198, 199, 200, 201, 202 ,203, 204 ,205, 206, 207, 208, 209, 210, 211, 212, 213, 214, 215, 216, 217, 218, 219, 220, 221, 222, 223, 224, 225, 226, 227, 228, 229, 230, 231, 232, 233, 234, 235 ,236, 237, 238, 239, 240, 241, 242, 243 , 244, 245, 246 , 247 ,248, 249 , 250 , 251

ฉบับที่ 252 ประจำวันที่ 1-15 กรกฎาคม 2552

เปิดพอร์ตลงทุน
'MCOT'
...ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาคงต้องบอกว่าธุรกิจสื่อในบ้านเราซบเซาลงไปมาก รายได้ของแต่ละช่องหดหายไปเป็นสิบสิบล้าน ทั้งจากปัญหาปฏิวัติ การเมือง หรือแม้แต่เศรษฐกิจ ทำให้เม็ดเงินโฆษณาจากบรรดาสปอนเซอร์ทั้งหลายถูกเก็บเข้าลิ้นชัก
แต่ที่ดูจะได้รับผลกระทบมากที่สุดคงหนีไม่พ้น "บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)" หรือ "MCOT" ที่โดนพายุขั้วการเมืองกระหน่ำพัดผู้อำนวยการตกเก้าอี้ไปหลายคน จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่า ใครเข้ามาคุมบังเหียนกำหนดทิศทางหรือสานต่องานสถานีแห่งความทันสมัยโมเดิร์นไนน์แห่งนี้
ซึ่งผลกระทบจากประเด็นข้างต้นทำให้ "นายเขมทัตต์ พลเดช" ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สำนักการตลาด บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) คาดว่า ภาพรวมของรายได้ในช่วงครึ่งปีแรกน่าจะลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเล็กน้อย เนื่องจากมีเม็ดเงินโฆษณาในบางรายการที่เข้ามาช้ากว่าปีที่แล้ว ประกอบกับการลงทุนโฆษณาของหน่วยงานราชการที่ลดลงแต่เชื่อว่าจะเป็นไปตามเป้าที่บริษัทตั้งไว้
นอกจากนี้ ยังมั่นใจว่ารายได้ในปีนี้จะโตตามเป้าหมายเดิมที่วางไว้ 7% จากปีก่อนที่มีรายได้ 4,000 ล้านบาท โดยคาดว่าครึ่งปีแรกรายได้ยังเติบโตตามเป้าที่วางไว้ หลังจากช่วงขึ้นปีแรกอัตราโฆษณาช่วงเวลาไพร์มไทม์เต็ม 100% ขณะที่อัตราโฆษณาที่ไม่ใช่ช่วงไพร์มไทม์มีอัตราการเช่าสูงขึ้นในช่วงไตรมาส 2/52 ประกอบกับช่วงครึ่งปีหลังบริษัทมีการปรับผังรายการใหม่อีก 7 รายการจึงน่าจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้
"ช่วงเดือน ก.ค.-ต.ค.นี้ทางช่องได้มีการปรับผังรายการใหม่ โดยจะมี 7 รายการใหม่เข้ามาออกอากาศ โดยในส่วนของอัตราค่าโฆษณาในบางรายการจะมีการปรับราคาขึ้น 3-5% ทั้งนี้ อัตราค่าโฆษณา
ในช่วงเวลาไพร์มไทม์อยู่ที่ 240,000 บาทต่อนาที ขณะที่ช่วงเวลาไพร์มไทม์ที่มีราคาแพงที่สุดจะอยู่ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 17.00-19.00 น. จะมีราคาอยู่ที่ 340,000 บาทต่อนาที ซึ่งเป็นช่วงเวลาออกอากาศของซิทคอม และอัตราค่าโฆษณาของรายการอะคาเดมี่แฟนเทเชีย (AF) ที่จะเริ่มออกอากาศจะมีอัตราค่าโฆษณาที่
ประมาณ 300,000 บาทต่อนาที" นายเขมทัตต์ กล่าว
ส่วนความคืบหน้าในการสรรหากรรมการผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่ คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเดือนสิงหาคมนี้ หลังจากที่ได้มีการขยายระยะเวลาการรับสมัครและจะมีการปิดรับสมัครในวันจันทร์นี้ โดยขั้นตอนหลังจากการปิดรับสมัครก็จะมีการสรรหาโดยจะมีการคัดผู้สมัครออก และในขั้นตอนต่อไปก็จะให้ผู้สมัครที่ผ่านเกณฑ์มาแสดงวิสัยทัศน์และเลือกผู้สมัครที่มีความเหมาะสมเพื่อเป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่ ด้านบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ KGI ให้ความเห็นถึง MCOT ว่า บล.เคจีไอมีมุมมองที่ดีขึ้นต่อปัจจัยพื้นฐานของ MCOT จากกำไรที่ดีเกินคาดในไตรมาส 1/52 ตามรายได้โฆษณาที่เพิ่มขึ้นและการควบคุมต้นทุนที่มีแนวประสิทธิภาพ ซึ่งทำให้อัตรากำไรเพิ่มขึ้น ผลประกอบการของ MCOT ในไตรมาส 2/52 มีแนวโน้มดีขึ้น QoQ จากปัจจัยด้านฤดูกาล การเข้ามาของรายการเรียลลิตี้โชว์ คอนเสิร์ต และกิจกรรมต่าง ๆ อย่างไรก็ดี เราเห็นว่าปัจจัยบวกต่าง ๆ ได้สะท้อนเข้าไปในราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมาไปแล้ว
โดยคาดว่ากำไรของ MCOT ในไตรมาส 2/52 จะดีขึ้น QoQ จาก 1. ปัจจัยด้านฤดูกาลของอุตสาหกรรมโฆษณา 2. การเข้ามาของรายการเรียลลิตี้โชว์ที่ได้รับความนิยม เช่น The Star 5 (ในเดือน เม.ย.) และ Academy Fantasia 6 (เดือนมิ.ย. - ก.ค.) และ 3. ผลบวกจากการปรับอัตราค่าโฆษณาของรายการข่าวภาคเช้าขึ้นในเดือน เม.ย. นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการจัดรายการคอนเสิร์ตและกิจกรรมต่าง ๆ อีกมากในไตรมาส เช่น คอนเสิร์ต "15 ปี เติ้งลี่จวิน A Special Tribute by สินทรัพย์ประกันภัย" (วันที่ 23 พ.ค.), คอนเสิร์ต "คาราบาว 3 ช่าสามัคคี ตอนลูกทุ่งแฟนเทเชีย" (วันที่ 31 พ.ค.), การแสดงกายกรรม "BALAGAN World Acrobats Show 2009" (วันที่ 10-14 มิ.ย.) และกิจกรรม "งานถนนเทคโนโลยีครั้งที่ 6" ซึ่งเป็นงานแข่งขันประกวดหุ่นยนต์ (วันที่ 13-14 มิ.ย.) แม้ว่ากำไรจะดีขึ้น QoQ แต่ก็เป็นเรื่องที่ยากสำหรับการเติบโต YoY เนื่องจากฐานกำไรระดับสูงในไตรมาส 2/51 จากการที่โฆษณาถูกเลื่อนออกไปในช่วงงานพระราชพิธีพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ในไตรมาส 1/51 ในขณะที่ภาพรวมของอุตฯโฆษณาก็ไม่ดีนัก จากความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ตกต่ำและเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
จากกำไรที่ดีเกินคาดในไตรมาส 1/52 และมุมมองต่อบริษัทฯที่เป็นบวกมากขึ้นทำให้เราปรับกำไรของ MCOT ในปี 2552-53 เพิ่ม 5.3%-12.7% จากประมาณการเดิม โดยมีสมมติฐานสำคัญคืออัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นจากการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ต้นไตรมาส 2/52 จนถึงปัจจุบัน ราคาหุ้นของ MCOT ได้ปรับตัวสูงกว่าตลาดและ
BEC ตามแนวโน้มกำไรที่ดีขึ้น ประกอบกับมีปัจจัยบวกจากการที่ TRUE Vision สามารถออกอากาศในเชิงพาณิชย์ได้ อย่างไรก็ดี ณ ระดับราคาปัจจุบัน เราเห็นว่าราคาหุ้นที่ปรับขึ้นไปถึง 51.3% ได้สะท้อนปัจจัยบวกต่าง ๆ ไว้แล้ว ในระยะสั้น ปัจจัยบวกที่เหลืออีกประการหนึ่งคือ การแต่งตั้งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ท่านใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือน ส.ค. อย่างไรก็ดี หลังจากนั้นแล้ว เราคาดว่าราคาหุ้นน่าจะเข้าสูงช่วงของการพักฐาน เนื่องจากหมดปัจจัยบวกแล้ว อีกทั้งอุตสาหกรรมโฆษณาก็จะเข้าสู่ฤดูตกต่ำตามปกติในไตรมาส 3 ด้วย
หลังปรับประมาณการ ราคาเป้าหมายใหม่ของเราเพิ่มเป็น 18.90 บาท (จาก 16.40 บาท) แม้ว่าเราจะปรับประมาณการขึ้น แต่ด้วยส่วนต่างราคาหุ้นจากราคาเป้าหมายที่จำกัด เราจึงคงคำแนะนำ "ถือ" สำหรับการลงทุนในระยะสั้น ส่วนการลงทุนระยะยาวยังต้องระมัดระวังปัจจัยเสี่ยงด้านกฎหมาย