| |
|
แฮ็ปปี้เอ็มพีเอ็ม ปรับศาสตร์กลยุทธ์ใหม่หวังเติบโตสิ้นปี 25% ประกาศจุดยืนธุรกิจขอเน้นขยายธุรกิจมากกว่าการขายหลังที่ผ่านมาสมาชิกเน้นขายมากจนเกินไปจนขยายไม่เป็นพร้อมเสริมหลักสูตรเส้นทางรวยแนะแนวทางความสำเร็จในธุรกิจเผยเตรียมเข็นสินค้าใหม่ด้านการเกษตรสนองความต้องการเกษตรกรเร็วๆนี้...ด้านพีรพงษ์ มั่นใจธุรกิจแฮ็ปปี้เอ็มพีเอ็มวันนี้มีความโดดเด่นไม่แพ้ใครย้ำ! 13 ปีคือบทพิสูจน์ของธุรกิจที่แท้จริง
แฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม คืออีกหนึ่งบริษัทขายตรงที่เชื่อว่าหลายๆ คน คงอยากที่จะทราบความเคลื่อนไหวของค่ายนี้อย่างแน่นอนว่าวันนี้แนวทางของธุรกิจแฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม ได้วางกลยุทธ์เพื่อสร้างความเกรียงไกรของธุรกิจไว้อย่างไรบ้าง และตลอดระยะเวลาช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาภาพรวมของธุรกิจแฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม เป็นที่น่าพอใจมากน้อยแค่ไหน ซึ่ง ตลาดวิเคราะห์ ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ นายพีรพงษ์ หลังปูเต๊ะ กรรมการบริหาร บริษัท แฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม จำกัด ถึงภาพรวมของธุรกิจในช่วงที่ผ่านมาและแนวทางการเดินเกมรบของธุรกิจนับจากนี้จะเป็นไปในทิศทางไหน
ซึ่งนายพีรพงษ์ได้เปิดเผยว่า ณ ปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่า การแข่งขันทางธุรกิจขายตรงเรียกได้ว่าดุเดือดเผ็ดร้อนทีเดียว โดยที่แฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็มก็เหมือนกับขายตรงทั่วๆ ไป ที่มีกระแสของคนเข้ามาร่วมในธุรกิจเช่นเดียวกัน แต่ที่นี่จะแตกต่างกว่าที่อื่นตรงที่ว่าจะไม่มีการโมติเวทในเรื่องของรายได้เป็นหลัก เพราะมองว่าการทำเช่นนี้ หากดูในระยะยาวไม่ค่อยยั่งยืนเท่าไหร่ ที่สำคัญ ตลอดระยะเวลา 13 ปีที่ดำเนินธุรกิจขายตรง บริษัทฯ ไม่เคยมีการเปลี่ยนแผนการตลาดเลย ซึ่งยังคงใช้แผนเดิมจนถึงทุกวันนี้ และสมาชิกทุกคนก็ต่างแฮ็ปปี้กันถ้วนหน้า
สำหรับนโยบายการรุกตลาดเครือข่ายในปีนี้นั้น บริษัทฯ มีนโยบายที่จะเน้นการขยายธุรกิจมากกว่าการขาย ซึ่งในอดีตนั้นบริษัทจะมีแต่ผู้ขาย ส่วนผู้ขยายค่อนข้างมีน้อยมาก โดยปัจจุบันบริษัทฯ จะพยายามให้ผู้ที่ใช้สินค้ารวมถึงเป็นนักขายได้มีโอกาสได้ขยายธุรกิจมากขึ้น ซึ่งหาก นโยบายดังกล่าวเป็นไปตามวัตถุประสงค์ เชื่อว่าในส่วนของยอดขายน่าที่จะเติบโตเพิ่มขึ้นกว่าเดิมด้วยเช่นกัน
...ในปีที่ผ่านมายอดขายของบริษัทฯ ถือว่ายังไม่ตรงตามเป้าหมายที่บริษัทฯ ได้วางไว้แต่อย่างใด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะวิกฤตการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อยอดอย่างปฏิเสธไม่ได้ ส่วนไตรมาสแรกของปีนี้นั้น พบว่าภาพรวมธุรกิจเริ่มดีขึ้นตามลำดับ ถึงแม้จะไม่หวือหวาเหมือนเช่นดั่งขายตรงค่ายอื่นๆ โดยภาพรวมดีขึ้นทั้งในเรื่องของยอดขาย จำนวนสมาชิกที่แอคทีฟที่เพิ่มขึ้นตามลำดับ หลังจากที่บริษัทฯ ได้หันมาเน้นการขยายมากกว่าการขาย โดยในปีนี้บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายที่จะเติบโตอยู่ที่ 25%...
นายพีรพงษ์ เผยต่ออีกว่า นอกเหนือจากในปีนี้ที่บริษัทฯ จะเน้นที่การขยายธุรกิจมากกว่าการขายแล้วนั้น ทางบริษัทฯ ยังจะเน้นให้ความรู้กับนักขายให้สามารถขายสินค้าได้หลากหลายกลุ่มมากขึ้น เช่น ใครที่เคยขายสินค้าเกษตรเพียงอย่างเดียว บริษัทฯ ก็จะลองให้มาขายสินค้าอย่างอื่นควบคู่ไปด้วย เป็นต้น เพื่อเป็นการเพิ่มความหลากหลายในการนำเสนอสินค้าให้กับผู้บริโภค
ขณะเดียวกัน ในส่วนของหลักสูตรการฝึกอบรมนั้น บริษัทฯ ได้นำเอาหลักสูตรเดิมที่เคยมีอยู่แล้วนำมาปรับปรุงใหม่ พร้อมๆ กับเติมเต็มหลักสูตรใหม่เข้ามาเสริมองค์ความรู้ด้วย ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ มีหลักสูตรเส้นทางรวยเพิ่มเติมเข้ามา โดยจะบ่งบอกถึงการทำงานในแฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม ให้ประสบความสำเร็จและสร้างความร่ำรวยในอนาคตนั้นทำอย่างไร ซึ่งบริษัทฯ ได้มีการเขียนโปรแกรมขึ้นมาใหม่และจัดอบรมใหม่เพื่อหลักสูตรนี้โดยเฉพาะ
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีนโยบายที่จะเพิ่มโมบายให้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ มีศูนย์สาขาหรือว่าคลังสินค้าอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ หมดแล้ว อาทิ อุบลราชธานี ขอนแก่น พะเยา พิษณุโลก และสุราษฎร์ธานี ซึ่งแต่ละสาขาพร้อมที่จะรองรับความต้องการของสมาชิกและผู้บริโภคได้ทุกเมื่อ
ปัจจุบันบริษัทฯ ได้มีการเร่งพัฒนาสาขาที่ยังโตไม่เต็มที่นั่นคือ สาขาทางภาคใต้ ที่เจอภัยพิบัติวิกฤตน้ำท่วมหลายครั้ง จนทำให้ในช่วงที่ผ่านมายอดขายตกไปพอสมควร ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้บริษัทฯ จึงได้เร่งปรับกลยุทธ์ใหม่ด้วยการสร้างความภักดีต่อสินค้าและองค์กรให้กับสมาชิกมากขึ้น พร้อมกับการฟื้นฟูให้เขาได้มีรายได้เพิ่มขึ้น ด้วยการจัดประชุมเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดทางบริษัทฯ เองยังได้ไปมอบเงินให้กับครอบครัวที่ประสบอุทกภัยครอบครัวละ 3,000 บาทอีกด้วย
...สำหรับสัดส่วนยอดขายสินค้าในแต่ละกลุ่มของ แฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม นั้น นายพีรพงษ์ กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทฯ มีสัดส่วนยอดขายในสินค้าแต่ละหมวดแบ่งได้ดังนี้ 1. ผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตร 60% 2. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 15% 3. ผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ 15% 4. ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางซีรีแอล 5% และอื่นๆ 5%
หากจะถามถึงสินค้าใหม่ที่จะเพิ่มเข้ามาในธุรกิจเครือข่ายนั้น คงจะเป็นในส่วนของสินค้าทางด้านการเกษตรที่เจาะจงเฉพาะ อาทิ สินค้าเกี่ยวกับยางพารา ต้นปาล์ม เป็นต้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงสูตร คาดว่าเร็วๆ นี้ น่าที่จะได้วางจำหน่ายอย่างแน่นอน
วันนี้ต้องบอกว่าตลอดระยะเวลา 13 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ยังไม่เคยขึ้นราคาสินค้าแม้แต่สลึงเดียวเลย เรียกว่าเป็นบริษัทขายตรงค่ายเดียวในเมืองไทยเลยก็ว่าได้ ที่ไม่ขึ้นราคาทั้งๆ ที่ต้นทุนการผลิตในปัจจุบันค่อนข้างสูง ซึ่งที่บริษัทฯ สามารถอยู่ได้ในธุรกิจนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเราอาศัยกำไรต่อรายการต่อชิ้นน้อยลง และสามารถกระจายขายสินค้าได้มากขึ้นนั่นเอง และการดำเนินธุรกิจของแฮ็ปปี้จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ได้พิสูจน์ให้ทุกคนได้รู้แล้วว่า หากบริษัทฯ ไม่มีความมั่นคงจริงๆ คงอยู่ไม่ถึง 13 ปีแน่นอน
นายพีรพงษ์ กล่าวเสริมต่ออีกว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ จะเน้นทำธุรกิจขายตรงที่ถูกต้อง ซึ่งหากพบว่ามีใครที่ไม่อยู่ในแนวทางของบริษัทฯ เราก็จะเชิญออก โดยยอมตัดเนื้อร้ายทิ้ง เพื่อต้องการรักษาฐานขององค์กรไว้ พร้อมกับสมาชิกที่มีคุณภาพจริงๆ ในขณะเดียวกัน ต้องยอมรับว่าแฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม จะไม่โตตามกระแสในปัจจุบันสักเท่าไหร่ เพราะมองว่าการโตตามกระแสนั้น จะสร้างปัญหาให้กับคนกลุ่มใหญ่พอ สมควร ซึ่งบริษัทฯ ไม่อยากที่จะทำอย่างนั้น จึงทำให้วันนี้บริษัทฯ จึงขอเติบโตแบบช้าๆ ไปพร้อมๆ กับความมั่นคงที่บริษัทฯ ได้สร้างไว้จะดีกว่า
การทำธุรกิจเครือข่ายในปัจจุบันนี้ ตนเองมองว่าคนส่วนใหญ่เริ่มที่จะหันมาใช้เน็ตเวิร์คในการทำตลาดมากขึ้น รวมถึงในสื่อดาวเทียม ซึ่งวิธีการทำการตลาดดังกล่าวนั้น ถือว่าเป็นการสร้างภาพลักษณ์ทั้งสิ้น แต่สุดท้ายหากสินค้าคุณไม่ดีจริง รวมถึงไม่มีความจริงใจต่อลูกค้า ผลสุดท้ายธุรกิจของคุณก็จะอยู่ได้ไม่นานเช่นกัน นายพีรพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย
|
|
|