198, 199, 200, 201, 202 ,203, 204 ,205, 206, 207, 208, 209, 210, 211, 212, 213, 214, 215, 216, 217, 218, 219, 220, 221, 222, 223, 224, 225, 226, 227, 228, 229, 230, 231, 232, 233, 234, 235 ,236, 237, 238, 239, 240, 241, 242, 243 , 244, 245, 246 , 247 ,248, 249 , 250 , 251

ฉบับที่ 252 ประจำวันที่ 1-15 กรกฎาคม 2552

สมาร์ทชอปปิ้ง

'Equity ETFs (2)'
ปักษ์ที่แล้วเราทราบกันแล้วว่า "กองทุน ETF" มีที่มาที่ไป และลักษณะพิเศษกันอย่างไร สำหรับปักษ์นี้ "สมาร์ทช้อปปิ้ง" จะขอกล่าวถึงประโยชน์ของการลงทุนจาก Equity ETFs กันว่ามีอะไรบ้าง และนักลงทุนสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในพอร์ตลงทุนกันได้อย่างไร
ก่อนอื่นขอย้อนความหลังกับไปสั้นๆ ว่า ลักษณะของ Equity ETFs เป็นการรวมจุดเด่นของกองทุน และหุ้นเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ Equity ETFs กลายเป็นหลักทรัพย์ที่มีบทบาทสร้างจุดสนใจให้กับผู้ลงทุน กองทุน ETFs ถือเป็นกองทุนที่มีความโปร่งใสเป็นอย่างมาก เนื่องจากผู้จัดการกองทุนจะรายงานสถานะของกองทุนเป็นรายวันเกี่ยวกับหลักทรัพย์ที่อยู่ในกองทุนรวมทั้งการได้นำเงินและไถ่ถอนหน่วยลงทุน ซึ่งการรายงานเป็นรายวันจะช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้ลงทุนว่าผู้จัดการกองทุนได้นำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ระบุในนโยบายการลงทุน นอกจากนี้ลักษณะการบริหารแบบเชิงรับ ทำให้ผู้ลงทุนสามารถติดตามประสิทธิภาพการดำเนินงานของกองทุนเทียบกับ ดัชนีอ้างอิงได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ กองทุน ETFs เป็นกองทุนที่มีสภาพคล่องการซื้อขายสูงเนื่องจากมีกลไกการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ร่วมค้าหน่วยลงทุน (Participating Dealers) และผู้จัดการกองทุน ทำให้ปริมาณหน่วยลงทุนที่ซื้อขายในตลาดรองมีเพียงพอต่อความต้องการของผู้ลงทุน
สำหรับผู้ลงทุนสถาบันหลายแห่งที่มีนโยบายการลงทุนแบบเชิงรับ กองทุน ETFs สามารถช่วยลดภาระในการบริหารจัดการได้อย่างสะดวก เพราะการลงทุนใน ETFs เพียงตัวเดียวก็สามารถให้ผลตอบแทนเหมือนกับการถือกลุ่มหลักทรัพย์ที่ ETFs นั้นได้อ้างอิงอยู่ หรือผู้ลงทุนก็สามารถใช้ ETFs ในการปรับสัดส่วนการลงทุน (Asset Allocation) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น หากผู้ลงทุนสถาบันมีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นร้อยละ 20 และตราสารหนี้ร้อยละ 80 ของพอร์ตการลงทุน เมื่อมีมุมมองว่าตลาดหุ้นจะปรับขึ้น และต้องการปรับสัดส่วนการลงทุนในหุ้นเป็นร้อยละ 25 แต่หุ้นที่เลือกไว้เพื่อเตรียมจะลงทุนอาจจะยังไม่อยู่ในราคาที่เหมาะสมในการเข้าซื้อ ก็สามารถซื้อ ETFs ที่มีการกระจายการลงทุนในดัชนีโดยรวมเพื่อให้พอร์ตการลงทุนปรับตัวเพิ่มขึ้นตามภาพรวมของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การลงทุนในกองทุน ETFs ส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนใน Blue-chip Indices อาทิเช่น S&P500 FTSE100 HANGSENG NIKKEI เป็นต้น แต่ด้วยวิวัฒนาการที่ก้าวหน้าของนวัตกรรมทางการเงิน ETFs จึงสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายประเภทมากขึ้น ไม่ว่าเป็น Fixed Income ETFs Shariah EFs Real Estate ETFs Emerging Market ETFs or Dividend ETFs ซึ่งนักลงทุนต้องมีการวางแผนในการเลือกกองทุน ETFs ที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการลงทุนให้ได้มากที่สุด โดยคำนึงถึงความเสี่ยงที่อาจจะได้รับและความสามารถในการยอมรับความเสี่ยงของนักลงทุนเองด้วย ซึ่งการลงทุนในกองทุน ETFs นั้นก็ย่อมมีความเสี่ยงอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นภาวะเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลให้ทิศทางดัชนีตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ ทั่วโลก หรือแม้กระทั่งภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่มีผล ต่อการปรับตัวเพิ่มขึ้นหรือลดลงของดัชนีค่อนข้างมาก และความเสี่ยงที่อาจเกิด Tracking Error
ในปัจจุบันการลงทุนในกองทุนที่มีนโยบายเชิงรับ (Passive Investment) ถือเป็นทางเลือกที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุน แนวโน้มของการลงทุนเน้นไปยังการปรับเพิ่มสัดส่วนในการลงทุนแบบนโยบายเชิงรับ และขณะเดียวกันก็ปรับลดสัดส่วนของการลงทุนแบบนโยบายเชิงรุก ณ สิ้นปี 2007 การเติบโตของ Passive Investment นั้นมากกว่า Active Investment อย่างเห็นได้ชัดที่ร้อยละ16.2 และร้อยละ10.8 ตามลำดับ