198, 199, 200, 201, 202 ,203, 204 ,205, 206, 207, 208, 209, 210, 211, 212, 213, 214, 215, 216, 217, 218, 219, 220, 221, 222, 223, 224, 225, 226, 227, 228, 229, 230, 231, 232, 233, 234, 235 ,236, 237, 238, 239, 240, 241, 242, 243 , 244, 245, 246 , 247 ,248, 249 , 250 , 251

ฉบับที่ 252 ประจำวันที่ 1-15 กรกฎาคม 2552

ชำแหละทิศทาง'สมาคมตัวแทนฯ'
เปิดแผนจรรโลงวิชาชีพสู่มิติใหม่
ส่องยุทธศาสตร์ "สมาคมตัวแทนประกันชีวิต" ภายใต้การนำทัพของ "บรรยง วิทยวีรศักดิ์" นายกสมาคมคนใหม่...จับทิศทางนโยบาย ท่ามกลางแรงบีบจากสารพัดกฎเหล็ก...ชี้นโยบายนำร่อง ผุดศูนย์ร้องเรียนช่วยเหลือลูกค้า ชุบอาชีพตัวแทนนักขาย เป็นที่พึ่งพายามยากของประชาชน...!!!
...นับตั้งแต่เปิดศักราชใหม่เป็นต้นมา การเริ่มต้นใช้กฎกติกาใหม่ เพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. ประกันชีวิต พ.ศ. 2551 ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับอุตสาหกรรม เพราะถือเป็นเส้นทางที่กำลังจะนำ "ธุรกิจประกันชีวิต" ก้าวไปสู่มิติใหม่ในอนาคตอันใกล้นี้...!!!
ซึ่งการปรับตัวของคนในแวดวง ก็ต้องมีการขยับเพื่อรับกับ กฎใหม่นี้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะเหล่าบรรดาสมาคมต่างๆ ต้องมีแผนรองรับ ที่จะให้บรรดาสมาชิก เดินตามรอย ที่ทาง "สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)" ขีดไว้...!!!
สำหรับ "สมาคมตัวแทนประกันชีวิต" ถือเป็นอีก 1 สมาคมที่มีบทบาทสำคัญไม่น้อยในอุตสาหกรรมนี้ โดยประวัติความเป็นมาของสมาคมนี้ ก่อตั้งขึ้นมาเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2511 หลังก่อตั้งขึ้นมาก็มีบุคคลต่างๆ ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคม ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปตามวาระ กิจกรรมส่วนใหญ่จะเน้นไปในเรื่องการส่งเสริมความรู้ในด้านการขาย แต่ทว่าบทบาทด้านอื่นๆ กลับไม่มีความชัดเจนมากนัก
กระทั่ง ในช่วง 10 กว่าปีหลังมานี้ "สมาคมตัวแทนประกันชีวิต" เริ่มมีแอ็คชั่นเพิ่มมากขึ้น เมื่อ "มนตรี แสงอุไรพร" เข้ารับตำแหน่งนายกสมาคมตัวแทนประกันชีวิต โดยเริ่มบทบาทหน้าที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินกิจกรรมของสมาคมให้มีความเป็นสากลมากขึ้น
ขณะที่คณะกรรมการบริหารมาจากได้รับการเลือกตั้ง จากนั้นก็มีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมา ภายใต้กฎข้อบังคับของสมาคมตัวแทนประกันชีวิต ที่แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1.เลือกตั้งนายกสมาคม โดยผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งต้องมีใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิตและประกอบอาชีพเป็นผู้บริหารงานขายไม่น้อยกว่า 5 ปี รวมทั้งเป็นสมาชิกสมาคมตัวแทนต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า 5 ปี 2.เลือกตั้งกรรมการสมาคม ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งต้องมีใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิต และประกอบอาชีพเป็นผู้บริหารงานขายไม่น้อยกว่า 2 ปี รวมทั้งเป็นสมาชิกสมาคมตัวแทนต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า 2 ปี ซึ่งทั้ง 2 ประเภทมีวาระการดำรงตำแหน่ง 2 ปี
...จากวันนั้นจนถึงวันนี้ นายกสมาคมตัวแทนประกันชีวิตคนใหม่ ก็ตกมาอยู่ในมือของ "บรรยง วิทยวีรศักดิ์" บุคคลวงในที่คลุกคลีกับสมาคมโดยเป็นอดีตเลขาธิการสมาคมตัวแทนประกันชีวิตในยุคที่อดีตนายกสมาคมที่มีนามว่า "บุญชัย หรูตระกูล" นั่งตำแหน่งอยู่
การเข้ามาของ "บรรยง" ถือเป็นการเข้ามาท่ามกลางสิ่งท้าทายที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรม
อย่างแท้จริง เพราะธุรกิจประกันภัย กำลังจะก้าวไปสู่อีกมิติหนึ่ง ดังนั้น ในฐานะนายกสมาคมตัวแทนประกันชีวิต จึงเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ ที่ต้องเผชิญกับสิ่งต่างๆ ที่จะเข้ามาพิสูจน์ความสามารถในบทบาทการเป็น "แม่ทัพ" ของเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงอุตสาหกรรมประกันชีวิตอยู่ในปัจจุบัน

เปิดนโยบายจรรโลงวิชาชีพ
บรรยง วิทยวีรศักดิ์ นายกสมาคมประกันชีวิต กล่าวว่า บทบาทหน้าที่ของนายกสมาคม คือ การดูผลประโยชน์ของประชาชนและผลประโยชน์ของสมาชิกเป็นหลัก ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทำประกันชีวิต นโยบายการทำงานของนายกสมาคมแต่ละสมัย จะมีการทำงานในรูปแบบพัฒนาต่อจากการทำงานของนายกสมาคมคนก่อนๆ
โดยการก่อตั้งสมาคมเปรียบเสมือนการสร้างรถยนต์ เช่น นายกสมาคมรุ่นแรกๆ ก็เปรียบเสมือนเป็นผู้ออกแบบ อ่ายงเช่น รุ่นคุณมนตรี แสงอุไรพรประกอบเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา รุ่นคุณชาญวิทย์ เมธาชัยวุฒิและ คุณบุญชัย หรูตระกูล ก็เป็นช่วงที่ทดสอบรถยนต์จนอยู่ในสภาพพร้อมใช้
จนกระทั่งมาถึงรุ่นนี้ คิดว่าเป็นยุคของการรุกคืบไปข้างหน้า ซึ่งจะเดินหน้าโดยการออกสื่อมากขึ้น สนองตอบเหตุการณ์ต่างๆ มากขึ้น ทำให้คนรู้จักสมาคมตัวแทนให้ไม่น้อยกว่าสมาคมอื่นๆ เช่น แพทย์สมาคมหรือสมาคมทนายความ เป็นต้น และมองว่าต่อไปนี้จะเห็นภาพสมาคมออกสื่อภายนอกมากยิ่งขึ้น เพื่อให้คนรู้จักสมาคมมากยิ่งขึ้นเช่นกัน
"ปัญหาที่สมาคมกำลังเผชิญในตอนนี้คือ สมาคมไม่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปเท่าที่ควร รวมถึงสมาชิกสมาคมเองก็มีคนที่ไม่ค่อยได้รับรู้ข่าวสารความเคลื่อนไหวของสมาคมเลย ดังนั้น ผมจึงมุ่งเน้นการทำให้สมาคมเป็นที่ยอมรับจากสังคมมากขึ้น"
นอกจากนี้ สิ่งที่ทางสมาคม ควรรีบแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนคือ การช่วยเสริมให้องค์กรมีความเข้มแข็งมากขึ้นและรวดเร็ว นอกจากการออกสื่อ ยังมีต้องเพิ่มจำนวนคณะกรรมการที่มาทำงานในปีนี้ขึ้นหนึ่งเท่าตัว โดยเน้นบุคคลที่มีความกระตือรือร้น เพื่อเตรียมตัวรับงาน เอเชีย แปซิฟิก ไลฟ์ อินชัวรันส์ คองเกรส ที่จะจัดขึ้นในประเทศไทยปี 2010 นี้
"เราเริ่มตระหนักแล้วว่าช่วงระยะหลัง กรรมการในสมาคมมีจำนวนน้อยลง และบ้างครั้งคนภายนอกก็จะมองว่ากรรมการสมาคมเป็นเพียงแค่กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ที่สำคัญตัวแทนทั่วๆ ไปรู้สึกว่าตัวเองไม่มีส่วนร่วมในสมาคมนี้ แต่ยุคผมจะเป็นยุคที่ทำให้ทุกคนมีส่วนร่วม และมีความรู้สึกว่าสมาคมตัวแทนประกันชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของเขา และเชื่อว่าการที่สมาชิกห่างเหินจากสมาคมไปเป็นเพราะ พวกตัวแทนหรือสมาชิกไม่ได้รับรู้ข่าวสารความเคลื่อนไหวของสมาคมเท่าที่ควร แต่จากนี้ต่อไปสมาชิกทุกคนจะได้รับข้อมูลข่าวสารจากสมาคมมากขึ้น ถี่ขึ้น เรียกได้ว่าจะได้รับข้อมูลทุกเดือนถึงตัว เราจะมีกลยุทธ์ที่นำมาใช้ อยู่หลากหลายช่องทาง เช่น SMS เว็บไซค์ การแจ้งข้อมูลข่าวสารผ่านอีเมล์หรือทางช่องทางอื่นๆ มากขึ้น"
ทั้งนี้ หากดำเนินการตามนโยบายทั้งหมดนี้แล้ว จากนี้ไปจะไม่ได้ยินคำพูดว่า สมัครเป็นสมาชิกสมาคมตัวแทนประกันชีวิตแล้วไม่มีประโยชน์อะไร นอกจากได้จุลสารปีละ 2 เล่ม เพราะสมาชิกจะได้รับข้อมูลข่าวสารของสมาคมอย่างต่อเนื่อง สมาชิกจะได้เห็นว่า สมาคมทำอะไรให้กับสมาชิกหรือมีผลงานอะไรออกมาปรากฏให้เห็นกับตาบ้าง
"จริงๆ แล้วเมื่อก่อนทางสมาคมมีผลงานอยู่เสมอ มีกิจกรรมอยู่เยอะมาก มีเกิดขึ้นอยู่ทุกเดือนแต่ว่าไม่มีใครรู้ เรามีประชุมกับที่สภาธุรกิจประกันภัยไทย มีการประชุมเรื่องจัดงานวันประกันชีวิตแห่งชาติ แต่เรื่องเหล่านี้ไม่มีการสื่อออกไป ทุกคนเลยรู้สึกว่ากรรมการสภาเลือกไปแล้วไม่ได้ทำอะไร แต่จริงแล้วมีกิจกรรมทุกอาทิตย์นะครับ จากนี้ไปผมรับลองว่าท่านสมาชิกจะได้รับรู้ความเคลื่อนไหวของก็จะมีการสื่อเรื่องเหล่านี้ออกไป"

ส่องภาพรวมธุรกิจประกันชีวิต
บรรยง กล่าวต่อว่า เชื่อว่าภาพรวมเศรษฐกิจยังคงซบเซาแบบนี้ไปสักระยะหนึ่ง อาจถึง 2 - 3 ปีเป็นอย่างน้อย แต่ธุรกิจประกันชีวิตก็ยังเป็นธุรกิจประกันชีวิตที่มีอัตราการเจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ อาจจะโตถึง 10% แต่ส่วนที่จะโตมาที่สุด คาดว่าจะเป็นไปทางด้านแบงก์แอสชัวรันส์ เนื่องจากตลาดยังมีความสดใสอยู่มาก แต่ในช่องทางผ่านตัวแทนอาจจะมีทรงๆ ตัวอยู่บ้าง แต่จะโตขึ้นอีกนิดหน่อยแค่ 2 - 3 % ซึ่งถ้าเอามาร่วมกันก็จะทำให้ภาพรวมของธุรกิจประกันชีวิตโต 8 - 10%
"สำหรับช่องทางตัวแทน คิดว่าถ้ารู้จักอาศัยจังหวะและโอกาสให้เป็นประโยชน์ ถ้าคนที่อยู่ในธุรกิจนี้มานานพอทุกคนจะยอมรับว่า ขายได้หรือไม่ได้อยู่ที่ว่าออกไปขายหรือเปล่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ออกไปขายแล้วขายไม่ได้ ปัญหาจริงๆอยู่ที่ไม่ได้ออกไปขาย ซึ่งทุกคนจะมีความคิดเห็นในเรื่องนี้ตรงกัน ทุกคนยอมรับว่าถ้าทำงานหนักขึ้น ยอดขายเพิ่มขึ้นแน่นอน เพราะการเป็นตัวแทนที่สามารถประสบความสำเร็จต้องมีทัศนคติดี มีความขยัน มีความรับผิดชอบ มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องตัวสินค้าให้มาก"
อย่างไรก็ตาม แม้สภาพเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร เชื่อว่าคนต้องมีความหวังอยู่เสมอ เชื่อเหมือนกับช่วงที่เริ่มเข้ามาเป็นตัวแทนประกันชีวิต ช่วงนั้นทุกคนจะมีความหวังทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่ามันจะได้หรือไม่ได้สิ่งที่หวังไว้ ขอเพียงแค่รู้สึกว่ามันสามารถทำได้จริงๆ
"ตัวแทนทุกคนต้องมีความหวัง มุ่งหน้าทำในสิ่งที่ตั้งใจ เช่นเดียวกันกับสมาคมก็ตั้งความหวังไว้ว่าจะต้องทำให้สมาชิกทุกคนภูมิใจ เพราะฉะนั้น อยากให้ทุกท่านรอดูว่ากรรมการชุดใหม่นี้จะทำอะไรบ้าง"

ผุดศูนย์ร้องเรียนช่วยลูกค้า
บรรยง กล่าวต่อว่า ในขณะนี้สมาคมยังได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเรียบร้อยแล้ว โดยจะรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเท่านั้น ไม่รับเรื่องร้องเรียนของตัวแทนประกันชีวิต เช่น การจ่ายเบี้ยประกัน แล้วเงินไม่ถึงบริษัท หรือเรียกร้องสินไหมแล้วไม่ได้ตามเงื่อนไขของสัญญา เป็นต้น
"คณะอนุกรรมการ จะชี้แจงหลักการของการประกันชีวิต ข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ แต่จะไม่มีการตัดสินถูกผิด เพราะเราไม่รู้ตื้นลึกหนาบางในข้อเท็จจริง จะเป็นเพียงอธิบายในแง่หลักการทั่วไป จากนั้นจะแนะนำผู้เอาประกันว่า จะดำเนินการเรื่องต่อไปอย่างไร เช่น ต้องใช้เอกสารอะไรเพิ่มเติมในการเรียกร้องสิทธิ์ที่พึงได้ หรือหากผู้เอาประกันมั่นใจในหลักฐานของตนว่าครบถ้วนแล้ว ก็จะแนะนำว่าให้ไปติดต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ซึ่งมีคณะอนุญาโตตุลาการช่วยไกล่เกลี่ยเรื่องระหว่างผู้เอาประกันกับบริษัท หากยังได้ผลไม่เป็นที่พอใจ ยังสามารถขอให้ศาลตัดสินคดีข้อพิพาทให้ได้เชื่อว่าน่าจะได้ข้อยุติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นขั้นตอนปกติที่ลูกค้าทุกคนสามารถนำมาใช้ได้อยู่แล้ว เพียงแต่เราอาจจะไม่รู้ว่ายังมีช่องทางในการเรียกร้องสิทธิ์หลายวิธี หลายช่องทาง"
ทั้งนี้ การทำงานของคณะอนุกรรมการ จะไม่อาสานำลูกค้าไปปะทะกับบริษัท ซึ่งเสี่ยงต่อการผิดพลาด แต่จะขอดูหลักฐานข้อเท็จจริง แล้วค่อยให้คำแนะนำในหลักการ ว่าควรดำเนินการเรื่องนี้ต่ออย่างไร
"เราหวังจะเป็นตัวเชื่อมที่ดีในการสร้างความเข้าใจระหว่างลูกค้ากับบริษัท เพราะที่ผ่านมา 99% ของปัญหามักมาจากความไม่เข้าใจกัน อาจจะไม่เข้าใจเงื่อนไขของกรมธรรม์ หรือไม่เข้าใจขั้นตอนในการเรียกร้องสินไหม ดังนั้น หากวันนี้ประชาชนท่านใดที่มีปัญหาเกี่ยวกับการทำประกันชีวิตและต้องการคำปรึกษาจากคณะอนุกรรมการชุดนี้ ซึ่งสามารถติดต่อได้ที่ สมาคมตัวแทนประกันชีวิต"