301 16 –31 กรกฎาคม 2554      
   
 
 
               
   

เซเว่นทุ่มสุดตัวรุกแฟรนไชส์เต็มกำลัง
จ่อคิว! สร้างเถ้าแก่น้อยรุ่นใหม่ในอนาคต

   
               
   

ซีพีออลล์ผู้บริหารเซเว่นอีเลฟเว่นร้านอิ่มสะดวกซื้อของคนไทยเผยนโยบายครบรอบ 20 ปีกับการเดินหน้าขยายร้านแฟรนไชส์อย่างต่อเนื่องตั้งเป้า 7 ปีขยายแฟรนไชส์ออกไป 70% ในส่วนของบริษัทลดลงเหลือ 30% ซึ่งถือเป็นก้าวแรกของการเดินหน้ามุ่งเป้าเข้าสู่ระบบแฟรนไชส์อย่างแท้จริงหวังสร้างผลผลิตสร้างอาชีพสร้างรายได้สร้างผู้ประกอบการเถ้าแก่รุ่นใหม่ทั่วประเทศไทยส่งผลให้ค้าปลีกเติบโตเป็น 14% ของ GDP ในประเทศ
นายปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)  ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น ร้านอิ่มสะดวกของคนไทย กล่าวว่า ปัจจุบันเซเว่น อีเลฟเว่น ได้กลายเป็นร้านสะดวกซื้ออันดับ 4 ของไทย โดยในปี 2532 เริ่มขยายสาขาแรก และมีกว่า 300 สาขา ในปี 2534 จนเริ่มเสมอตัวและมีกำไรเพิ่มขึ้น และเริ่มทดลองขยายร้านแฟรนไชส์ พร้อมมีระบบทดลองแฟรนไชส์เป็นรายแรก และต่อมาเปิดขยายร้านแฟรนไชส์เพิ่มปีละ 500 สาขา
ขณะนี้ร้านแฟรนไชส์ได้ถูกขยายออกไปถึง 52% กับจำนวนเซเว่น อีเลฟเว่น ทั้งหมด 6,000 สาขาเศษ แบ่งเป็นร้านแฟรนไชส์ 3,150 สาขา ร้านของบริษัทเอง 2,900-3,000 สาขา จากในจุดนี้จึงได้มีการวางแผนในการขยายสัดส่วนแฟรนไชส์เพิ่มขึ้น ในแต่ละปีที่เปิด 500 สาขา จะมีร้านแฟรนไชส์ 400 สาขา และเซเว่น อีเลฟเว่น ที่เป็นของบริษัทเอง 100 สาขา เพื่อที่จะขยายเปอร์เซ็นต์จาก 52% ต่อปี เพิ่มเป็นอีก 3%  โดยสัดส่วนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะทำให้การขยายงานไปสู่ 7,000 สาขาได้อย่างรวดเร็วในอีก 2 ปีข้างหน้า และในสัดส่วนของแฟรนไชส์ก็จะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
อีกทั้งในอีก 7 ปีข้างหน้า ก็จะขยายร้านแฟรนไชส์เพิ่มเป็น 70% และในส่วนของบริษัท ซีพี ออลล์ 30% ถือเป็นก้าวแรกที่จะเดินหน้าต่อไปในสัดส่วนของแฟรนไชส์ที่เพิ่มขึ้นอีก และสัดส่วนการขยายสาขาของบริษัทเองก็จะลดลงเรื่อยๆ โดยระบบของบริษัทจะมุ่งเป้ามาสู่ระบบแฟรนไชส์อย่างแท้จริง
ในเรื่องจุดเด่นของ “เซเว่นฯ” ก็คือ การมีระบบการอบรม การจัดการที่ดี รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยี และการอบรมจัดการให้เป็นระบบที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจเป็นผู้ประกอบการ และสามารถเข้าบริหารกิจการที่คุ้มค่าต่อการลงทุนที่เหมาะสม ใน 6 เดือนจนถึง 1 ปี ซึ่งร้านที่สามารถประสบความสำเร็จและมีกำไรแล้ว ก็จะขยายสาขาให้ รวมถึงมีระบบการอบรมการจัดการเทคโนโลยีที่ดี และมีการสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ลงทุนด้วยการสนับสนุนในด้านต่างๆ อาทิ คลังสินค้า การคัดเลือกสินค้า ระบบการบริหารจัดการแก่ร้านแฟรนไชส์ และมีทีมงานมืออาชีพคอยดูแลให้คำปรึกษาในการดำเนินธุรกิจอย่างใกล้ชิด
หากย้อนไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ร้านแฟรนไชส์มีเพียง 9 สาขา แต่ปัจจุบันสัดส่วนของร้านแฟรนไชส์มีมากเกินครึ่งของร้านที่บริหารงานโดยบริษัทแล้ว ซึ่งเป็นนโยบายของบริษัทที่ต้องการจะสร้างนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจเซเว่นฯ ควบคู่กับบริษัท เพื่อช่วยทำให้ระบบธุรกิจค้าปลีกมีความก้าวหน้า และช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ รวมไปถึงการสร้างผลผลิต สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้คนมีงานทำที่มั่นคง ให้ประชาชนทั่วไปมีอาชีพอย่างทั่วถึง เพราะค้าปลีกมีการเติบโตถึง  14% ของ GDP ในประเทศ และเซเว่นฯ เองก็เป็นผู้นำทางด้านนี้ อีกทั้งในปัจจุบันก็มีลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการจำนวน 7  ล้านคนต่อวัน มีพนักงานกว่า 90,000 ชีวิตใน ซีพี ออลล์ ซึ่งยังไม่รวมไปถึง ซัพพลายเออร์ที่มาสร้างผลผลิตจากวัตถุดิบเพื่อให้เกิดสินค้าขึ้นมา แล้วนำมาป้อนให้แก่เซเว่น อีเลฟเว่น หากรวมในส่วนซัพพลายเออร์เข้าไปก็จะเป็นหลักแสน
ส่วนการตั้งเป้าหมายการเติบโตในทุกปีเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้คือ 5% เพียงแต่ปีนี้เติบโตดีมาก ในปีหน้าจะเพิ่มเป้าขึ้น และทุกปีจะตั้งเป้าการเติบโตเพิ่มขึ้น 3% ของทั้งหมด และในอีก 7 ปี หากคำนวณตามสถิติจะได้แฟรนไชส์ไปถึง 70% นั่นหมายถึงร้านของบริษัทเหลือ 30% โดยนโยบายจะเน้นในเรื่องของระบบแฟรนไชส์ เพื่อส่งเสริมเถ้าแก่หรือคนรุ่นใหม่ให้เป็นเจ้าของธุรกิจ ทั้งนี้ มองว่าการส่งออกทุกอย่างที่ทางกระทรวงพาณิชย์ได้ชี้แจงมา GDP ก็ยังคงเติบโต 4.5% ตามข้อมูล แต่สิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้มั่นใจว่าการส่งออกดี เรื่องเศรษฐกิจ ผลผลิตดี เรื่องแรงงานดี และคิดว่าในครึ่งปีหลังก็ยังคงดีอยู่ ยิ่งมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามา ยิ่งทำให้มั่นใจว่าทุกอย่างจะดีมากขึ้น
สำหรับเรื่องต้นทุนการผลิตไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆ ต่อ ซีพี ออลล์ โดยค่าใช้จ่ายในธุรกิจมีค่าใช้จ่ายมากมาย แต่ถ้ามีการปรับเล็กน้อย น่าจะไม่มีผลกระทบ และสัดส่วนของร้านแฟรนไชส์ ณ ขณะนี้ภายในสิ้นปีจะมี 52% และที่เป็นของบริษัท 48% จากที่ก่อนหน้านี้เป็นสัดส่วน 60 : 40 คือ บริษัทเป็นเจ้าของร้าน 60% แต่หลังจากที่มีระบบเข้มแข็งทุกอย่างดีเยี่ยม ทำให้เกิดการตั้งเป้าขยายแฟรนไชส์เพิ่มขึ้น โดยเพิ่มขึ้น 3% ในทุกๆ ปีไปเรื่อยๆ เพื่อให้เป็นระบบแฟรนไชส์ และสร้างเถ้าแก่รุ่นใหม่ ตามนโยบายที่บริษัทตั้งเป้าไว้
ทั้งนี้ในส่วนของร้านสะดวกซื้อ เซเว่น อีเลฟเว่น เริ่มทำอาหาร น้ำ เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ กาแฟ อาหารเสริมสุขภาพต่างๆ โดยจะจำหน่ายอาหารเป็นมื้อเสียส่วนใหญ่ เพื่อให้คนไทยได้ซื้อสินค้าที่ดี อร่อยถูกสุขลักษณะ อาหารที่เป็นมื้อจะค่อยๆ มีเพิ่มเข้ามา เพื่อที่จะเป็นการขับเคลื่อนในการขยายออกไป โดยมีสัดส่วน 70-72% ที่เป็นของทานได้ สำหรับการปิดสาขาไปส่วนใหญ่เกิดจากการที่ถนนตัดผ่าน ไฟไหม้ แบ็คอัพไม่มี ตลาดสดย้ายออกไป ซึ่งจะเป็นตัวปัญหาของการย้ายสาขาออกไป โดยผลจากความสำเร็จที่ผ่านมาเกิดจากการชำนาญในการหาทำเล และการปรับปรุงพัฒนา
สำหรับการลงทุนเปิดร้านแฟรนไชส์เซเว่น อีเลฟเว่น เริ่มต้นด้วยเงิน 500,000 บาท และมีเงินค้ำประกันอีก 1,000,000 บาท ซึ่งเงินค้ำประกันแฟรนไชส์ซี่จะได้รับคืนเมื่อครบสัญญา สำหรับคุณสมบัติของแฟรนไชส์ซี่ที่เซเว่น อีเลฟเว่นต้องการคือ ต้องมีใจรักในงานบริการ มีประสบการณ์ในการทำงานในบริษัท/องค์กรมาก่อน หรือมีประสบการณ์ด้านการประกอบธุรกิจส่วนตัว/ครอบครัว และมีเวลาในการบริหารอย่างเต็มที่ โดยแฟรนไชส์ซี่จะต้องผ่านการฝึกอบรมจากบริษัท เพื่อฝึกฝนในเรื่องการบริหารร้าน การบริหารพนักงาน การบริหารสินค้า ฯลฯ เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถบริหารร้านให้ประสบความสำเร็จต่อไป