| |
|
ในร่างกายคนเราบางคนอาจจะไม่ทราบว่า ประกอบด้วยน้ำถึง 70% เนื่องจากน้ำเป็นองค์ประกอบของเซลล์ทุกเซลล์ และในการทำงานของเซลล์ต่างๆ จำเป็นต้องใช้น้ำ…ซึ่งปริมาณน้ำที่ร่างกายได้รับแต่ละวันเฉลี่ยประมาณ 2,500 ลูกบาศก์เซนติเมตร…โดยน้ำ ถือเป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีวิตของคนทุกยุคทุกสมัย...และในอดีตจนถึงปัจจุบันมีการพัฒนารูปแบบการบริโภคน้ำมาอยู่เสมอๆ...
โดยจากอดีตที่เราเคยบริโภคน้ำฝน น้ำต้ม จนมาถึงน้ำ RO หรือน้ำเป็นขวด ซึ่งมีราคาในแต่ละแบรนด์ก็จะแตกต่างกันไป...แต่ในปัจจุบันได้มีธุรกิจ “ตู้น้ำหยอดเหรียญ” ที่เข้ามาตีตลาดในประเทศไทย ด้วยราคาของน้ำเพียงลิตรละ 1 บาท จึงตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างดี โดยเฉพาะในกลุ่มคนเมือง...
แต่ถึงแม้ “ตู้น้ำหยอดเหรียญ” จะตอบโจทย์ผู้บริโภคได้มากเท่าไหร่ก็ตาม หากแต่ความสะดวกสบายได้มาคู่กับการปนเปื้อนเชื้อโรค...โดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีการวิจัยที่เกี่ยวกับ “ความสะอาดปลอดภัยของน้ำจากตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ” พบว่าน้ำที่ได้จากตู้หยอดเหรียญยังมีความเสี่ยงในเรื่องของการปนเปื้อนเชื้อโรค ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพได้...
คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ได้ทำการศึกษาเชิงสำรวจคุณภาพน้ำดื่มจากตู้น้ำหยอดเหรียญ โดยสุ่มตัวอย่างจากพื้นที่ 30 เขตของกรุงเทพฯ จำนวน 546 ตัวอย่างจาก 20 ตราผลิตภัณฑ์ ในช่วง มีนาคม-มิถุนายน พ.ศ. 2548 โดยอาศัยเกณฑ์ประเมินคุณภาพของ 3 หน่วยงาน ได้แก่ มอก. 257-2521 ของกระทรวงอุตสาหกรรม มาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 61 (2524) และฉบับที่ 135 (พ.ศ. 2534) และมาตรฐานของการประปานครหลวง ในภาพรวมพบว่ามีน้ำดื่มจากตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานสูงถึง 289 ตัวอย่างหรือคิดเป็น 52.9%
ในปี 2550 อย. ได้ทำการศึกษาเรื่องความปลอดภัยของการบริโภคน้ำจากเครื่องผลิตน้ำดื่มหยอดเหรียญ โดยสุ่มตัวอย่างจากเขตพื้นที่ต่างๆ ใน กทม. จำนวน 350 ตัวอย่าง (50 เขตๆ ละ 7 ตัวอย่าง) พบว่า ผ่านเกณฑ์มาตรฐานตามประกาศกระทรวงฯ ฉบับที่ (61 พ.ศ. 2524 และ ฉบับที่ 135 พ.ศ. 2534) จำนวน 264 ตัวอย่าง ซึ่งหมายความว่ากว่า 25% ของกลุ่มตัวอย่างไม่ผ่านเกณฑ์ และในจำนวนนี้พบว่าไม่ผ่านเกณฑ์เรื่อง กรด – ด่าง (pH) และความกระด้างถึง 20.9% พบการปนเปื้อนของเชื้อโคลิฟอร์ม (Coliforms) 5.43% และ อี.โคไล (E.coli) 0.57% นอกจากนี้ยังพบการปนเปื้อนของเชื้อโคลิฟอร์มบริเวณหัวจ่ายน้ำของตู้น้ำหยอดเหรียญถึง 23.41% และมีตะไคร่เกาะอยู่ที่หัวจ่ายกว่า 50% ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด
ในปี 2552 สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย ได้ทำการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคครัวเรือนอีกครั้ง โดยสุ่มตรวจน้ำดื่มเพื่อการบริโภคประเภทต่างๆ ของครัวเรือน จาก 19 จังหวัดในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ (ไม่รวม กทม.) ทั้งเขตเมืองและชนบท ซึ่งได้มีการสุ่มตรวจคุณภาพน้ำดื่มตู้หยอดเหรียญด้วยจำนวน 6 ตัวอย่าง พบว่าไม่ผ่านเกณฑ์เรื่องแบคทีเรียจำนวน 4 ตัวอย่าง
ซึ่งจากผลสำรวจทั้งหมดที่กล่าวมาพบว่า สาเหตุสำคัญที่น้ำดื่มจากตู้หยอดเหรียญมีการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ แบคทีเรีย และโคลิฟอร์ม เนื่องจากความไม่สะอาดของอุปกรณ์กรอกน้ำ ภาชนะที่เก็บน้ำและการเก็บน้ำที่กรอกออกจากตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญอย่างไม่ถูกสุขลักษณะนั่นเอง ที่ทำให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์
ดังนั้นการเลือกใช้บริการน้ำดื่มจากตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ เราควรดูเรื่องความสะอาดของตู้เป็นสำคัญ โดยเฉพาะบริเวณหัวจ่ายน้ำ ต้องไม่มีคราบสนิมหรือตะไคร่น้ำ นอกจากนี้ต้องสังเกตุสภาพของน้ำที่ได้จากตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ ทั้งเรื่องสี กลิ่น รสชาติ รวมถึงความขุ่น-ใสของน้ำ หากเห็นว่าผิดปกติ ควรหยุดบริโภคทันที…!!!ขอขอบคุณมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลบางส่วนให้กับเรา |
|
|