ปตท.ปิดฉากปั๊มเจ็ท
อวสาน!ตำนานปั๊มสีเหลือง
อวสาน "ปั๊มเจ็ท" ปิดฉากตำนานปั๊มสีเหลือง หลังปตท.เข้าซื้อกิจการ พร้อมสั่งลุยปรับปรุงเปลี่ยนแปลง "ปั๊มเจ็ท"จนถึงสถานีสุดท้าย สู่รูปแบบสถานีน้ำมันใหม่ พร้อมร้านสะดวกซื้อรูปแบบใหม่ "Jiffy Express" เผยหลังการปรับปรุงแล้ว ยอดขายพุ่ง 21% ต่อเดือนต่อสถานี
ปิดฉากตำนานอวสานไปแล้ว สำหรับปั๊มเจ็ท ปั๊มน้ำมันสีเหลือง ที่เคยให้บริการเติมน้ำมัน ซึ่งคนไทยต่างจดจำกันได้เป็นอย่างดี...มาวันนี้ "ปั๊มเจ็ท" ต้องกลับกลายมาเป็นอดีตแห่งความทรงจำไปเสียแล้ว หลังจากที่ปตท.ได้เข้ามากินรวบกิจการ หรือซื้อกิจการ (เทคโอเวอร์) มาไว้ในอุ้งมือเสร็จสรรพ ตั้งแต่ 28 มิถุนายน 2550 พร้อมทยอยเดินหน้าปรับปรุงเปลี่ยนแปลง"ปั๊มเจ็ท"ทุกสาขาใหม่ทั้งหมด จากปั๊มแรกจนถึงปั๊มสุดท้าย...ส่งผลให้ "ปั๊มเจ็ท"คงเหลือไว้เพียงตำนาน
หากย้อนตำนาน "ปั๊มเจ็ท" ก่อนถึงกาลอวสานแล้ว พบว่า "ปั๊มเจ็ท"ได้เข้ามาแผ่บารมีในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2534 โดยบริษัท คอนอโค ฟิลลิปส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทธุรกิจพลังงานเชื้อเพลิงครบวงจรขนาดใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ได้เข้ามาดำเนินการก่อตั้งบริษัทในไทย ภายใต้ชื่อ บริษัท คอนอโค (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน จนกระทั่งในปี 2536 ก็ได้เปิดดำเนินการสถานีบริการน้ำมัน สาขาแรก คือ "เจ็ท-จิฟฟี่" ปทุมธานี-รังสิต คลอง 2 ...ทำให้คนไทยเริ่มได้รู้จักสถานีบริการน้ำมันสีเหลืองสะดุดตาอย่าง "เจ็ท" และร้านสะดวกซื้อที่ประทับใจอย่าง"จิฟฟี่" หรือที่เรียกรวมกันแบบง่ายๆว่า "เจ็ท-จิฟฟี่" นับตั้งแต่นั้นมา
จากจุดแรกเริ่ม แล้วค่อยๆเติบโตเรื่อยมา...จาก 1 สาขา กลายมาเป็น 146 สาขาทั่วประเทศ... "เจ็ท-จิฟฟี่" ไม่ว่าสาขาใด ต่างก็ได้รับการต้อนรับจากคนไทยเป็นอย่างดี ด้วยชื่อเสียงด้านคุณภาพการบริการที่มีมาตรฐานเดียวกัน จึงเป็นที่จดจำของลูกค้าได้เป็นอย่างดี ทั้งสถานที่ตั้ง ผลิตภัณฑ์น้ำมันคุณภาพสูง สินค้าที่ครบครันและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากกว่าร้านค้าสะดวกซื้อทั่วไป รวมถึงพนักงานที่พร้อมอำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิด ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลลูกค้าให้ได้รับความพึงพอใจสูงสุด
แถมการก่อสร้างสถานีน้ำมันในแต่ละสาขาของ "เจ็ท" ก็ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะ บนพื้นที่กว้างขวาง ตั้งแต่ 3-5 ไร่ พร้อมการออกแบบให้เป็นสถานีบริการน้ำมันที่ทันสมัย ดูโอ่โถง มีซุ้มหลังคาดูสะอาด มีศาลาพักผ่อนที่มีแสงสว่าง และปลอดภัยตลอดเวลาการเข้าใช้บริการ
ที่สำคัญที่มากไปกว่าการให้บริการเติมน้ำมัน นั่นคือ การมี "จิฟฟี่" ร้านสะดวกซื้อที่ใหญ่ที่สุด เมื่อเทียบกับสถานีบริการน้ำมันทั่วไป ทั้งด้านของพื้นที่ให้บริการ และสินค้าหลายประเภทมากกว่า 4,000 รายการ ครบตามความต้องการของคนเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภทข้าวกล่อง และแซนด์วิช ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่มของใช้ สินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม จนไปถึงร้านอาหารที่ได้รับความนิยม เช่น Fast Foods, Coffee และร้านบริการในด้านต่าง ๆ แก่ผู้บริโภค เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ทำให้ "เจ็ท-จิฟฟี่" กลายเป็นสถานีบริการที่ผู้ขับขี่ได้ให้ความวางใจในการใช้บริการอยู่เสมอ
"เจ็ท-จิฟฟี่" ถือเป็นต้นแบบของสถานีบริการน้ำมันและร้านสะดวกซื้อ ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ของวงการค้าปลีกน้ำมัน ที่ผู้ประกอบการแต่ละค่ายต้องหันกลับมามองตัวเอง และต้องปรับเปลี่ยนตาม "เจ็ท-จิฟฟี่" ให้ทัน
ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา ต้องบอกว่า "เจ็ท-จิฟฟี่" ประสบความสำเร็จสูงสุด กับการก้าวขึ้นเป็นผู้นำยอดขายน้ำมันเฉลี่ยต่อสถานีมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของประเทศ รวมถึงการสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าสูงสุดในการบริการมาโดยตลอด และยังถือเป็นต้นแบบของสถานีบริการน้ำมันและร้านสะดวกซื้อ ซึ่งผู้ขับขี่วางใจใช้บริการอยู่เสมอ
แม้ว่า "เจ็ท-จิฟฟี"จากสาขาแรก จนถึงสาขาสุดท้าย จะถูกปรับปรุงเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ใหม่ ภายใต้แบรนด์ใหม่ "ปตท.-จิฟฟี่"โดยไม่มีเคล้าโครงหลงเหลือความเป็น"ปั๊มเจ็ท"แล้วก็ตาม แต่ก็เชื่อว่า "ปั๊มเจ็ท"จะยังคงไม่หายไปจากตำนานการค้าปลีกน้ำมัน และความจดจำของคนไทย
นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นองค์กรด้านพลังงานชั้นนำของไทย ดำเนินธุรกิจครบวงจร ด้านก๊าซธรรมชาติ น้ำมัน และปิโตรเคมี เปิดเผยว่า หลังจากที่ปตท.ได้เข้าไปซื้อกิจการ (เทคโอเวอร์)สถานีบริการน้ำมัน"เจ็ท"จำนวน 146 แห่งทั่วประเทศ จากบริษัท โคโนโค (ประเทศไทย) จำกัด มูลค่า 275 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 9,750 ล้านบาทแล้ว ก็ได้ให้บริษัท ปตท.บริหารธุรกิจค้าปลีก จำกัด ทำหน้าที่ดูแล และบริหารในส่วนสถานีบริการเจ็ทและร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ ( Jiffy) โดยมีพนักงานมากกว่า 4,000 คน
พร้อมทั้งได้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อสถานีบริการน้ำมันจาก "เจ็ท"มาเป็น "ปตท." เพื่อเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์การบริการจากเดิมสู่การให้บริการรูปแบบใหม่ ภายใต้ชื่อใหม่ที่จะเดินหน้าสู่การเป็นสถานีบริการที่ให้บริการเป็นเลิศ ทันสมัย และมีคุณภาพสูง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในปัจจุบัน โดยได้ทำการปรับเปลี่ยนรูปแบบมาตั้งแต่ปี 2551 จนครบ 146 สถานีบริการแล้ว (ปั๊มเจ็ท เส้นทางบางบัวทอง-สุพรรณบุรี เป็นปั๊มสุดท้ายของการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง) แบ่งเป็นสถานีบริการน้ำมันในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวน 52 แห่ง, ภาคเหนือ 10 แห่ง, ภาคกลาง 18 แห่ง, ภาคตะวันออก 34 แห่ง, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 12 แห่ง และภาคตะวันตก 20 แห่ง
สำหรับการปรับปรุงทั้งภาพลักษณ์สถานีบริการน้ำมันและร้านสะดวกซื้อ รวมถึงรูปแบบการบริการของพนักงานประจำสถานีบริการนั้น ปตท.ได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ภายใต้คอนเซ็ปท์ "Platinum Gas Station" โดยมุ่งเน้นการตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้าเป็นพิเศษ ภายใต้แนวคิด Customer Trust & Customer Care มีรูปแบบการตกแต่งภายในที่มีความแตกต่างกันใน 4 รูปแบบ เช่น สไตล์ Trendy สไตล์ Cozy เรียบง่าย แต่แฝงด้วยความทันสมัย สไตล์ Lively โทนสีพาสเทล มีชีวิตชีวา และสดใสด้วยสไตล์ Freshly แต่งแต้มแบบหลากสีสันสนุกสนาน
"ปัจจุบันสถานีบริการน้ำมัน "ปตท.-จิฟฟี่" เป็นสถานีบริการน้ำมันที่มีความทันสมัย มีระบบตรวจสอบความปลอดภัย โดยการติดกล้องวงจรปิด เพื่อดูแลลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ บนพื้นที่กว้างขวางที่มีศาลาพักคอยให้ลูกค้าใช้เป็นจุดพักรถและจุดนัดพบ รวมทั้งลานจอดรถโอ่โถง ทางเข้า-ออกสะดวกสบาย ตอบสนองความต้องการของลูกค้าและนักเดินทาง เช่นเดียวกับร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่อย่าง "จิฟฟี่"ที่มีพื้นที่ขนาด 150 ตารางเมตรจนถึง 550 ตารางเมตร เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าคุณภาพที่คัดสรรเป็นอย่างดีรวมถึงจำนวนสินค้าที่มากกว่าร้านค้าสะดวกซื้อทั่วไป"
ด้าน "กฤษะพล โกมลบุณย์" กรรมการผู้จัดการบริษัท ปตท.บริหารธุรกิจค้าปลีก จำกัด กล่าวในส่วนของร้านสะดวกซื้อ "จิฟฟี่"ว่า บางสาขาจะมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก ทำให้ร้าน"จิฟฟี่"เดิมไม่สามารถให้บริการหรือสนองตอบต่อความต้องการได้อย่างเพียงพอ ดังนั้น เพื่อให้ร้าน "จิฟฟี่"มีความทันสมัย และบริการลูกค้าได้มากกว่าที่เป็นอยู่ ปตท.จึงคิดการบริการรูปแบบใหม่ขึ้นมา ภายใต้ชื่อร้าน "จิฟฟี่ เอ็กซ์เพรส" ซึ่งจะมีพื้นที่ใช้สอยและให้บริการมากขึ้นกว่าเดิม
"ปตท.ได้เปิด"จิฟฟี่เอ็กซ์เพรส"สาขาแรก และถือเป็นสาขาต้นแบบแล้ว ณ สถานีบริการสาขาบางบัวทอง ซึ่งเป็นสาขาที่มีขนาดใหญ่ถึง 6 ไร่ มีผู้ใช้บริการค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่มีการเดินทางท่องเที่ยวจะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการในร้าน Jiffy เดิมจำนวนมาก จนต้องรอคิวเพื่อชำระสินค้านาน จึงจำเป็นต้องขยายร้าน JIFFY EXPRESS เพิ่มเติม โดยสินค้าในร้านจะจำหน่ายสินค้าที่ทำยอดขายขายสูงสุดใน 250 อันดับแรก ทั้งเครื่องดื่ม อาหาร และขนมต่าง ๆ ที่มีความอร่อยตรงตามความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการความรวดเร็วในช่วงที่มีลูกค้าจำนวนมาก นอกจากนั้นยังมีมุมกาแฟสด caf? Amazon ในรูปแบบ Express Counter เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่สามารถเข้ามาซื้อทั้งสินค้าในร้าน Jiffy Express และกาแฟสดในจุดเดียวกัน
อีกทั้ง "ปตท.-จิ๊ฟฟี่" จะจัดประชุมร่วมทุกเดือนระหว่างผู้จัดการสาขาและพันธมิตรต่าง ๆ ภายในสถานีบริการน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นร้านเอสแอนพี แบล็ค แคนยอน รวมถึงสถาบันต่าง ๆ ที่เปิดให้ลูกค้าสามารถดำเนินธุรกรรมทางการเงินได้ เพื่อร่วมกันสะท้อนปัญหาและความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปมาปรับปรุงให้ดีและตรงใจลูกค้ามากที่สุดด้วย
สำหรับเหตุผลที่เราต้องจัดประชุมทุกเดือนกับพันธมิตรนั้น เพราะไม่อยากให้เขามีความรู้สึกว่า เขาเป็นเพียงผู้เข้ามาแค่เช่าพื้นที่เท่านั้น แต่ต้องการให้เขาได้มีส่วนร่วมหรือได้มีส่วนช่วยคิดว่า จะทำอย่างไรให้ยอดขายมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดหรือทรงตัว เพราะธุรกิจเหล่านี้จะมี Cycle ของมัน จึงต้องมานั่งดูว่า อะไรที่ควรทำให้ลูกค้า เช่นเรื่องของความปลอดภัย เรื่องธุรกิจแต่ละรายเป็นอย่างไร หรือแม้แต่กระทั่งเมนูอาหารที่ต้องไม่ซ้ำกันในแต่ละเดือน ไม่อย่างนั้นคนจะเบื่อ จึงต้องอัพเดตทุกเดือน"
ส่วนยอดขายน้ำมันผ่านสถานีบริการน้ำมัน "ปตท.-จิฟฟี่" ทุกสาขาที่ปรับปรุงใหม่ ทั้ง 146 แห่งนั้น พบว่า มียอดขายเพิ่มขึ้น21% จากเดิมที่จำหน่ายน้ำมันอยู่ที่ 560,000 ลิตร/เดือน/แห่ง กลับเพิ่มขึ้นเป็น 680,000 ลิตร/เดือน/แห่ง ส่วนยอดขายผ่านร้านสะดวกซื้อ "จิฟฟี่" ก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน อยู่ที่ประมาณ19-45 % ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่
![]() |