312 16 - 31 มกราคม 2555      
   
     
 
   

เปิดอาณาจักร‘ควอลิตี้ เฮ้าส์’
สัมผัสแนวคิดนักธุรกิจตัวจริง

   
               
   

การพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรระดับบน คงไม่ง่ายเหมือนเดินบนปุยนุ่นอย่างที่บางคนคาดคิดไว้ ใครที่จะอยู่ในธุรกิจนี้ได้ นอกจากต้องระดมสมองหากลยุทธ์แปลกๆ มาปลุกตลาดตลอดเวลา และต้องมีสายป่านยาวที่จะให้บริการลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องแล้ว น้ำอดน้ำทนเป็นเรื่องสำคัญทีเดียว
หากจะถามว่า สินค้าชนิดใดที่ผู้ซื้อซื้อมาแล้ว สามารถเพิ่มพูนฐานะ และภาพพจน์ของตัวเองได้แล้ว ก็คงจะหนีไม่พ้น รถยนต์ และบ้าน แต่หากจะเจาะลึกลงไปให้เลือกระหว่างสินค้าทั้ง 2 ตัวว่าตัวใดมีบทบาทมากที่สุดแล้วก็ย่อมเป็น “บ้าน” อย่างแน่นอน และเมื่อเอ่ยถึงบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการบ้าน เพื่อตอบโจทย์ตลาดบ้านระดับบน และมีรสนิยมที่ดีนั้น หลายคนคงต้องนึกถึงบริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ จำกัด(มหาชน)หรือ QH นั่นเอง
“ควอลิตี้ เฮ้าส์”  ได้เริ่มจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 1 ล้านบาท เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2526 โดยมีวัตถุประสงค์เริ่มแรกในการประกอบธุรกิจให้บริการรับจ้างก่อสร้างบ้านอย่างครบวงจรบนที่ดินของลูกค้า และเมื่อปี 2533 บริษัทได้มีการประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าแยกเป็นโครงการที่พักอาศัยให้เช่า และโครงการอาคารสำนักงานให้เช่า และได้เริ่มประกอบธุรกิจขายบ้านพร้อมที่ดินเป็นครั้งแรกในเดือนมิถุนายน 2535
หลังจากนั้น ควอลิตี้ เฮ้าส์ ก็ได้วางรากฐานเพื่อสร้างอาณาจักรธุรกิจอสังหาฯ ของเมืองไทย  มีการขยายธุรกิจแบบครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาโครงการต่างๆ สู่การพัฒนาโครงการเช่าทั้งออฟฟิศ-เซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์ดันแบรนด์ เซ็นเตอร์พอยต์ชนเชนต่างชาติ ชูจุดขายที่แตกต่าง เน้นความเป็นไทย ให้บริการมาตรฐานอินเตอร์ เป็นเพราะผลพวงจากวิกฤติเศรษฐกิจในรอบที่ผ่านมา ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ต่างก็นำกลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงมาใช้ในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น
และแนวทางหนึ่งคือการสร้างรายได้ระยะยาวจากธุรกิจเช่ามาเสริมรายได้จากการขาย เพื่อลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกโดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองที่อาจส่งผลกระทบโมเดลธุรกิจที่ “ควอลิตี้ เฮ้าส์” นำมาใช้ ด้วยการพัฒนาโครงการประเภทออฟฟิศและเซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์ปล่อยเช่าให้กับลูกค้า นอกเหนือจากการพัฒนาบ้านและคอนโดฯ ระดับกลางจนถึงบนซึ่งเป็นธุรกิจหลัก
ส่วนแนวทางการดำเนินธุรกิจในปี’55 นี้จะเป็นอย่างไร กลยุทธ์การบุกตลาดจะแตกต่างจากปีที่ผ่านมาหรือไม่ เราจะได้รับคำตอบจาก “สุวรรณา พุทธประสาท” กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ QH

การดำเนินงานในปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง การเปิดตัวโครงการเป็นไปตามที่วางแผนไว้หรือไม่
ในปี’54 ที่ผ่านมา ควอลิตี้ เฮ้าส์ และบริษัทย่อย ได้เปิดตัวโครงการทั้งแนวราบและแนวสูง รวมทั้งสิ้น 15 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1.89 หมื่นล้านบาท โดยแบ่งเป็นโครงการภายใต้แบรนด์ Q. House จำนวน 3  โครงการ (บ้านเดี่ยว) ภายใต้แบรนด์ Casa จำนวน  10 โครงการ (บ้านเดี่ยว 8 โครงการ คอนโดมิเนียม 2 โครงการ)  และภายใต้แบรนด์ The Trust จำนวน 2 โครงการ (ทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น 1 โครงการ, คอนโดมิเนียม 1 โครงการ)
การเปิดตัวโครงการในปีที่ผ่านมา ในภาพรวมถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้  มีเพียงไม่กี่โครงการที่จะเปิดในช่วงไตรมาสสุดท้ายปีที่ผ่านมา แต่จำเป็นต้องเลื่อนออกไปก่อน เนื่องจากภาพรวมอสังหาฯ ในช่วงดังกล่าวได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม ส่งผลให้กำลังซื้อชะลอตัว 
ส่วนผลประกอบการในปีที่ผ่านมา ยอมรับว่ารายได้รวมของบริษัทคงจะลดลงอย่างแน่นอน เนื่องจากผลกระทบจากน้ำท่วมในไตรมาสสุดท้ายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้รายได้ลดลง 20-30% จากกำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัวลงทันที โดยเฉพาะโครงการแนวราบที่บริษัทมีอยู่ และทำให้บางโครงการที่จะเปิดในไตรมาสนี้ต้องเลื่อนออกไปเช่นกัน แม้ว่าโครงการคอนโดมิเนียมมียอดขายที่ค่อนข้างดี แต่ไม่สามารถชดเชยได้ทั้งหมด ดังนั้นจะส่งผลให้รายได้ปีที่ผ่านมาต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้

ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมปีที่ผ่านมา โครงการเราได้รับผลกระทบบ้างหรือไม่ และทางควอลิตี้ เฮ้าส์ มีมาตรการช่วยเหลือลูกบ้านอย่างไร
จากเหตุการณ์น้ำท่วมในช่วงไตรมาสสุดท้ายปีที่ผ่านมา โครงการของกลุ่มควอลิตี้ เฮ้าส์ ได้รับผลกระทบจำนวน 20 โครงการ จากที่เปิดขายทั้งหมดกว่า 40 โครงการ และมีที่ได้รับผลกระทบเข้าถึงตัวบ้านลูกค้าจำนวน 3 โครงการ คือแบรนด์คาซ่า และลัดดารมย์ ย่านถนนราชพฤกษ์ และถนนวงแหวน 345  รวม 600 ยูนิต
ที่ผ่านมาควอลิตี้ เฮ้าส์ ได้พยายามช่วยเหลือและป้องกันในทุกๆ โครงการ โดยเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อ-เช่าเครื่องปั๊มน้ำ จำนวน 400 เครื่อง,กระสอบทราย และค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆ รวมแล้ว 200 ล้านบาท ส่วนโครงการที่พัฒนาใหม่ในปี’55 ก็ได้มีการกระจายในทำเลที่ไม่ประสบปัญหาน้ำท่วมมากขึ้น
ด้านการฟื้นฟูโครงการที่ได้รับผลกระทบหลังจากที่น้ำลดแล้ว ควอลิตี้ เฮ้าส์ ได้ทำความสะอาดโครงการ และบริการตรวจเช็คไฟฟ้า ประปา เบื้องต้น เพื่อให้ลูกค้าสามารถกลับเข้าพักอาศัยในบ้านได้ และใช้สาธารณูปโภคพื้นฐานได้ นอกจากนี้ ควอลิตี้ เฮ้าส์ ยังได้จัดงาน Supplier Day เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้นในการซื้อสินค้าและบริการซ่อมแซมบ้านอีกด้วย

มองตลาดอสังหาฯ หลังน้ำท่วมเป็นอย่างไร และในส่วนของควอลิตี้ เฮ้าส์ ยอดขายตกจากเป้าที่ตั้งไว้มากน้อยแค่ไหน
หลังเหตุการณ์น้ำลด เชื่อว่าพื้นที่ที่เหลือขายมีปัญหาแน่นอน คือจะขายยากขึ้น รวมทั้งขณะนี้ในส่วนของกลุ่มควอลิตี้ เฮ้าส์ ก็ได้ลดการซื้อที่ดินไปประมาณ 30% ประกอบกับในปีที่ผ่านมา ได้มีการซื้อที่ดินสะสมไว้มากแล้ว ส่วนในปี’55 คงจะเริ่มซื้ออีกครั้งหลังครึ่งปีหลังไปแล้ว ทั้งนี้รัฐบาลต้องรีบสร้างความชัดเจนในการฟื้นฟู เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับคืนให้ได้ในช่วง 3-4 เดือนแรกของปี’55 นี้ ดังนั้นในช่วงไตรมาส 1-2 ของปีนี้ ควอลิตี้ เฮ้าส์จะไม่ตั้งเป้าในเรื่องยอดขายมากนัก แต่จะคาดหวังรายได้ในช่วงไตรมาส 3 เป็นต้นไป 
“จากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาส่งผลให้เป้ารายได้ของควอลิตี้ เฮ้าส์ตกไป 20% คาดว่าในปี 2555 หลังสถานการณ์ดีขึ้น จะมีรายได้เพิ่มขึ้น 30%”

ในปี’55 นี้วางแผนการขยายโครงการเป็นอย่างไร และสัดส่วนระหว่างแนวราบกับแนวสูงจะเปลี่ยนไปหรือไม่
ผลกระทบจากอุทกภัยส่งผลให้ควอลิตี้ เฮ้าส์ปรับแผนในการพัฒนาโครงการใหม่ โดยจะให้ความสำคัญกับโครงการคอนโดมิเนียมมากขึ้น รวมถึงกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงล่างที่เห็นว่ายังมีกำลังซื้ออีกค่อนข้างมาก ดังนั้นการพัฒนาโครงการในปี’55 นี้จะปรับสัดส่วนการพัฒนาโครงการระดับกลางถึงล่างเพิ่มเป็น 60% จากปีก่อนที่มีสัดส่วน 50%
ในส่วนของนโยบายการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทควอลิตี้ เฮ้าส์ ปี’55 นี้นั้น วางแผนจะเปิดตัวทั้งสิ้น 23 โครงการ แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว จำนวน 12 โครงการ,ทาวน์เฮ้าส์ จำนวน 6 โครงการ และคอนโดมิเนียม จำนวน 5 โครงการ รวมมูลค่าโครงการ 21,352 ล้านบาท โดยในจำนวนดังกล่าวเป็นการเปิดตัวทาวน์เฮ้าส์และบ้านเดี่ยวระดับกลาง-ล่าง  ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท กัสโต้ วิลเลจ จำกัด ที่ก่อตั้งขึ้นมาเมื่อเดือนเมษายน 2554 ที่ผ่านมา ด้วยทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท พัฒนาแบรนด์ “The Gusto” กระจายใน 5 ทำเล ได้แก่ รามคำแหง, ท่าน้ำนนท์, สาทร, ปิ่นเกล้าและอุดมสุข และได้ดัน นายภวรัญชน์ อุดมศิริ เดิมดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโครงการ แบรนด์คาซ่า โซนพระราม 2 เป็น กรรมการผู้จัดการ บริษัท กัสโต้ฯ 

การที่เราหันลงมาบุกตลาดระดับกลางถึงล่างมากขึ้นนั้น มองว่าความต้องการยังมีอยู่สูงหรือว่าอย่างไร
สำหรับการลงมาเล่นตลาดระดับกลางถึงล่างครั้งนี้ โดยเราจะใช้แบรนด์ใหม่ และถือเป็นกลุ่มที่ควอลิตี้ เฮ้าส์ ยังไม่เคยทำตลาดมาก่อน แต่มองว่าดีมานด์ยังมีอีกมาก จึงได้ตัดสินใจเข้าชิงส่วนแบ่งตลาด โดยแต่ละโครงการจะใช้พื้นที่ประมาณ 20-30 ไร่ ในการพัฒนา ซึ่งทาวน์เฮ้าส์ ขนาด 18-20 ตารางวา ราคาจะอยู่ที่ 1-2 ล้านบาท และบ้านเดี่ยวขนาด 50-60 ตารางวา ราคา 2-3 ล้านบาท  ด้านการก่อสร้างนั้นแม้จะเป็นระบบสำเร็จรูป แต่เป็นการหล่อในแปลง มีข้อดีคือไม่มีรอยต่อ และไม่รั่ว จึงมีความแข็งแรง และคุณภาพดี ทำให้มีต้นทุนต่างจากบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด(มหาชน)หรือ PS ที่เน้นการหล่อมาจากโรงงาน กว่า 5% และตั้งเป้าว่าภายในระยะเวลา 3-5 ปี จะสามารถครองส่วนแบ่งตลาดกลาง-ล่าง ประมาณ 10%”
นอกจากนี้ในปี’55 ควอลิตี้ เฮ้าส์ ยังได้ขยายตลาดไปยังอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ด้วยการเปิดตัวบ้านเดี่ยวแบรนด์ “คาซ่า เลเจนด์” ขนาด 100 ตารางวาขึ้นไป ราคา 7-8 ล้านบาท และ “คาซ่า วิลล์” ขนาด  60 ตารางวาขึ้นไป ราคา 3-4 ล้านบาท จำนวน 2 โครงการ รวมมูลค่า 940 ล้านบาท  เนื่องจากย่านดังกล่าวมีนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่ง และรายได้ประชากรสูง จึงยังมีดีมานด์อยู่มาก

วางแผนการออกหุ้นกู้ในปี’55 นี้ ไว้อย่างไร      
เรื่องของหุ้นกู้ บริษัทเตรียมออกหุ้นกู้วงเงิน 3,000 ล้านบาท ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ส่วนในครึ่งหลังของปีจะทยอยออกอีก 2,000 ล้านบาท จากวงเงินหุ้นกู้ที่เหลืออยู่ 5,000 ล้านบาท จากวงเงินที่ขออนุมัติผู้ถือหุ้นไว้ 10,000 ล้านบาท และอยู่ระหว่างการพิจารณาในการออกกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งขณะนี้พิจารณาเลือกสินทรัพย์ที่จะเข้ากองทุน โดยปัจจุบันบริษัทมีสินทรัพย์ที่เป็นโรงแรม และ เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ จำนวน 7 อาคาร โดยคาดว่าจะเห็นการออกกองทุนฯในครึ่งหลังปี’55

ในปีนี้มีความกังวลอะไรบ้าง และมองอะไรเป็นปัจจัยเสี่ยง      
กลยุทธ์ของควอลิตี้ เฮ้าส์ ในปีนี้จะ “ขยายงานอย่างระมัดระวัง” การทำหรือขยายธุรกิจจะต้องเก็บข้อมูลเพื่อทำการบ้านมากขึ้น เนื่องจากมองว่าแนวโน้มเศรษฐกิจปีนี้ยังมีความไม่แน่นอน แม้ว่าเศรษฐกิจในประเทศน่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น แต่เศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะในยุโรปและอเมริกาไม่น่าจะเติบโตมากนัก มองว่ายังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ไทยจะต้องคอยระมัดระวัง