312 16 - 31 มกราคม 2555      
   
     
 
   

‘ตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ’ ความเสี่ยง...ที่คาดไม่ถึง!

   
               
   

ในร่างกายคนเราบางคนอาจจะไม่ทราบว่า ประกอบด้วยน้ำถึง  70%  เนื่องจากน้ำเป็นองค์ประกอบของเซลล์ทุกเซลล์ และในการทำงานของเซลล์ต่างๆ จำเป็นต้องใช้น้ำ…ซึ่งปริมาณน้ำที่ร่างกายได้รับแต่ละวันเฉลี่ยประมาณ  2,500  ลูกบาศก์เซนติเมตร…โดยน้ำ ถือเป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีวิตของคนทุกยุคทุกสมัย...และในอดีตจนถึงปัจจุบันมีการพัฒนารูปแบบการบริโภคน้ำมาอยู่เสมอๆ...
โดยจากอดีตที่เราเคยบริโภคน้ำฝน  น้ำต้ม  จนมาถึงน้ำ  RO  หรือน้ำเป็นขวด  ซึ่งมีราคาในแต่ละแบรนด์ก็จะแตกต่างกันไป...แต่ในปัจจุบันได้มีธุรกิจ  “ตู้น้ำหยอดเหรียญ”  ที่เข้ามาตีตลาดในประเทศไทย  ด้วยราคาของน้ำเพียงลิตรละ  1  บาท  จึงตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างดี  โดยเฉพาะในกลุ่มคนเมือง...
แต่ถึงแม้  “ตู้น้ำหยอดเหรียญ”  จะตอบโจทย์ผู้บริโภคได้มากเท่าไหร่ก็ตาม  หากแต่ความสะดวกสบายได้มาคู่กับการปนเปื้อนเชื้อโรค...โดยในช่วง  2-3  ปีที่ผ่านมามีการวิจัยที่เกี่ยวกับ “ความสะอาดปลอดภัยของน้ำจากตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ”  พบว่าน้ำที่ได้จากตู้หยอดเหรียญยังมีความเสี่ยงในเรื่องของการปนเปื้อนเชื้อโรค ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพได้...
คณะเทคนิคการแพทย์  มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ได้ทำการศึกษาเชิงสำรวจคุณภาพน้ำดื่มจากตู้น้ำหยอดเหรียญ โดยสุ่มตัวอย่างจากพื้นที่ 30 เขตของกรุงเทพฯ จำนวน 546 ตัวอย่างจาก 20 ตราผลิตภัณฑ์ ในช่วง  มีนาคม-มิถุนายน  พ.ศ. 2548  โดยอาศัยเกณฑ์ประเมินคุณภาพของ 3  หน่วยงาน ได้แก่  มอก. 257-2521  ของกระทรวงอุตสาหกรรม  มาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข  ฉบับที่ 61 (2524) และฉบับที่ 135 (พ.ศ. 2534)  และมาตรฐานของการประปานครหลวง  ในภาพรวมพบว่ามีน้ำดื่มจากตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานสูงถึง 289  ตัวอย่างหรือคิดเป็น 52.9%
ในปี 2550  อย. ได้ทำการศึกษาเรื่องความปลอดภัยของการบริโภคน้ำจากเครื่องผลิตน้ำดื่มหยอดเหรียญ  โดยสุ่มตัวอย่างจากเขตพื้นที่ต่างๆ  ใน กทม. จำนวน  350 ตัวอย่าง (50 เขตๆ ละ 7 ตัวอย่าง) พบว่า ผ่านเกณฑ์มาตรฐานตามประกาศกระทรวงฯ ฉบับที่ (61 พ.ศ. 2524 และ ฉบับที่ 135 พ.ศ. 2534) จำนวน 264 ตัวอย่าง ซึ่งหมายความว่ากว่า 25% ของกลุ่มตัวอย่างไม่ผ่านเกณฑ์ และในจำนวนนี้พบว่าไม่ผ่านเกณฑ์เรื่อง กรด – ด่าง (pH) และความกระด้างถึง 20.9% พบการปนเปื้อนของเชื้อโคลิฟอร์ม (Coliforms) 5.43% และ อี.โคไล (E.coli) 0.57% นอกจากนี้ยังพบการปนเปื้อนของเชื้อโคลิฟอร์มบริเวณหัวจ่ายน้ำของตู้น้ำหยอดเหรียญถึง 23.41% และมีตะไคร่เกาะอยู่ที่หัวจ่ายกว่า 50% ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด
ในปี 2552 สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย ได้ทำการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคครัวเรือนอีกครั้ง โดยสุ่มตรวจน้ำดื่มเพื่อการบริโภคประเภทต่างๆ ของครัวเรือน จาก 19 จังหวัดในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ (ไม่รวม กทม.) ทั้งเขตเมืองและชนบท ซึ่งได้มีการสุ่มตรวจคุณภาพน้ำดื่มตู้หยอดเหรียญด้วยจำนวน 6 ตัวอย่าง พบว่าไม่ผ่านเกณฑ์เรื่องแบคทีเรียจำนวน 4 ตัวอย่าง
ซึ่งจากผลสำรวจทั้งหมดที่กล่าวมาพบว่า  สาเหตุสำคัญที่น้ำดื่มจากตู้หยอดเหรียญมีการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ แบคทีเรีย และโคลิฟอร์ม เนื่องจากความไม่สะอาดของอุปกรณ์กรอกน้ำ ภาชนะที่เก็บน้ำและการเก็บน้ำที่กรอกออกจากตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญอย่างไม่ถูกสุขลักษณะนั่นเอง  ที่ทำให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์
ดังนั้นการเลือกใช้บริการน้ำดื่มจากตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ  เราควรดูเรื่องความสะอาดของตู้เป็นสำคัญ  โดยเฉพาะบริเวณหัวจ่ายน้ำ  ต้องไม่มีคราบสนิมหรือตะไคร่น้ำ  นอกจากนี้ต้องสังเกตุสภาพของน้ำที่ได้จากตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ  ทั้งเรื่องสี  กลิ่น  รสชาติ  รวมถึงความขุ่น-ใสของน้ำ  หากเห็นว่าผิดปกติ ควรหยุดบริโภคทันที…!!!ขอขอบคุณมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลบางส่วนให้กับเรา