312 16 - 31 มกราคม 2555      
   
     
 
   

นอนทับเบิก…สัมผัสความหนาว
ดูดาวบนดิน กับภูหินร่องกล้า...

   
               
   

สวัสดีค่ะกลับมาพบกับ “กินเที่ยวทั่วไทย” กับพาเพลิน ในปีใหม่ 2555 ปีมะโรง ได้รับกลิ่นไออากาศหนาวแสนเย็นสบายยามนี้ เรียกว่ามีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่งให้เลือกสรรกันอย่างจุใจ โดยพาะภาคเหนือที่ใครหลายคนหมายปองร้องเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่มีที่ไหนแล้วที่เหมาะสมที่สุดกับบรรยากาศแบบนี้...
    แม้ !!  “พาเพลิน” ก็ไม่น้อยหน้าเช่นเคยค่ะ แถมไม่ตกเทรนด์กับฤดูนี้แน่นอน พาล่องขึ้นตามเส้นทางสายเหนือ จังหวัดเพชรบูรณ์...มุ่งหน้าสู่สถานที่ท่องเที่ยว แหล่งรวบรวมธรรมชาติ โอบล้อมด้วยภูเขา คลื่นหมอก และสายลมเย็นฉ่ำ ซึ่งปลายทางของทริปนี้อยู่ที่ “ภูทับเบิก” ยอดเขาที่สูงที่สุดของจังหวัดเพชรบูรณ์
ภูทับเบิก แหล่งท่องเที่ยวใหม่ของจังหวัดเพชรบูรณ์....
ภูทับเบิก ดินแดนแห่งความหนาว ที่มีดาวเกลื่อนดิน....ภูทับเบิก เป็นจุดที่สูงที่สุดของเพชรบูรณ์
แต่ก่อนที่จะไปยังจุดหมายปลายทางที่ฝันไว้  มาถึงเมืองเพชรบูรณ์ทั้งที  “พาเพลิน” ก็ขอแวะมาสักการะ “อนุสาวรีย์พ่อขุนผาเมือง” วีระกษัตริย์คู่บ้านคู่เมืองของที่นี่กันก่อนค่ะ อนุสาวรีย์พ่อขุนผาเมือง ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกพ่อขุนผาเมือง (สี่แยกหล่มสัก) บ้านน้ำชุน อำเภอหล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ห่างจากที่ว่าการอำเภอหล่มสักประมาณ 3 กิโลเมตร พระรูปทำด้วยโลหะ ประดิษฐานในอิริยาบทยืน พระหัตถ์ขวาทรงดาบปักดิน พระหัตถ์ซ้ายชี้ลงพื้น เป็นที่เคารพสักการะโดยเฉพาะชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ และผู้ที่เดินทางผ่านไปมาในเส้นทางนี้เพื่อระลึกถึงเกียรติคุณความดีวีระกรรมความกล้าหาญ ความเสียสละ
หลังจากสักการะอนุสาวรีย์คู่บ้านคู่เมือง กันเรียบร้อยแล้ว ยามเช้าอย่างนี้ขอแวะนั่งจิบกาแฟร้อนๆ... ให้ผ่อนคลายกับบรรยากาศกันก่อนดีกว่า “พาเพลิน” ขอแนะนำ “ธาราดล คอฟฟี่ แอนด์ เรสเตอรองก์”  เปิดบริการมากว่า 1 ปี เป็นที่รู้จักกันดีของคนละแวกนั้น ไม่เว้นแต่กระทั่งนักเดินทางขาประจำและขาจรที่ต้องสะดุดตากับร้านกาแฟสดแสนสวยริมถนนสายสระบุรี-หล่มสัก บรรยากาศร่มรื่นสบายๆ สไตล์รีสอร์ทผสมกลิ่นอาย เรโทรเล็กน้อย เข้ากันกับธรรมชาติ สถานที่กว้างขวาง และสนามหญ้าสีเขียวสดกลางสวนขนาดย่อม พร้อมที่นั่งรับรองแบบกลางแจ้ง ร้านอยู่ใกล้กับรางรถไฟ ถ้ามาช่วงจังหวะดีๆ ก็อาจจะได้เห็นขบวนรถไฟแล่นผ่าน สร้างบรรยากาศแปลกใหม่ไปอีกแบบ “พาเพลิน” ขอบอกว่า !!..เจ้าของร้านอัธยาศัยดีคอยบริการต้อนรับอย่างเป็นกันเอง และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความอร่อยของเมนูเครื่องดื่มร้อนและเย็นของที่นี่ ไม่ว่าจะเป็น บลูเมาท์เทน คาปูชิโน ดัทช์โกโก้ ชาเขียวเย็น คาราเมลลาเต้ร้อน
เอาล่ะได้ลิ้มลองรสชาติกาแฟอันหอมหวลช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าแล้ว ก็ถึงเวลาไป “ภูทับเบิก” กันเลย  โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 21 ประมาณ 40 กิโลเมตร ถึงสี่แยกหล่มสัก ตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 203 อีก 13 กิโลเมตร พบป้ายบอกทางไปอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตามทางหลวง 2011 และทางหลวงหมายเลข 2331 อีก 40 กิโลเมตร ถึงด่านเก็บค่าธรรมเนียมของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จากตรงนี้มีทางแยกขวาเข้าหมู่บ้านทับเบิกไปอีก 6 กิโลเมตร “พาเพลิน” ขอเตือนก่อนนะคะว่า เส้นทางจากหล่มเก่ามาภูทับเบิกสูงชันและคดเคี้ยวมาก รถบัสไม่สามารถขึ้นได้ ผู้ที่ใช้รถยนต์หรือรถตู้ ควรขับรถด้วยความระมัดระวังด้วยค่ะ
และแล้วก็มาถึง... “ภูทับเบิก”  ถือเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของจังหวัดเพชรบูรณ์ ความสูงอยู่ที่ 1,768 เมตร มีความงามของทะเลภูเขาตามธรรมชาติ ป่าไม้อุดมสมบูรณ์ อากาศบริสุทธิ์ เย็นสบายตลอดปี ในตอนเช้ามีหมอกและกลุ่มเมฆ มองเห็นเป็นทะเลหมอกตัดกับยอดภูสีเขียว และเป็นแหล่งปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แม้จะเปิดตัวเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับคนที่ลุ่มหลงความหนาวได้ไม่นานนัก ทว่าทิวเขาเทือกนี้ก็กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวฮอตฮิตติดชาร์ท UNSEEN THAILAND ได้อย่างรวดเร็ว ทั้ง ระยะทาง’ ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เกินไปนัก ขับรถพลิ้วๆ เพลินๆ ไม่ถึง 400 กิโลเมตรก็ถึงแล้วจ้า...
เหตุผลที่เรียกภูทับเบิกก็เพราะอยู่ใกล้กับหมู่บ้านม้งทับเบิก ต.วังบาล ซึ่งห่างจาก อ.หล่มเก่า 40 กม. และห่างจากตัวจังหวัดเพชรบูรณ์ประมาณ 97 กม. คนท้องถิ่นที่ภูทับเบิกเป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง หรือแม้ว ที่ย้ายถิ่นฐานมาจากทางภาคเหนือ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีการทำแปลงเกษตรแบบขั้นบันได วิถีชีวิตของชาวม้งที่นี่ยังคงมีการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี และในทุกๆ ปี จะจัดงานปีใหม่แบบดั้งเดิม และมีการแสดงวัฒนธรรมที่หาชมยากด้วยนะ!!!      และ “พาเพลิน” ได้ตื่นตาตื่นใจกับ “ไร่กะหล่ำปลี” บนยอดภูทับเบิกเต็มไปหมดทุกภูเขาไกลสุดลูกหูลูกตา แม้!! ชาวบ้านเผ่าม้งที่นี่เขายังใจดีให้ “พาเพลิน” เดินดูการเก็บกะหล่ำปลี และถ้าจะขอซื้อมาทานล่ะก็...ราคานั้นแสนถูกและสดเหนือคำบรรยายจริงๆ ใครที่สนใจอยากพักผ่อนคลายความร้อนรับลมหนาวก็เชิญได้ที่ “ภูทับเบิก”  รับรองไม่ผิดหวัง
ไม่ไกลจากทุ่งหมอกและทะเลกะหล่ำแห่งภูทับเบิก “พาเพลิน” ขออาสาพาเที่ยวต่อ...ณ “อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า” แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์การต่อสู้ทางอุดมการณ์ของชนชาติไทยที่สำคัญในอดีต อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตั้งอยู่บนรอยต่อสามจังหวัด คือ พื้นที่อำเภอด่านซ้าย ของจังหวัดเลย พื้นที่อำเภอนครไทย ของจังหวัดพิษณุโลก และพื้นที่อำเภอหล่มสัก ของจังหวัดเพชรบูรณ์  จึงไม่แปลกที่ภูหินร่องกล้าจะประกอบไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่งดงามอลังการมากมาย
เริ่มกันที่นี่เลย “ลานหินแตก” ตื่นตาตื่นใจกับ ลานหินขนาดใหญ่ กว้างขวางถึง 40 ไร่ ลักษณะของลานหินเสมือนรอยแตกเป็นแนวร่องเหมือนแผ่นดินที่แยกออกจากกัน ยังสันนิษฐานกันว่าอาจเกิดจากการโก่งตัวหรือเคลื่อนตัวของผิวโลกในอดีต จึงทำให้พื้นหินบริเวณนี้แตกออกเป็นแนว บางร่องบางรอยมีขนาดไม่กว้างนัก พอก้าวข้ามไปได้ ขณะที่บางรอยกว้างจนไม่สามารถจะกระโดดข้ามได้แต่ “พาเพลิน” ไม่ขอกระโดดดีกว่ากลัวตก!!
มีลานหินแตกแล้ว “พาเพลิน” ขอเสนออีกที่หนึ่ง “ลานหินปุ่ม” คล้ายกับลานหินแตก แต่ว่ามันมีความแปลกประหลาดตรงที่ธรรมชาติได้รังสรรค์ขึ้นนั้นตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง คือ ไม่ได้แตกเป็นร่องลึกแต่นูนโค้งเป็นทรงกลมบ้าง ครึ่งวงกลมบ้าง ไม่ก็...รีเรียวบิดเบี้ยวบ้าง คาดว่าเกิดจากการสึกกร่อนตามธรรมชาติของหินมาเป็นระยะเวลานับพันนับหมื่นปีแล้ว เห็นแล้วมหัศจรรย์ใจ แถมยังเป็นบริเวณริมหน้าผา ลมพัดเย็นสบาย มองลงไปเป็นผืนป่ากว้างสุดสายตา เหมาะสำหรับการหย่อนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะบรรยากาศยามเย็นช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตกดินสวยมาก ๆ   แต่อย่าชมกันจนเพลินหล่ะ!!  เผื่อเวลาไว้สำหรับตอนเดินกลับออกไปยังลานจอดรถด้วย ประมาณ 1 กิโลเมตรเห็นจะได้ และยิ่งในช่วงหน้าหนาวท้องฟ้าจะมืดไวมาก ควรพกไฟฉายติดตัวไว้อุ่นใจไว้ก่อนนะ
สูญบรรยากาศจนอิ่มปอดนอนพักหลับสบายกันแหละ!! ก่อนถึงตัวเมืองเพชรบูรณ์  “พาเพลิน”  ก็ขอแวะให้อิ่มท้องกันก่อนกับร้านขนมจีนเด่นของเมืองเพชรบูรณ์  “ขนมจีนโบราณบ้านคุณตา” ที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะรับประทานก่อนเลี้ยวรถขึ้นไปเที่ยวเขาค้อ แต่เราขอแวะขากลับละกัน  เป็นขนมจีนเจ้าแรกที่จับเส้นขนมเป็นคำ และคิดค้นเครื่องทุ่นแรงในการบีบเส้นขนมจีนแบบคันโยก ที่จากเดิมใช้มือกด แต่เนื่องจากช่วงหลังขายดีขึ้นมีลูกค้ามาอุดหนุนมากขึ้น ต้องบีบเส้นขนมจีนจำนวนมากใช้มือบีบทั้งวันไม่ไหวจึงคิดค้นทำเครื่องทุ่นแรงแบบโยกเหมือนน้ำบาดาล โดยครั้งแรกก็ใช้เหล็กฉากมาตัดต่อดัดแปลงเป็นเครื่องบีบขนมจีน ต่อมาก็ค่อยๆ พัฒนาขึ้นเรื่อยจนปัจจุบันมีคนนำไปผลิตใช้กันแพร่หลาย หน้าตาสีสันของขนมจีนโบราณบ้านคุณตา น่ารับประทานมาก มีทั้ง น้ำยากะทิ น้ำยาป่า น้ำพริก น้ำยาเขียวหวาน และน้ำเงี้ยว หากไม่ชอบทานขนมจีน ยังมีอาหารอีกหลายอย่างให้เลือก เช่นเมนูส้มตำนานาชนิด ที่พลาดไม่ได้คือทอดมันปลากราย  ทานเคียงกับขนมจีน หรือทานเล่นก็อร่อย ราคาไม่แพง อิ่มละ 49 บาท กินได้ไม่จำกัด จนกว่าจะอิ่ม  หรือจะสั่งทานเป็นชุดพร้อมกับน้ำยา เคียงคู่ผักสดยิ่งอร่อย ชุดละ 70 บาท ถ้าสั่งเป็นจาน ขนมจีนราด จานๆ ละ 20 บาทเลือกน้ำยาได้ทุกชนิด ผักฟรี “พาเพลิน”  คอนเฟิร์มยกนิ้วให้เลยกับเมนูนี้ทั้งอร่อย เข้มข้นกับน้ำยา ผักก็สดสะอาด ถ้าท่านไหนผ่านมาทางเส้นทางนี้อย่าลืมแวะมาชิมกันด้วยนะค่ะ
เรียกว่าทริปนี้เพลินทั้งกิน ทั้งเที่ยวทั่วไทยจริงๆ ท่านใดที่ชอบท่องเที่ยวแบบใกล้ชิดธรรมชาติ สัมผัสทะเลหมอกบนยอดภูเขา ชื่นชมความเขียวขจีของพรรณไม้ สูดอากาศบริสุทธิ์ และเฝ้ามองความสวยงามของพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าและอัสดงยามเย็น ต้องไม่พลาดที่นี่เลย “ภูทับเบิก”  และ “ภูหินร่องกล้า”
   สำหรับวันนี้หมดเวลาของ “กินเที่ยวทั่วไทย” กับพาเพลิน กันแล้ว อย่าพลาดในปักษ์ต่อไปว่าจะพาไปเที่ยวที่ไหนกันอีก รับรองติดใจอีกเช่นเคย!!... ลาไปก่อนแล้วน่ะค่ะ สวัสดีค่ะ

.