เปิดใจนักขายตรงดีเด่นปี'50
รางวัลอันทรงค่าของคนล่าฝัน
เจาะใจความสำเร็จคนล่าฝัน โล่รางวัลแห่งเกียรติยศที่ล้ำค่า เผยความสำเร็จเกิดขึ้นได้ต้องมีความตั้งใจจริง ขยัน ซื่อสัตย์ รู้ลึกถึงแก่นแท้ของธุรกิจ แล้วความสำเร็จที่ฝันเกิดขึ้นแน่ พร้อมเปิดใจกับรางวัลเกียรติยศ คือ ที่สุดของการทำงานคนขายตรง
"ธุรกิจขายตรง" ถือเป็นธุรกิจที่คนส่วนใหญ่เมื่อได้ยินชื่อนี้แล้ว มักจะเมินเฉย เพราะมองว่าธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่หลอกลวง ใครที่เข้ามาแล้วต้องระวังตัวกันเลยทีเดียว แต่ในทางกลับกัน มีคนอีกกลุ่มหนึ่งกลับมองธุรกิจนี้ว่าเป็นธุรกิจที่ชวนหลงใหลใครทำก็ได้ ไม่จำเป็นต้องกลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่ง และธุรกิจขายตรงยังสามารถสร้างชีวิตของตัวเองให้ดีขึ้นอีกด้วย
ซึ่งนานาจิตตังความคิดของคนย่อมแตกต่างกันเสมอ ต้องบอกว่ามนต์เสน่ห์ของธุรกิจนี้ ส่วนใหญ่ใครที่ได้เข้ามาถือว่าถอนตัวไม่ขึ้น ต้องลุยอย่างเดียว ไม่ใช่เจอปัญหาแล้วถอยหลังเข้าคลอง ขณะเดียวกัน ต้องบอกว่า ในอุตสาหกรรมขายตรง เมื่อมองให้ดีๆ แล้วจะพบว่า เป็นธุรกิจที่มีเม็ดเงินมหาศาลไม่เป็นสองลองธุรกิจอื่น อาจจะเรียกได้ว่าเป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในอันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้
...และจากความรุ่งเรืองของธุรกิจขายตรง สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับธุรกิจนี้นั่นคือ "พลังมวลชนคนขายตรง" ที่ถือเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่มากที่ทำให้ธุรกิจนี้เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าจับตามอง และเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ได้พิสูจน์ตัวตนของตัวเองแล้วว่า "ไม่ใช่ธุรกิจที่หลอกลวงผู้บริโภค" อย่างแน่นอน
เห็นได้จากความสำเร็จของนักธุรกิจในแต่ละค่ายต่างประสบความสำเร็จชนิดที่ว่า "ติดจรวด" กันเลย และสิ่งนี้จึงนับได้ว่าเป็นเครื่องการันตีของธุรกิจนี้ว่า "ใครที่ก้าวมาสู่อาณาจักรขายตรงนี่แล้ว ย่อมสำเร็จทุกคนถ้าตั้งใจจริง"
...ปักษ์นี้ "ตลาดวิเคราะห์" ขอเสนอสกู๊ปพิเศษความสำเร็จของนักขายตรงดีเด่นประจำปี 2550 กับรางวัลแห่งเกียรติยศที่ทรงคุณค่า พร้อมเปิดใจถึงความสำเร็จกว่าที่จะมาถึงจุดนี้ได้มีอะไรบ้างที่นักขายแต่ละท่านยึดเป็นแบบอย่างในการทำธุรกิจ
เปิดใจ นักขาย'เอลเคน'
สู้ยิบตาแบบไม่ถอยหลัง
... เริ่มต้นกันด้วย นักธุรกิจขายตรงดีเด่นท่านแรก "อรสุวีณ์ จุลมนัส" บริษัท เอลเคน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ที่มีคติประจำใจในการทำงานที่ว่า "การทำงาน คือ การให้ ให้โอกาส ให้เกียรติ ทำเป็นทีม ต้องไม่เครียด" ซึ่งความสำเร็จของเธอคนนี้กว่าที่จะมาถึงจุดนี้ได้ ถือหลักในการทำงานที่ว่า ต้องให้โอกาสกับทุกคน และต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกันภายในทีม ที่สำคัญ ต้องไม่แบ่งสายงานกันในการทำงาน ต้องเดินในทิศทางเดียวกัน
"รางวัลเกียรติยศที่ตนเองได้รับในปีนี้ ถือได้ว่ามีความภาคภูมิใจอย่างมาก และเป็นเกียรติยศสูงสุดในการทำงาน เพราะตนเองไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะสามารถก้าวมาถึงจุดนี้ ซึ่งรางวัลที่ได้มาต้องนี้ก็ต้องขอบคุณทางบริษัทเอลเคน ที่มีส่วนสนับสนุนให้ตนเองมาถึง ณ จุดนี้ ซึ่งต้องยอมรับว่าเอลเคนสามารถเปลี่ยนชีวิตของตนเองตั้งแต่คนที่ไม่ค่อยมั่นใจให้สามารถมีความมั่นใจมากขึ้นได้"
ส่วนเป้าหมายหลังจากที่ได้รับรางวัลนี้ไป เธอบอกกับทีมงาน "ตลาดวิเคราะห์" ว่า เธอต้องการที่จะพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นกว่าที่เป้นอยู่ในปัจจุบัน เพื่อต้องการเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสมาชิกท่านอื่นๆ ได้เห็น หลังจากที่ได้รับรางวัลตรงนี้
ท้ายสุด "อรสุวีณ์" ได้ฝากถึงสมาชิกที่ต้องการประสบความสำเร็จทุกท่านว่า ไม่มีสิ่งไหนที่ไม่ประสบความสำเร็จถ้าไม่คิดที่จะลอง ที่สำคัญ การที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้ได้ ต้องรู้จักการให้ มีความซื่อสัตย์ จริงใจ ช่วยเหลือซึ่งกันและกันทั้งลูกค้าและลูกทีม เมื่อท่านมีตรงนี้แล้ว ความสำเร็จต่างๆ ก็จะตามมาเอง
"วรินทร ชาญวิศณุรักษ์" นักธุรกิจขายตรงดีเด่น ท่านที่ 2 บริษัท เอลเคน (ประเทศไทย) จำกัด เผยถึงหลักการทำงานให้ประสบความสำเร็จว่า ตนเองยึดหลักการทำงานที่ว่า ไม่ว่าเราจะรู้เรื่องอะไร คิดอะไร หรือทำอะไร เราต้องแบ่งปันความรู้ที่มีอยู่ถ่ายทอดกับสายงานเช่นเดียวกับตัวเรา ซึ่งหากเราทำงานให้ประสบผลสำเร็จแล้ว เราต้องทำให้สายงานเราประสบผลสำเร็จเช่นเดียวกับเรา
"รางวัลเกียรติยศที่ตนเองได้รับในครั้งนี้ ถือเป็นเสมือนรางวัลแห่งเกีรยติยศของการทำงานเลยทีเดียว ทำให้หายเหนื่อย ซึ่งจริงๆ แล้ว รางวัลนี้ยังไม่ใช่ที่สุดแห่งความภาคภูมิใจ แต่สิ่งที่หวังไว้ คือ สายงานของพี่ได้มีโอกาสได้รับรางวัลนี้เช่นเดียวกับพี่ และเนื่องจากว่าพี่เข้ามาอยู่ในเอลเคนได้ไม่นาน จึงถือได้ว่าบริษัทได้ให้การสนับสนุนให้เราก้าวเข้ามาถึงจุดนี้ได้ อีกทั้งเรื่องของวัฒนธรรมองค์การเทรนนิ่งในบริษัทฯ สมบูรณ์แบบมากกว่าอีกหลายๆ บริษัท จึงทำให้ตนเองประสบความสำเร็จจนได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในปีนี้"
ส่วนเป้าหมายต่อจากนี้ไปหลังจากที่ได้รับรางวัลนี้ "วรินทร" เผยว่า คงต้องขยายการทำธุรกิจให้กว้างออกไป ไม่ว่าโลกจะพัฒนาไปแค่ไหนก็ตาม ธุรกิจขายตรงจะยังคงอยู่คู่กับสังคมไทยต่อไปอีกนาน และเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในมุมมองของพี่ที่มีประสบการณ์จากการสัมผัสธุรกิจนี้มานาน อยากให้คนส่วนใหญ่ที่ยังมองไม่เห็นข้อดีจากธุรกิจนี้ อยากให้ลองเข้ามาสัมผัสดูว่ามันไม่ได้เลวร้าวอย่างที่เข้าใจกัน ยังมีบริษัทที่ดีๆ สินค้าๆ อีกมาก ที่ทำให้มีรายได้มีฐานะที่ดีขึ้นได้ ที่สำคัญ อยากจะสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของขายตรงให้ดีขึ้นด้วย
ต่อกันด้วยนักธุรกิจขายตรงดีเด่นท่านที่ 3 ค่าย "เอลเคน" นั่นคือ "พลรุ่งเรือง เพชรพงศ์ไชย" ผู้ที่มีคติประจำใจในการทำงานที่ว่า "รับฟังคนอื่นอย่างตั้งใจ เข้าใจคนอื่นอย่างถูกต้อง และตอบสนองตรงความต้องการ" โดย "พลรุ่งเรื่อง" บอกกับทีมงานถึงหลักการทำงานให้ประสบความสำเร็จจนมาถึงวันนี้ว่า ผมเองยึดหลักการทำงานแบบง่ายๆ คือ 2 ต้องห้ามแต่ 3 ต้องทำ โดยถ้าคุณคิดที่จะทำธุรกิจขายตรงคุณควรจะต้องไม่ทำอยู่ 2 เรื่อง คือ อย่าไปชวนคนมาขายของ อย่าชวนคนซื้อของ
นอกจากนี้ ใน 3 สิ่งที่ต้องทำเพื่อให้ประสบความสำเร็จ คือ 1.ต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา 2.ต้องรู้ว่าอะไร คือสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ขัดต่อจริยธรรม 3.ต้องสืบทอดเรื่องราวให้คนอื่นเข้าใจด้วย
"สำหรับรางวัลที่ผมได้ตรงนี้ ผมมองว่า อยากจะถามคนอื่นเช่นเดียวกันว่า ในชีวิตครั้งหนึ่งของคุณ ต้อการรางวัลนี้หรือไม่ ซึ่งรางวัลดังกล่าวถือได้ว่าเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่มาก เพราะคนที่จะได้รับรางวัลนี้ได้ ถ้าไม่มีความโดดเด่นหรือประสบความสำเร็จในสิ่งที่บริษัทเขากำหนดไว้ จะไม่มีสิทธิ์ได้รับเด็ดขาด ไม่ว่าคุณจะเก่งหรือเปล่า เพราะเขามีมาตรฐาน"
ส่วนเป้าหมายหลังจากที่ได้รับรางวัลนั้น "พลรุ่งเรือง" เปิดใจว่า การขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุด ถือเป็นเป้าหมายในอนาคตที่น่าสนใจ เพราะว่าเคยมีรุ่นพี่ที่เคยทำและสำเร็จมาแล้ว มีรายได้เดือนละ 60 ล้านบาท ซึ่งจบแค่ชั้นประถม ผมจึงมองว่า การที่จะประสบความสำเร็จได้นั่น คุณต้องรู้จริงเรื่องระบบ ระเบียบวิธีการของบริษัทว่ามีอะไรบ้าง ที่สำคัญ ผลิตภัณฑ์ต้องมีความเป็นสากล ต้องดีจริง และถือจะสำเร็จได้จริง ต้องรู้จักค้นหาคนให้เป็น ค้นหาคนที่มีแรงบันดาลใจมีความฝัน เพราะคนกลุ่มนี้ค่อนข้างที่จะสามารถถึงฝันที่เขาตั้งใจได้ง่าย ถ้ารู้จักเรียนรู้และใส่ใจ
ท้ายสุด "พลรุ่งเรือง" ได้ฝากถึงสมาชิกผู้ที่ต้องการจะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับตนเองว่า "ถ้าคุณต้องการที่จะประสบความสำเร็จ คุณต้องค้นหาในสิ่งที่เป็น เพราะอนาคตและชีวิตของคุณที่นี้รอคุณอยู่ เอลเคนสามารถสร้างความฝันของคุณได้อย่างแน่นอน"
นักขายตรงดีเด่น "ซูเลียน"
อาศัยประสบการณ์สร้างชีวิต
"วิรุฬห์ ชลหาญ" นักธุรกิจขายตรงดีเด่น บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด เผยถึงหลักการทำงานให้ประสบความสำเร็จจนได้รับรางวัลเกียรติยศประจำปี 2550 ต่อ "ตลาดวิเคราะห์" ว่า กว่าที่ตนเองจะประสบความสำเร็จจนมาถึงวันนี้ได้นั้น ต้องมีความเชื่อที่ว่าธุรกิจขายตรงเป็นธุรกิจที่มีอนาคต ต้องมีการศึกษาอย่างจริงจัง มองถึงความเป็นไปได้ทั้งเรื่องของบุคลิกภาพ ความรู้ ตลาด วิธีคิดและทำอย่างธรรมชาติ ทำอย่างจริงจังและถูกวิธี คนที่ประสบความสำเร็จทุกบริษัท มีวิธีการทำงานอย่างหนึ่งที่เหมือนกัน คือ ความจริงจังในการทำงาน
นอกจากนี้ "วิรุฬห์" ยังมีเทคนิคของการทำงานง่ายๆ คือ การทำงานต้องตามระบบของบริษัท ซึ่งซูเลียนถือได้ว่ามีระบบที่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการอบรม ระบบตัวช่วย ซึ่งหากเราอาศัยระบบตรงนั้นทำงานให้สอดคล้องกับระบบของบริษัทก็จะสามารถประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน
"สำหรับรางวัลเกียรติยศที่ได้รับในครั้งนี้ ไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดในชีวิตที่พี่ต้องการ เป็นเหมือนผลพลอยได้ที่เราสามารถเก็บเกี่ยวได้ระหว่างทางมากกว่า ส่วนเป้าหมายสูงสุดในการทำธุรกิจขายตรงผมหมายถึง การเป็นนักขายที่มียอดขายสูงสุดท็อป 20 ของเมืองไทย"
"วิรุฬห์" ทิ้งท้ายว่า หากมองภาพรวมของธุรกิจขายตรงในบ้านเรานั้น ยังมีโอกาสที่จะเติบโตไปได้อีกมาก เพราะธุรกิจขายตรงนั้นจะเติบโตไปพร้อมกับความเข้าใจที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระบบการศึกษาและความสนใจในธุรกิจยังถือว่าน้อยมาก แต่ทุกวันนี้เราเริ่มเข้าใจในธุรกิจนี้มากขึ้นและน่าจะเติบโตไปได้อีกไกลและหากใครที่อยากจะประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้ต้องมีความมุ่งมั้นตั้งใจและรักในสิ่งที่ทำ และต้องมีเป้าหมายที่มั่นคง
... "พลอยณิชชา อนันต์เรือง" นักธุรกิจขายตรงดีเด่น ค่าย "ซูเลียน" เปิดใจถึงหลักการทำงานให้ประสบความสำเร็จว่า เริ่มจากความเชื่อที่ว่าต้องทำได้ เป็นการสร้างความมั่นใจให้เรา สิ่งที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จได้นั้นคือ ความรู้ต้องเยอะจึงจะสร้างความเชื่อและศรัทธาให้กับเราได้ พี่เป็นคนที่ตั้งเป้าหมายในชีวิตไว้อย่างชัดเจน และทำอะไรต้องทำให้สุดแรง ทุ่มเทให้ความสำคัญให้มาก และจงเชื่อมั่นในตัวผู้ที่เคยประสบความสำเร็จมาก่อน อีกทั้งต้องเป็นคนที่ปรับทัศนคติและเปลี่ยนแปลงได้เร็ว เพราะเมื่อเราตัดสินใจว่าสิ่งนี้จะทำให้สำเร็จเราจะเปลี่ยนทันที เน้นในเรื่องของความพยายามในการทำงาน เนื่องจากที่นี่เป็นที่แรกจึงทำให้ต้องทุ่มเทอย่างเต็มที่ ซึ่งต้องบอกว่าต้องใช้ระยะเวลากว่า 3 ปีกว่าจะมีวันนี้ได้
"รางวัลเกียรติยศที่ได้รับในปีนี้ เป็นความภาคภูมิใจอย่างมากเป็นอะไรที่เราไม่คาดคิดมาก่อน ต้องขอขอบคุณผู้บริหารและทีมงานทุกคนที่ช่วยเหลือกันมาตลอด เป้าหมายต่อไปในอนาคตของพี่อยากให้องค์กรมองว่าพี่เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งที่ทำได้ องค์กรต้องประสบความสำเร็จให้มากกว่าเรา แต่วันนี้เป็นเหมือนการทำให้ดูก่อน"
"พลอยณิชชา" เผยอีกว่า ภาพรวมธุรกิจขายตรงเราต้องรู้จักเลือกและเหมาะกับคนหมู่มากที่สามารถช่วยเหลือคนอื่นได้ โดยที่เราไม่ต้องใช้ความสามารถที่มากมายอะไร เพียงแค่ว่ามองหาโอกาสที่เอื่ออำนวยให้เราประสบความสำเร็จได้ ซึ่งพี่มองว่าในธุรกิจขายตรงนั้นยังต้องพัฒนาในเรื่องของการศึกษาให้ความสำคัญทั้งทางภาครัฐให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อสายตาประชาชน อีกทั้งการศึกษายังมีข้อมูลของธุรกิจขายตรงนั้นน้อยอยู่ ที่สำคัญ บริษัทที่เข้ามาหลอกลวงทำให้วงการขายตรงนั้นเสียยังมีอีกมาก เราต้องทำความเข้าใจสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นให้ได้
ท้ายสุดสิ่งที่อยากจะฝากถึงสมาชิกทุกท่าน คือ "อยากให้ทุกคนลองเปิดโอกาสตัวเองให้พบกับสิ่งใหม่ๆ พี่เชื่อว่าทุกคนเป็นคนเก่งมีความสามารถ เพียงแต่ขาดการแสวงหาความรู้และโอกาสในการเปิดรับสิ่งใหม่ๆ เท่านั้น อยากให้ทุกคนแลเห็นโอกาสตรงนี้"
ด้าน "สงวน กีรติโฆษิต" นักธุรกิจขายตรงดีเด่นอีกท่าน ค่าย "ซูเลียน" ได้เปิดใจถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า ความสำเร็จของตนเองเกิดจากหลักการทำงานง่ายๆ คือ เกิดจากประสบการณ์ต่างๆ ที่คอยสอนให้เราได้เรียนรู้หลักการทำงานในแวดวงขายตรง แม้ว่าบางครั้งจะประสบความสำเร็จบ้างหรือไม่สำเร็จบ้างก็ตาม ซึ่งอาชีพนักขายลงทุนน้อยแต่ช่วยเหลือสังคมได้มาก เหมือนกับการที่ได้ช่วยเหลือจากตัวเองและทีมงานที่มีรายได้ไม่สูง แต่ธุรกิจขายตรงเป็นธุรกิจที่ช่วยปลดพันธะจึงเป็นเหมือนแรงกระตุ้นให้เราต่อสู้จนมาถึงวันนี้ได้
เป้าหมายหลังจากได้รับรางวัลนี้นั้น ต้องบอกว่าจริงๆ แล้วรางวัลนี้เป็นเหมือนผลพลอยได้ที่เราไม่คาดคิด ซึ่งต่อไปเราก็ต้องทำงานให้มากขึ้นทำยอดขายได้มากขึ้น และทำให้คนยอมรับเอ็มแอลเอ็มมากขึ้น อยากให้ประชาชนแยกแยะได้ระหว่างธุรกิจขายตรงที่เป็นน้ำดีหรือหลอกลวง อยากจะสร้างความเข้าใจให้ทุกคนได้เข้าใจธุรกิจขายตรงมากขึ้น
ท้ายสุดอยากฝากถึงนักธุรกิจทุกคนว่า อะไรก็ตามจะไม่สามารถสำเร็จได้หากเราไม่พยายามและอดทน ซึ่งเมื่อมีตรงนี้แล้วจะสามารถผ่านวิกฤติไปได้และอย่าดูถูกธุรกิจขายตรง เพราะธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ให้คนเป็นแสนเป็นล้านได้ อาจจะมองเป็นก๊อกที่สองได้ดีกว่ามีทางเลือกเพียงทางเดียว จงเอาชนะตัวเราเองก่อนไปช่วยเหลือผู้อื่น
เจาะใจนักธุรกิจ 'สุพรีเดอร์ม'
ยึดหลักความจริงใจสู่ทางฝัน
..."เพียงแค่คิดชีวิตคุณก็เปลี่ยน" นี่คือ ปรัชญาในการทำงานของ "วิทธวัฒน์ พลซ้าย" นักธุรกิจขายตรงดีเด่น บริษัท สุพรีเดอร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดใจถึงความสำเร็จของการได้รับรางวัลเกียรติยศในครั้งนี้ว่า ความสำเร็จของการที่ได้รับรางวัลดังกล่าวเกิดขึ้นมาจากหลักการทำงานที่ผมใช้สูตรที่ว่า 4 ร เป็นหัวใจหลักในการทำงาน คือ
สำหรับหลักการทำงานของผมให้ประสบความสำเร็จนั้น ผมเองใช้สูตร 4 ร เป็นหัวใจหลักในการทำงาน คือ 1.เรียนรู้สินค้า เข้าใจสินค้า 2.เรียนรู้เรื่องของแผนการตลาด รู้วิธีการเขียนแผนให้เป็น 3.เรื่องของการขยายงาน การรีครูทคน และ 4.รู้วิธีการติดตามช่วยเหลือสมาชิก โดยทั้ง 4 ร จะเกิดขึ้นได้นั้นก็ต่อเมื่อเรามีการพบปะ หรือเข้าประชุมเพื่อการเรียนรู้ ซึ่งตรงนี้ คือ หลักในการทำงานที่ผมยึดใช้
ส่วนเป้าหมายในการทำงานต่อจากนั้นไป ผมเองต้องการขยายทีมงาน สร้างองค์กร สร้างยอดธุรกิจเพิ่ม รวมถึงเป้าหมายต่อไป คือ ต้องการขึ้นตำแหน่งยอดนพรัตน์แลยอดมงกุฎนพรัตน์ และเป้าหมายของยอดธุรกิจก็คือ สร้างยอดธุรกิจให้ขึ้นมาจากที่มีอยู่แล้ว
ท้ายสุด "วิทธวัฒน์" ได้ฝากข้อคิดง่ายๆ ผ่านสมาชิกทุกท่านที่ต้องการประสบความสำเร็จว่า ในมุมมองของคนที่จะเข้ามาทำธุรกิจขายตรง ก่อนที่จะทำขายตรงผมอยากที่จะฝากพิจารณา 4 เรื่องด้วยกัน คือ 1.พิจารณาในเรื่องของตัวสินค้า ของบริษัทขายตรงก่อนว่าบริษัทนั้นมีสินค้าที่จำเป็นต้องใช้หรือไม่ ราคาแพงหรือเปล่า อีกทั้งสินค้าอยู่บนพื้นฐานของเหตุผลหรือเปล่า หลักๆ คือ คนทุกระดับสามารถซื้อสินค้านั้นได้ 2.แผนการตลาดจะต้องไม่เป็นลูกโซ่ ยุติธรรมไม่เป็นสีเทา 3.องค์ประกอบของบริษัท มีความมั่นคงหรือไม่ และ 4.ดูคนที่ประสบความสำเร็จ ว่ามีจริงหรือไม่ เป็นต้น
...."สัจจะ ความจริงใจ จะประพฤติสิ่งใดก็ให้ได้จริงๆ" นี่คือคติประจำใจของ "อรพิช ใหม่กัน" นักธุรกิจขายตรงดีเด่น บริษัท สุพรีเดอร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ทีมีหลักในการทำงานให้ประสบความสำเร็จที่ว่า ต้องเข้าใจถึงทีมงานก่อน เมื่อทีมงานเข้าใจระบบแล้วก็ต้องนำเขาเช้าสู่ระบบการเรียนรู้
"สำหรับรางวัลเกียรติยศที่ได้รับในครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นรางวัลที่มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก และเป็นเกียรติอย่างยิ่ง รวมถึงเป็นขวัญและกำลังใจของคนทำงาน อีกทั้งยังเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับองค์กรและรุ่นน้องๆ คนที่จะเข้ามาทำต่อไปด้วย ส่วนเป้าหลายหลังจากที่ได้รับรางวัลนี้ คือ ตำแหน่งสูงสุดของบริษัท ที่ตั้งใจไว้ไม่เกิน 5 ปี"
ท้ายสุดอยากที่จะฝากถึงสมาชิกทุกท่านที่ต้องการประสบความสำเร็จว่า ควรที่จะต้องจริงจังกับอนาคต ไม่ล้อเล่นมีการเรียนรู้ระบบงานขายอย่างจริงจัง โดยถ้าตั้งเป้าหมายอะไรแล้วต้องจริงจัง มุ่งมั่นแล้วรางวัลที่เราจะประสบความสำเร็จมันคือคำตอบที่ดีที่สุด
..."ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์อื่น นั่นคือ คำตอบของความสำเร็จ เชื่อในสิ่งที่เชื่อ และเชื่อในสิ่งที่ทำ" นี่คือคติประจำของ "อัคคเดช คำดี" นักธุรกิจขายตรงดีเด่น บริษัท สุพรีเดอร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ที่มีหลักการทำงานให้ประสบความสำเร็จ คือ ต้องสร้างตนเองให้มีความเป็นผู้นำก่อน รวมถึงความรู้ความคิด บุคลิกจิตใจต่างๆ ต้องสร้างขึ้นด้วยตัวเรา ซึ่งต้องนี้เป็นหลักการทำงานที่จะต้องสร้างจริงๆ และหลังจากนั้นก็ค้นหาคนที่จะมาร่วมธุรกิจกับเรา จากนั้นก็พัฒนาคนที่มีแววเป็นผู้นำ รวมถึงรักษาเขาให้อยู่กับเราได้นานๆ
"รางวัลเกียรติยศที่ได้รับในครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นเป้าหมายสูงสุดของธุรกิจเครือข่าย เนื่องจากว่ามันเป็นรางวัลแห่งเกียรติยศที่มีน้อยคนที่จะได้ ผมเองจึงค่อนข้างมีความภาคภูมิใจอย่างมากสำหรับรางวัลที่ได้รับ ส่วนเป้าหมายต่อจากนี้ไปอีก 3 ปี ผมต้องการทำธุรกิจเครือข่ายโดยการสร้างยอดให้ได้ประมาณ 30 ล้านบาทต่อเดือน ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 10 กว่าล้านบาท และอีก 3ปีข้างหน้าต้องการที่จะขึ้นตำแหน่งยอดนพรัตน์"
ท้ายสุดผมอยากจะฝากถึงสมาชิกทุกท่านว่า ใครก็ตามที่ต้องการอยากที่จะทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ สิ่งสำคัญ คือ ความฝันของธุรกิจนี้ ถ้าเราไม่มีความฝันก็ยากที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้ เพราะว่ามันเป็นงานที่อิสระไม่มีนาย เราต้องทำตามความฝันของตนเอง รวมถึงคุณจะต้องทำด้วยความเชื่อ ว่ามีความเป็นไปได้จริงๆ และตัดสินใจที่จะทำด้วยความถูกต้อง แล้วความสำเร็จก็จะมาเอง เพราะธุรกิจนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจจริงๆ ที่สำคัญคุณควรที่จะต้องตั้งเป้าหมายกำหนดเวลาให้ชัดเจนด้วย
เปิดใจนักขายค่าย 'คังเซนฯ'
ความสำเร็จ คือ ขยัน-มุ่งมั่น
... "ขยัน มุ่งมั่น อดทน ผลที่ตามมา คือ ความสำเร็จ นี่คือ คติประจำใจของ "วริยา มีสุข" นักธุรกิจขายตรงดีเด่น บริษัท คังเซน-เคนโก จำกัด ซึ่งเธอผู้นี้ได้เผยถึงหลักการทำงานให้ประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงานว่า ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต จริงใจ มุ่งมั่น
"สำหรับรางวัลเกียรติยศที่ตนเองได้รับถือได้ว่าเป็นรางวัลแห่งเกียรติยศเหมือนคนรับราชการ ถ้าได้รับรางวัลราชการดีเด่นก็ถือเป็นสุดยอดของคนที่รับราชการ แต่ตอนนี้พี่ทำขายตรง จึงถือเป็นสุดยอดของคนขาวตรงด้วย แต่ทั้งนี้รางวัลดังกล่าวจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีองค์กรที่ดีคอยสนับสนุน"
ส่วนเป้าหมายของผมต่อจากนี้ไป หลังจากที่ได้รับรางวัลแล้ว อยากที่จะขึ้นตำแหน่งคราวน์สตาร์ อีกทั้งต้องการพาลูกทีมองค์กรของตัวเองขึ้นตำแหน่งคราวน์สตาร์ทุกคนด้วย รวมถึงมีความตั้งใจว่าอยากที่จะได้โบนัสขึ้นต่ำ 5 แสนบาทต่อเดือน และต้องการให้คนในองค์กรมีรายได้ขึ้นตำแหน่งสูงๆ เหมือนกับเรา ให้เขาเป็นเหมือนเราหรือขึ้นสูงกว่าเราได้ยิ่งดี โดยผมจะดีใจมากเมื่อเห็นน้องๆ เขาประสบความสำเร็จ
"สิ่งที่ผมอยากจะฝากถึงสมาชิกทุกท่านที่ต้องการประสบความสำเร็จนั่น คือ ถ้าคุณอยากที่จะประสบความสำเร็จมาที่นี้ ทุกคนสามารถสำเร็จได้แน่"
..."การเป็นผู้ให้สบายใจกว่าการเป็นผู้รับ" นี่คือคติประจำใจ "บงกช ครุฑเครือ" นักธุรกิจขายตรงดีเด่น บริษัท คังเซน-เคนโก จำกัด ผู้ที่มีหลักการทำงานให้ประสบความสำเร็จที่ว่า ต้องมีความเชื่อมั่นในการทำงาน มีความศรัทธาทั้งบริษัทและอัพไลน์ รวมถึงสินค้า ที่สำคัญ ต้องลงมือทำอย่างต่อเนื่องไม่หยุด รวมถึงการเอาใจเขามาใส่ใจเรา ดูแลทีมงานเหมือนครอบครัวเดียวกัน และความสำเร็จก็จะเกิดขึ้น
"รางวัลที่ได้รับตรงนี้ถือได้ว่ามีความภาคภูมิใจอย่างมาก เนื่องจากไม่เคยคิดว่าตนเองจะได้ ซึ่งมีความรู้ภูมิใจมากตอนที่บริษัทโทรมาบอกว่าตนเองได้รับรางวัลเกียรติยศนักขายตรงดีเด่น ซึ่งเมื่อก่อนเคยเห็นเพื่อนที่ทำด้วยกันในบริษัทก็มีความรู้สึกว่าเราจะมีโอกาสไหม พอได้รับรางวัลนี้เสมือนเป็นรางวัลชีวิตของคนทำงานเลยทีเดียว ทำให้หายเหนื่อย"
สำหรับเป้าหมายในการทำธุรกิจต่อจากนี้ไปนั้น "บงกช" บอกกับทีมงาน "ตลาดวิเคราะห์" ว่า เป้าหมายในการทำงานต่อจากนี้ไปคงจะต้องทำธุรกิจนี้อย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญ ตั้งเป้าไว้ว่า ภายใน 5 ปี ถ้าเราทำไม่หยุดไม่พัก เราก็จะมีโอกาสประสบความสำเร็จทั้งตำแหน่งและรายได้ในอนาคตอย่างแน่นอน อีกทั้งง ทีมเวิร์คในการทำงานต้องดีด้วย
ท้ายสุด "บงกช" ได้ฝากถึงสมาชิกทุกท่านที่ต้องการประสบความสำเร็จว่า สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ความตั้งใจจริง อีกทั้งต้องวางเป้าหมายให้ชัดเจน แล้วลงมือทำ โดยที่ท้อก็ต้องทำ ป่วยก็ต้องทำ ซึ่งที่ผ่านมา น้องๆ ที่เข้ามาส่วนใหญ่เป้าหมายไม่ชัดเจน ความกระตื้อรือร้นยังไม่มี อยากที่จะให้ทุกคนที่เข้ามาทำอย่างต่อเนื่อง เพราะว่ามองว่าทำแล้วมันสำเร็จไม่ยาก เพียงแต่ว่าเป้าหมายของเราต้องชัดเจน แค่นี้ความสำเร็จก็จะสำเร็จได้
..."ทำงานต้องมีความซื่อสัตย์ อดทน มีความมุ่งมั่น ตั้งใจทำ นี่คือคติประจำใจของ "วรินทร์พร เกื่อกูลวัฒนาพร" นักธุรกิจขายตรงดีเด่น บริษัท คังเซน-เคนโก จำกัด ผู้ที่มีหลักการทำงานให้ประสบความสำเร็จที่ว่า ต้องมีการทดลองใช้สินค้า และเข้าใจถึงสินค้าของบริษัทว่ามีดีอะไรบ้าง เมื่อใช้ดีแล้วก็บอกต่อ จากนั้นก็มาศึกษาถึงแผนการตลาดที่หลัง ที่สำคัญ ในการทำธุรกิจนี้ ต้องมีความจริงใจต่อทุกๆ คน ที่มาเป็นสมาชิกของเรา มีความเอาใจใส่ลูกทีมด้วย เพราะว่าเราใช้สินค้านำก่อน อีกทั้งมีความจริงใจต่อทุกๆ คนที่มาเป็นสมาชิกของเรา ต้องมีการเอาใจใส่ดูแลลูกทีมด้วย ที่สำคัญ เมื่อมีประชุมต้องไม่ขาดการประชุม
"รางวัลที่ได้รับถือได้ว่าเป็นความภาคภูมิใจที่เขาเห็นความสามารถของเรา ซึ่งรางวัลตรงนี้ถือเป็นอีกหนึ่งรางวัลเกียรติยศในการทำงานของเรา เป็นเกียรติประวัติเอาไว้สำหรับให้ลูกได้เห็นเป็นแบบอย่าง ได้ดูว่าแม่ทำงานมาอย่างนี้ ซึ่งคนเราถ้าตั้งใจทำงานแล้วเขาก็จะเห็นความดีเราเอง"
สำหรับเป้าหมายต่อจากนี้ไป "วรินทร์พร" บอกกับทีมงาน "ตลาดวิเคราะห์" ว่า ตนเองต้องการสร้างสายงานเพิ่มอีก รวมถึงต้องลงไปช่วยเหลือสายงานที่เรารับผิดชอบ ช่วยไปสาธิตสินค้า ช่วยไปดูแลลูกค้าที่มีปัญหาและหาแนวทางแก้ไข อีกทั้งเมื่อเจอคนที่มีความฝันต้องชวนสู่ธุรกิจนี้
ท้ายสุดอยากที่จะฝากถึงสมาชิกทุกท่านที่ต้องการประสบความสำเร็จว่า การที่จะทำอะไรก็แล้วแต่นั้น มันไม่ได้สบายทุกอย่างเสมอไป ทุกอย่างย่อมมีอุปสรรค ซึ่งถ้าเราฟันฝ่าอุปสรรคได้เราก็จะบรรลุเป้าหมาย แต่ขอให้รู้จักว่าจะทำกับบริษัทไหนก็แล้วแต่ต้องทำอย่างเดียวทำหลายอย่างไม่ได้ไม่มีใครประสบความสำเร็จ สิ่งที่สำคัญ คือ ต้องศึกษาแผนการตลาดให้ดี คนที่จะเข้ามาในระบบขายตรงควรต้องศึกษาให้ดีแล้วทุกอย่างจะประสบความสำเร็จ
ล้วงลึกความสำเร็จ'ไมเนอร์'
ตั้งใจ -มุ่งมั่น- ขยัน -อดทน
...ต่อกันด้วยนักธุรกิจขายตรงดีเด่น บริษัท ไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด "วีระ สุทินฐรัตน์" ยึดคติประจำใจในการทำงานที่ว่า "ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น" ซึ่งความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้นั้น "วีระ" เผยต่อ "ตลาดวิเคราะห์" หลักการทำงานของผมมีอยู่ว่า ต้องมีความตั้งใจ มุ่งมั่นในการทำงาน ซึ่งตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ร่วมงานกับที่นี้ ปีนี้ถือได้ว่าเป็นปีที่ 4 ที่ได้รับรางวัล ซึ่งรางวัลดังกล่าวนับเป็นแรงกระตุ้นและผลักดันในการทำงานเพื่อสร้างยอดขาย และเครือข่ายให้เพิ่มขึ้นทุกๆ ปี นอกจากนี้ ยังมีในการทำงานเพื่อให้ประสบความสำเร็จอีกว่า ต้องมีความมุ่งมั่น ตั้งใจวางแผนก่อนทำงาน และสร้างทีมงานให้เติบโตขึ้น ทั้งยอดขายและสายงาน เพื่อให้สมาชิกตื่นตัวนำไปเป็นแบบอย่างในการทำงานในปัจจุบันและในอนาคต
สำหรับเป้าหมายต่อจากนี้ไป "วีระ" เผยว่า ในปีหน้าหากเป็นไปได้ตนเองอยากจะสร้างยอดขายให้สูงที่สุดให้จนได้ เพราะแชมป์ย่อมเป็นแชมป์ ต้องรักษาแชมป์ให้ได้นานที่สุด
ท้ายสุดอยากจะฝากถึงสมาชิกทุกคนที่ต้องการประสบความสำเร็จว่า ต้องมีความพยายามมุ่งมั่น อย่ายอมแพ้ เพราะทุกคนสามารถสำเร็จได้เช่นเดียวกัน และวันนั้นก็จะเป็นวันของคุณ
..."ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ อดทน กระตือรือร้น กัดไม่บ่อย" นี่คือคติประจำใจของ "วิทยา น้อยนาดี" นักธุรกิจขายตรงดีเด่น บริษัท ไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เขาผู้ที่นี้มีหลักในการทำงานให้ประสบความสำเร็จจนมาถึงจุดนี้ คือ ความพยายาม ความมุ่งมั่นตั้งใจ เพราะไม่มีงานอะไรที่ยากหรือง่าย ซึ่งอยู่ที่ว่าเรามีความมุ่งมั่นที่จะทำมากน้อยแค่ไหน อีกทั้งต้องมีความศรัทธาต่ออาชีพ ศรัทธาต่อสินค้า และต้องเอื้อต่อประโยชน์ส่วนรวมด้วย และหลักการทำงานอีกหนึ่งอย่างที่ขาดไม่ได้เลย คือ ต้องมีความรักในการทำงานก่อน ต่อจากนั้นความสำเร็จก็จะตามมาเอง
"รางวัลที่ได้รับในครั้งนี้ ต้องบอกว่าเป็นรางวัลแห่งเกียรติยศที่ตนเองมีความภาคภูมิใจอย่างมาก ซึ่งเราเองได้ใช้ความพยายามจนมาถึงจุดนี้ได้ เหมือนกับการที่เราเรียนมหาวิทยาลัยแล้วได้เกียรตินิยมแห่งความสำเร็จคล้ายๆ กัน"
ส่วนเป้าหมายการทำงานต่อจากนี้ไป คงจะสร้างชีวิตให้ดีกว่านี้ สร้างทีมงานคนรุ่นใหม่เข้ามาสานต่อตามแนวทางความคิดต่อไป ซึ่งสำหรับเราเองถือได้ว่าประสบความสำเร็จทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จในชีวิตมีรายได้ที่ดี อีกทั้งมีบ้านมีรถ มีชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งตรงนี้ถือได้ว่าตนเองมีความภาคภูมิใจอย่างมากที่มาถึงจุดนี้
ท้ายสุดอยากที่จะฝากถึงสมาชิกทุกท่านว่า ทุกอาชีพทุกงานไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ ผมว่าความจริงใจ และความจริงจังเกี่ยวกับงาน อีกทั้งความพยายาม รวมถึงความต่อเนื่อง อย่าหยุดอยู่กับที่หรือเริ่มต้นบ่อยๆ เมื่อมีตรงนี้แล้วความสำเร็จก็จะเกิดขึ้นได้ไม่ยาก
ผ่ากึ๋นความสำเร็จ 'DNMC'
อย่าตื่นตระหนกกับสิ่งที่เจอ
..."คิดดี ทำดี พูดดี" นี่คือคติประจำใจ "สุนิตา อิศรเดช" นักธุรกิจขายตรงดีเด่น บริษัท ดีเอ็นเอ็มซี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ที่แสวงหาความสำเร็จแบบไม่หยุดนิ่ง ด้วยการยึดหลักในการทำงานเพื่อให้ประสบความสำเร็จที่ว่า ต้องมีความมุ่งมั่นตั้งใจทำงานให้ตรงจุด เสมือนม้าที่ออกวิ่งแล้ว ต้องไม่ตื่นตระหนก วิ่งสู่เส้นชัยอย่างเดียวโดยที่ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง รวมถึงต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นหลักการทำงานวิธีการทำงาน เราให้ทีมงานเห็นว่าเราทำงานอย่างไร และก็ให้ทีมงานก็อปปี้เดินอย่างเรา ซึ่งตรงนี้ก็จะสามารถทำให้ประสบความสำเร็จ
"รางวัลนักธุรกิจขายตรงดีเด่นที่ได้รับในครั้งนี้ ถือได้ว่าตนเองมีความประทับใจอย่างมาก เป็นรางวัลที่ทรงเกียรติเพราะว่า นักขายตรงสิ่งที่ภาคภูมิใจที่สุดคงจะเป็นรางวัลเกียรติยศจากสมาคมการขายตรงไทย ที่เขายอมรับเราว่าเราเป็นนักขายดีเด่น ซึ่งตรงนี้ถือเป็นจุดสูงสุดสำหรับนักขายตรงที่ทุกคนต้องการจะได้รับ"
สำหรับเป้าหมายต่อจากนี้นั้น "สุนิตา" เผยต่อ "ตลาดวิเคราะห์" ว่า ตนเองต้องการที่จะสร้างผู้นำท่านต่อไปให้ได้รับรางวัลนักธุรกิจขายตรงดีเด่นเช่นเดียวกับเธอ ที่สำคัญ ต้องการสร้างยอดขายของบริษัทให้เพิ่มขึ้น ในอนาคต
ท้ายสุดอยากที่จะฝากถึงสมาชิกทุกท่านว่า อยากที่จะให้ดูถึงตัวอย่างผู้นำที่ประสบความสำเร็จ และทำตามผู้นำที่ดี ซึ่งเมื่อท่านสามารถทำได้ตามแบบอย่างผู้นำที่ประสบความสำเร็จแล้ว ท่านก็จะสามารถประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน
ความสำเร็จ'นูทรีเทติกส์'
ขยัน-ประหยัด-ซื่อสัตย์
ต่อกันด้วยนักธุรกิจขายตรงดีเด่น "อัญชลี อินทา" บริษัท นูทรีเมติคส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เธอผู้นี้ยึดหลักในการทำธุรกิจให้ประสบความความสำเร็จที่ว่า ต้องมีความขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ และมีความจริงใจ มอบให้ทุกคนที่ต้องการประสบความสำเร็จ
นอกจากนี้ เธอยังได้บอกถึงความสำเร็จจนได้รับรางวัลเกียรติยศครั้งนี้ว่า "รางวัลนักธุรกิจขายตรงดีเด่น ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของชีวิตการทำงาน ซึ่งรู้สึกดีใจที่ได้รับโล่เกียรติยศในครั้งนี้ และที่มีวันนี้ได้นั่น ต้องบอกว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ มีส่วนช่วยให้ตนเองประสบความสำเร็จจริงๆ จนได้รับรางวัลในวันนี้"
ส่วนเป้าหมายในการทำงานต่อจากนี้ไปนั่น "อัญชลี" เปิดใจว่า ต้องการที่จะไปเที่ยวต่างประเทศ นอกจากนี้ ตนเองยังต้องการช่วยเหลือลูกทีมงานในการขยายสายงาน เพื่อให้ลูกทีมสามารถประสบความสำเร็จเหมือนดังเช่นเรา
"ท้ายสุดอยากที่จะฝากถึงสมาชิกทุกท่านที่ต้องการความสำเร็จทุกท่าน ลูกทีมทถกท่านขยัน อดทน ต่อสู้กับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้าได้ แล้วในวันข้างเราเมื่อเรามีตรงนี้แล้วก็จะพบความสำเร็จอย่างแน่นอน
เปิดใจนักขายดีเด่น "นู ไลฟ์"
ตั้งใจทำงานความสำเร็จมาถึงแน่
..."ฝันให้ไกล และไปให้ถึง" นี่คือคติประจำใจของ "นายแพทย์จันทร์พันธ์ ผิวอ่อน" นักธุรกิจขายตรงดีเด่น บริษัท นู ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ที่มีหลักการทำงานที่ว่า ต้องทำงานอย่างต่อเนื่อง และมีความจริงจัง ที่สำคัญ ต้องช่วยเหลือทีมงานตลอดเวลาที่มีปัญหา และสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการทำงานให้ประสบความสำเร็จนั่น คือ ต้องขยันในการทำงาน
"รางวัลที่ตนเองได้รับในครั้งนี้ ถือได้ว่าค่อนข้างมีความภาคภูมิใจอย่างมาก ถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติในชีวิตการทำงาน ซึ่งถือเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่าเราทำได้จริง"
ส่วนเป้าหมายในอนาคตหลังจากนี้ ต้องการที่จะช่วยเหลือลูกทีมให้ประสบความสำเร็จเหมือนตนเอง ซึ่งเมื่อช่วยเหลือลูกทีมให้ประสบความสำเร็จตัวเราเองก็จะประสบความสำเร็จไปด้วยเช่นกัน
ท้ายสุด อยากที่จะฝากถึงสมาชิกทุกท่านที่ต้องการประสบความสำเร็จว่า ควรที่จะต้องตั้งเป้าหมายให้มีความชัดเจนเด่นชัด มุ่งมั่นพยายามในการทำงานอย่าหยุด แล้วท่านจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน
...ทั้งหมดนี้คือ นักธุรกิจขายตรงดีเด่นประจำปี 2550 ที่ถือได้ว่าเป็น "นักธุรกิจที่มีคุณภาพ" พร้อมที่จะขับเคลื่อนธุรกิจขายตรงให้เดินก้าวไปอย่างสมภาคภูมิ และท่านใดที่ต้องการมีความสำเร็จเช่นดังนักธุรกิจทั้งหลายเหล่านี้ สามารถยึดถือแนวทางในการทำงานของเขาและเธอได้ เพราะความสำเร็จไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปถ้าตั้งใจและมุ่งมั่นอย่างจริงจัง
![]() |
![]() |