัวแถวที่สมาชิกเคลื่อนไหวมากที่สุด แต่องค์กรไม่เคยสั่นสะเทือน เมื่อเทียบกับค่ายอื่นๆ ในระดับเดียวกัน
บริษัทขายตรงเป็นจำนวนไม่น้อย ต่างก็พากันจับตาเชิงชั้นการบริหารธุรกิจสไตล์ "สมชาย หัชลีฬหา" ว่าทำอย่างไรถึงได้รักษาความแข็งแกร่งได้ขนาดนี้
"เจริญโอสถฯ" เคยทำยอดขายสูงสุดได้เดือนละกว่า 100 ล้านบาท แล้วก็เคยตกลงเหลือเดือนละ 20-25 ล้านบาทเมื่อ 2 ปีก่อน แต่ปัจจุบันได้ดีดตัวขึ้นอยู่ที่ระดับเดือนละ 50-60 ล้านบาท
เมื่ออดีต "เจริญโอสถฯ" เคยใช้ยาแผนโบราณ "โหย่งเหิง" เป็นตัวชูโรงในการทำตลาด จนสร้างชื่อเสียงโด่งดังติด 1 ใน 3 ในบรรดาสมุนไพรขายตรงด้วยกัน
"สมชาย หัชลีฬหา" เป็นผู้บริหารที่มองการไกลสุดขั้วโลก ไกลจนสมาชิกและผู้นำ คิดและตามไม่ทัน จนครั้งหนึ่งก็เคยเกิดช่องว่างระหว่างในการทำงาน
ในที่สุด "สมชาย" ก็แก้ปมคาใจได้สำเร็จ เมื่อฉายภาพของ "จอยมาร์ท" ขายตรงสะดวกซื้อให้สมาชิกและผู้นำได้มองเห็นอนาคตอันสดใจ
เพราะนี่คือ จุดมั่นคงที่ยากจะหาค่ายขายตรงระดับเดียวกันเทียบชั้นได้ ฉะนั้น "จอยมาร์ท" จึงกลายเป็นอาวุธที่ดีที่สุดของค่ายนี้ และในอนาคตอีก 3-5 ปี พลังอานุภาพของ "จอยมาร์ท" สำแดงฤทธิ์ให้เห็นชัดเจน เนื่องจากแผนการรบดังกล่าว จะสามารถเข้าไปแชร์ส่วนแบ่งในตลาดจากผู้บริโภคจากกลุ่มลูกค้าร้านมินิมาร์ทหรือร้านสะดวกซื้อทั่วไปอย่างมีประสิทธิภาพ
เนื่องจาก "สโลแกน" ที่วางไว้คือ "ขายตรงสะดวกซื้อรายแรกของเมืองไทย" ถือเป็นแผนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคในธุรกิจขายตรงครั้งสำคัญที่สุด...
เพราะโลกแห่งอนาคตการทำธุรกิจขายตรงจะต้องมีหลักประกันให้กับสมาชิกที่สามารถจับต้องได้ชัดเจน "เจริญโอสถฯ" น่าจะเป็นค่ายต้นๆ ที่ได้นำเรื่องนี้มาชูเป็นจุดขาย
ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างห้างสรรพสินค้าขายตรงสะดวกซื้อขนาดย่อมๆ 2 แห่งคือที่ย่านถนนรัชดาฯ และไทรม้า เพื่อโชว์ศักยภาพให้วงการได้รู้ว่า "เจริญโอสถฯ" หรือ "จอยมาร์ท" คือ มิติใหม่แห่งโลกขายตรงไทยจริงๆ
จะเห็นว่า "จุดแข็ง" ของ "เจริญโอสถฯ" ที่มีเหนือคู่แข่ง ยากแก่การลอกเลียนแบบ ก็คือ เป็นค่ายเดียวในเมืองไทยที่ได้นำสินค้ามากกว่า 4,000 รายการ เข้าสู่ระบบขายตรง โดยผ่านร้าน "จอยมาร์ท" ซึ่งปัจจุบันได้เปิดสาขาไปแล้วกว่า 30 แห่ง
นอกจากนี้รูปแบบการบริหารของ "สมชาย หัชลีฬหา" ถ้าพูดถึงเรื่องมุมมองและวิสัยทัศน์ นับว่ามีความกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา แถมปัจจุบันยังได้มุ่งทำงานวิจัยในธุรกิจขายตรงแบบจริงๆ จังๆ ซึ่งได้ศึกษาระดับด็อกเตอร์ของสถาบัน AIT คาดว่าจะจบในช่วงต้นปี 2551 นี้
และให้จับตาดูดีๆ อีก 3 ปี ค่ายนี้จะหาตัวจับยากมาก!
"โสมเกาหลีฯ"ในชั่วโมงนี้
พลาดท่าหรือว่ายังผงาดต่อ
ถ้ากล่าวถึงค่ายที่ใช้แผนการตลาดแบบไบนารี่ "โสมเกาหลีฯ" ขึ้นชาร์ทอันดับ 1 ติดต่อกันมา 3 ปีเต็มๆ
หากเอ่ยคำว่า "โสมเกาหลีฯ" ไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะชื่อเสียงเลื่องลือไปทุกระดับชั้น แม้แต่ระดับเด็กอนุบาลก็ยังคุ้นเคยชื่อนี้เป็นอย่างดี
"โสมเกาหลีฯ" ได้สร้างความโดดเด่นชนิดที่พลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน แม้จะมีสินค้าอยู่หลายรายการ ก็แทบไม่มีใครกล่าวถึง แม้จะมีชื่อบริษัทให้เรียกขาน ก็ไม่ค่อยมีใครคุ้นเคย แต่ "โสมเกาหลีฯ" กลับเอาสินค้าตัวหลักมาเป็นคำฮิตติดปาก จนสร้างยอดขายได้ถล่มทลาย ในปี 2549 ว่ากันว่า มียอดขายทะลุเกือบ 2,000 ล้านบาท
การบริหารขอค่ายโสมเกาหลีฯ เมื่อในอดีต...ถือว่าทีมบริหารและผู้นำระดับ คิงส์ ดรากอน มีความเป็นปึ่กแผ่นที่สุดในบรรดาขายตรงค่ายไบนารี่ด้วยกัน
การยกทัพออกสู่สมรภูมิรบแต่ละครั้ง ผู้นำโสมเกาหลีฯ จะมีพลังและความแข็งแกร่ง ดูน่าเกรงขาม ทำให้คู่แข่ง "ใจหายใจคว่ำ" มานักต่อนักแล้ว
อาวุธหรือสินค้าในการทำศึก ก็คือ "โสมเกาหลีตังกุยจับ" หนึ่งเดียวจริงๆ ที่ทำยอดขายได้ถล่มทลายแทบไม่เชื่อสายตา ส่วนสินค้าอื่นๆ เป็นได้แค่เครื่องประดับ
"รอยัล เฮลธ์แคร์" หรือโสมเกาหลีฯ ผงาดในยุทธจักรขายตรงจนเป็นที่น่าเกรงขาม แต่เมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมา ก็เกิด "อาฟเตอร์ช็อค" ภายในองค์กร ชนิดที่ใครก็คาดไม่ถึง..?
เมื่อผู้บริหารระดับ "คีย์แมน" คนสำคัญ โดย "พรหมศิริ ประดิษฐ" และ "ชวดล ตั้งจิตเกษม" หัวหอกคนสำคัญ ได้ลาออกไปโดยไม่มีเค้าเมฆฝน และส่งสัญญาณให้ 26 KD. ได้รับรู้ล่วงหน้า
ทุกคนต่างก็ช็อคและยังหาคำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ว่า สาเหตุมันเกิดมาจากอะไรกันแน่ เพราะระดับคนที่สร้าง "โสมเกาหลีฯ" มากับมือถึงกับเดินจากไปอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเช่นนี้
ระดับผู้นำจำนวนไม่น้อยพากันขวัญหนีดีฝ่อ กองทัพที่เคย "ฮึกเหิม" มีพลังแข็งแกร่งอย่างในอดีต ในช่วงที่เกิดอาฟเตอร์ช็อคใหม่ๆ แกนนำแทบหายใจไม่ทั่วท้อง เพราะต่างก็มีคำถามว่า มันเกิดอะไรขึ้น กว่าจะตั้งสติได้ก็เล่นเอาแทบช็อคตาตั้งไปตามๆ กัน
ใช้แผนรุกรบเร็วแก้เกมแกว่ง
"โสมฯ"รักษาฐานได้ไม่ยาก
การที่ "พิศาล กิจอิทธิ" ซึ่งทายาทเจ้าของสินค้าตัวจริง ได้เข้ามานั่งบัญชาการรบ "ค่ายโสมเกาหลีฯ" แบบเต็มไม้เต็มมือทั้งหมด ก็เกิดคำถามอีกเช่นกันว่า ไหวหรือไม่ เพราะการบริหารธุรกิจขายตรงมันไม่ง่ายเหมือนการทำอาชีพอื่นๆ
เรื่องนี้ "พิศาล กิจอิทธิ" ในฐานะ "กรรมการผู้จัดการใหญ่" ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยวิตกกังวลใจอะไรมากนัก แถมยังรู้ธรรมชาติของคนขายตรงเป็นอย่างดีว่า
"คำว่าอาชีพอิสระ ใครจะย้ายไปอยู่ที่ไหนก็ได้ ไม่มีการบังคับกัน โดยเฉพาะภายใต้การบริหารของผม จะไม่ไปขีดกรอบให้ผู้นำเดินมากนัก ทุกคนเป็นอิสระ ทำงานแบบสบายๆ เข้าขากัน ผมเน้นตรงนี้มากกว่า ฉะนั้น การเปลี่ยนค่ายย้ายบริษัทใหม่ของสมาชิกเป็นเรื่องธรรมดา แต่ค่ายโสมเกาหลีฯ เป็นองค์กรที่วางระบบไว้แข็งแกร่ง บริษัทของเรามีโครงสร้างที่มั่นคง จึงไม่ได้วิตกเรื่องการเข้า-ออกของสมาชิก วันนี้อาจย้าย วันพรุ่งนี้อาจเข้ามาก็ได้ นี่เป็นสิทธิ์อันชอบธรรมของทุกคน" พิศาลกล่าว
เมื่อผู้บริหารมีความเข้าใจกลไกของสมาชิกและผู้นำเป็นอย่างดี ก็คงไม่ส่งผลกระทบในเชิงจิตวิทยามากนัก
ก็อย่าได้แปลกใจที่ชั่วโมงนี้มีผู้นำค่ายโสมเกาหลีฯ จำนวนไม่น้อย ต่างพากันพกดีกรีของอดีตความยิ่งใหญ่ เพื่อใช้เป็น "ใบเบิกทาง" กับค่ายใหม่ๆ หากวันใดเขาอ่อนล้าจากที่ใหม่ และไม่ประสบความสำเร็จ พวกเขาก็อาจหวนคืนกลับมาสู่อาณาจักรโสมฯ อีกครั้งหนึ่ง
นั่นอาจเป็นการมองโลกในแง่ดีเกินไป แม้ขณะนี้ค่ายโสมกาหลีฯ จะไม่ถึงกลับ "ล่มสลาย" แต่ก็น่าเสียดายที่ปล่อยให้ความยิ่งใหญ่ต้องหลุดลอยออกไปต่อหน้าต่อตา
ฉะนั้น การแก้เกมรบของโสมเกาหลีฯ ชั่วโมงนี้ เพื่อไม่ให้เกิดแรงกระเพื่อม และสั่นสะเทือนไปมากนัก "พิศาล กิจอิทธิ" จะต้องเดินเกมรบแรงและเร็ว ต้องพลิกสถานการณ์จากตั้งรับเป็น "รุกฆาต" ด้วยการอัดโปรโมชั่นทุกรูปแบบ งัดอาวุธหนักและเบาเท่าที่มีอยู่ในมือทั้งหมด เพื่อโชว์ศักยภาพสร้างความ "ฮึกเหิม" ให้กับเหล่าขุนพล
ต้องยอมรับความจริง ขณะนี้โสมเกาหลีฯ มีปัญหาอยู่เรื่องเดียว คือ ระดับแม่ทัพนายกองมีความสับสนในตัวเอง ไม่มั่นใจในความมั่นคงของตนเอง
ฉะนั้น เพื่อเป็นการดับกระแสไม่ให้กองทัพอลหม่านไปมากกว่านี้ "โสมเกาหลีฯ" ต้องสร้างความ "ฮึกเหิม" ให้กับผู้นำให้มีอารมณ์ร่วมอีกครั้ง
หรือหากต้องการให้ "โสมเกาหลีฯ" สามารถครองบัลลังก์ "ไบนารี่" ได้เหมือนดังเดิม "พิศาล" ต้องเดินเกมรบด้วยการ "ซื้อใจผู้นำ" ที่เหลืออยู่ให้มากกว่านี้
เพราะพวกเขาคือกำลังรบสำคัญในการทำศึก แพ้หรือชนะอยู่ที่คนพวกนี้ หาใช่สมาชิกระดับปลายแถว หรือผู้บริโภครากหญ้าแต่อย่างใด
ยกเว้นผู้บริหารต้องการลดขนาดองค์กร "โสมเกาหลีฯ" ให้เล็กลง นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง!!
![]() |
![]() |