เปิดพอร์ตลงทุน
'MCOT'
...ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาคงต้องบอกว่าธุรกิจสื่อในบ้านเราซบเซาลงไปมาก รายได้ของแต่ละช่องหดหายไปเป็นสิบสิบล้าน ทั้งจากปัญหาปฏิวัติ การเมือง หรือแม้แต่เศรษฐกิจ ทำให้เม็ดเงินโฆษณาจากบรรดาสปอนเซอร์ทั้งหลายถูกเก็บเข้าลิ้นชัก
แต่ที่ดูจะได้รับผลกระทบมากที่สุดคงหนีไม่พ้น "บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)" หรือ "MCOT" ที่โดนพายุขั้วการเมืองกระหน่ำพัดผู้อำนวยการตกเก้าอี้ไปหลายคน จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่า ใครเข้ามาคุมบังเหียนกำหนดทิศทางหรือสานต่องานสถานีแห่งความทันสมัยโมเดิร์นไนน์แห่งนี้
ซึ่งผลกระทบจากประเด็นข้างต้นทำให้ "นายเขมทัตต์ พลเดช" ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สำนักการตลาด บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) คาดว่า ภาพรวมของรายได้ในช่วงครึ่งปีแรกน่าจะลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเล็กน้อย เนื่องจากมีเม็ดเงินโฆษณาในบางรายการที่เข้ามาช้ากว่าปีที่แล้ว ประกอบกับการลงทุนโฆษณาของหน่วยงานราชการที่ลดลงแต่เชื่อว่าจะเป็นไปตามเป้าที่บริษัทตั้งไว้
นอกจากนี้ ยังมั่นใจว่ารายได้ในปีนี้จะโตตามเป้าหมายเดิมที่วางไว้ 7% จากปีก่อนที่มีรายได้ 4,000 ล้านบาท โดยคาดว่าครึ่งปีแรกรายได้ยังเติบโตตามเป้าที่วางไว้ หลังจากช่วงขึ้นปีแรกอัตราโฆษณาช่วงเวลาไพร์มไทม์เต็ม 100% ขณะที่อัตราโฆษณาที่ไม่ใช่ช่วงไพร์มไทม์มีอัตราการเช่าสูงขึ้นในช่วงไตรมาส 2/52 ประกอบกับช่วงครึ่งปีหลังบริษัทมีการปรับผังรายการใหม่อีก 7 รายการจึงน่าจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้
"ช่วงเดือน ก.ค.-ต.ค.นี้ทางช่องได้มีการปรับผังรายการใหม่ โดยจะมี 7 รายการใหม่เข้ามาออกอากาศ โดยในส่วนของอัตราค่าโฆษณาในบางรายการจะมีการปรับราคาขึ้น 3-5% ทั้งนี้ อัตราค่าโฆษณา
ในช่วงเวลาไพร์มไทม์อยู่ที่ 240,000 บาทต่อนาที ขณะที่ช่วงเวลาไพร์มไทม์ที่มีราคาแพงที่สุดจะอยู่ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 17.00-19.00 น. จะมีราคาอยู่ที่ 340,000 บาทต่อนาที ซึ่งเป็นช่วงเวลาออกอากาศของซิทคอม และอัตราค่าโฆษณาของรายการอะคาเดมี่แฟนเทเชีย (AF) ที่จะเริ่มออกอากาศจะมีอัตราค่าโฆษณาที่
ประมาณ 300,000 บาทต่อนาที" นายเขมทัตต์ กล่าว
ส่วนความคืบหน้าในการสรรหากรรมการผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่ คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเดือนสิงหาคมนี้ หลังจากที่ได้มีการขยายระยะเวลาการรับสมัครและจะมีการปิดรับสมัครในวันจันทร์นี้ โดยขั้นตอนหลังจากการปิดรับสมัครก็จะมีการสรรหาโดยจะมีการคัดผู้สมัครออก และในขั้นตอนต่อไปก็จะให้ผู้สมัครที่ผ่านเกณฑ์มาแสดงวิสัยทัศน์และเลือกผู้สมัครที่มีความเหมาะสมเพื่อเป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่ ด้านบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ KGI ให้ความเห็นถึง MCOT ว่า บล.เคจีไอมีมุมมองที่ดีขึ้นต่อปัจจัยพื้นฐานของ MCOT จากกำไรที่ดีเกินคาดในไตรมาส 1/52 ตามรายได้โฆษณาที่เพิ่มขึ้นและการควบคุมต้นทุนที่มีแนวประสิทธิภาพ ซึ่งทำให้อัตรากำไรเพิ่มขึ้น ผลประกอบการของ MCOT ในไตรมาส 2/52 มีแนวโน้มดีขึ้น QoQ จากปัจจัยด้านฤดูกาล การเข้ามาของรายการเรียลลิตี้โชว์ คอนเสิร์ต และกิจกรรมต่าง ๆ อย่างไรก็ดี เราเห็นว่าปัจจัยบวกต่าง ๆ ได้สะท้อนเข้าไปในราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมาไปแล้ว
โดยคาดว่ากำไรของ MCOT ในไตรมาส 2/52 จะดีขึ้น QoQ จาก 1. ปัจจัยด้านฤดูกาลของอุตสาหกรรมโฆษณา 2. การเข้ามาของรายการเรียลลิตี้โชว์ที่ได้รับความนิยม เช่น The Star 5 (ในเดือน เม.ย.) และ Academy Fantasia 6 (เดือนมิ.ย. - ก.ค.) และ 3. ผลบวกจากการปรับอัตราค่าโฆษณาของรายการข่าวภาคเช้าขึ้นในเดือน เม.ย. นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการจัดรายการคอนเสิร์ตและกิจกรรมต่าง ๆ อีกมากในไตรมาส เช่น คอนเสิร์ต "15 ปี เติ้งลี่จวิน A Special Tribute by สินทรัพย์ประกันภัย" (วันที่ 23 พ.ค.), คอนเสิร์ต "คาราบาว 3 ช่าสามัคคี ตอนลูกทุ่งแฟนเทเชีย" (วันที่ 31 พ.ค.), การแสดงกายกรรม "BALAGAN World Acrobats Show 2009" (วันที่ 10-14 มิ.ย.) และกิจกรรม "งานถนนเทคโนโลยีครั้งที่ 6" ซึ่งเป็นงานแข่งขันประกวดหุ่นยนต์ (วันที่ 13-14 มิ.ย.) แม้ว่ากำไรจะดีขึ้น QoQ แต่ก็เป็นเรื่องที่ยากสำหรับการเติบโต YoY เนื่องจากฐานกำไรระดับสูงในไตรมาส 2/51 จากการที่โฆษณาถูกเลื่อนออกไปในช่วงงานพระราชพิธีพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ในไตรมาส 1/51 ในขณะที่ภาพรวมของอุตฯโฆษณาก็ไม่ดีนัก จากความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ตกต่ำและเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
จากกำไรที่ดีเกินคาดในไตรมาส 1/52 และมุมมองต่อบริษัทฯที่เป็นบวกมากขึ้นทำให้เราปรับกำไรของ MCOT ในปี 2552-53 เพิ่ม 5.3%-12.7% จากประมาณการเดิม โดยมีสมมติฐานสำคัญคืออัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นจากการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ต้นไตรมาส 2/52 จนถึงปัจจุบัน ราคาหุ้นของ MCOT ได้ปรับตัวสูงกว่าตลาดและ
BEC ตามแนวโน้มกำไรที่ดีขึ้น ประกอบกับมีปัจจัยบวกจากการที่ TRUE Vision สามารถออกอากาศในเชิงพาณิชย์ได้ อย่างไรก็ดี ณ ระดับราคาปัจจุบัน เราเห็นว่าราคาหุ้นที่ปรับขึ้นไปถึง 51.3% ได้สะท้อนปัจจัยบวกต่าง ๆ ไว้แล้ว ในระยะสั้น ปัจจัยบวกที่เหลืออีกประการหนึ่งคือ การแต่งตั้งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ท่านใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือน ส.ค. อย่างไรก็ดี หลังจากนั้นแล้ว เราคาดว่าราคาหุ้นน่าจะเข้าสูงช่วงของการพักฐาน เนื่องจากหมดปัจจัยบวกแล้ว อีกทั้งอุตสาหกรรมโฆษณาก็จะเข้าสู่ฤดูตกต่ำตามปกติในไตรมาส 3 ด้วย
หลังปรับประมาณการ ราคาเป้าหมายใหม่ของเราเพิ่มเป็น 18.90 บาท (จาก 16.40 บาท) แม้ว่าเราจะปรับประมาณการขึ้น แต่ด้วยส่วนต่างราคาหุ้นจากราคาเป้าหมายที่จำกัด เราจึงคงคำแนะนำ "ถือ" สำหรับการลงทุนในระยะสั้น ส่วนการลงทุนระยะยาวยังต้องระมัดระวังปัจจัยเสี่ยงด้านกฎหมาย
![]() |