| |
|
“ดีเน็ทเวิร์ค” แผลงฤทธิ์แรงต้นปี ประกาศรุกตลาด 7 จุดยุทธศาสตร์..หลังนำร่องไปแล้ว 3 แห่ง เผยเตรียมเข็นสินค้าใหม่สู้ศึกปี’55 กว่า 22 รายการ ล่าสุดเข็นสินค้าสำหรับท่านชาย “Seven Zeed” จากประเทศไต้หวัน ชิมลางธุรกิจไตรมาสแรก พร้อมย้ำเตรียมพบสินค้านวัตกรรมล้ำสมัยอีกเพียบ...แย้ม 2 ปีธุรกิจดีเน็ทเวิร์คสัมฤทธิ์ผลตรงตามเป้าหมาย ชี้เป้าสิ้นปีขอแตะ 500 ล้าน สมาชิก 2 แสนรหัส
นายสาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดีเน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด เผยถึงภาพรวมธุรกิจในช่วงปีที่ผ่านมาว่า ค่อนข้างเป็นไปตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ โดยมียอดขายอยู่ที่ 110 ล้านบาท ซึ่งในปีที่ผ่านมา ต้องบอกว่าบริษัทฯ มีความพร้อมอย่างมาก ทั้งในเรื่องของเทคโนโลยีทางด้านซอฟต์แวร์ต่างๆ ที่นำเข้ามาใช้ในธุรกิจ ในขณะเดียวกัน ทางด้านการส่งเสริมการจัดอบรมเทรนนิ่งเพื่อสร้างบุคลากรให้เป็นมืออาชีพก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีด้วยเช่นกัน
ส่วนแผนงานในปี 2555 นี้ บริษัทฯ พร้อมที่จะเดินหน้าเต็มอัตราศึก เนื่องจากทุกอย่างได้มีการเตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว ที่สำคัญ ในการทำตลาดของบริษัทฯ นับจากนี้ จะเป็นแบบป่าล้อมเมือง โดยจะเริ่มจากข้างในสู่ข้างนอก ซึ่งขณะนี้ทางบริษัทฯ ได้วางแผนไว้ที่จะขยายตลาดไป 7 จุดด้วยกัน คือ กรุงเทพฯ, พัทยา, ขอนแก่น, อุบล ราชธานี, พิษณุโลก, เชียงใหม่ และหาดใหญ่ โดยปัจจุบันได้มีการนำร่องไปแล้ว 3 แห่ง คือ กรุงเทพ, พัทยา และขอนแก่น
นอกจากนี้ ในปี 2555 ทาง บริษัทฯ ยังตั้งเป้าที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่อีก 22 รายการด้วยกัน จากปัจจุบันที่มีอยู่ที่ 22 รายการ และเมื่อรวมกับปีนี้ที่ตั้งไว้ สินค้าของบริษัทฯ ก็จะมีทั้งสิ้น 44 รายการ ในปี 2555 อย่างแน่นอน ซึ่งคอนเซ็ปต์ของการนำนวัต กรรมใหม่เข้ามาสู่ตลาดเครือข่ายของดีเน็ทเวิร์คนั้น ยังคงยึดหลักนวัตกรรมล้ำสมัยเห็นผลลัพธ์เช่นเดิม
เห็นได้จาก เมื่อไม่นานมานี้ ทางด้าน “ดีเน็ทเวิร์ค” เอง ได้มีการเปิดตัวเครือข่ายมือถือ ชื่อว่า “เครือข่ายดีเน็ต” ที่เป็นเครื่องโทรศัพท์มือถือพร้อมใช้งาน ราคา 2,990 บาท และมีค่าใช้จ่ายรายเดือนเพียง 490 บาทต่อเดือนเท่านั้น พร้อมกับโทรไม่อั้นตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 4 ทุ่ม ซึ่งเครือข่ายมือถือดังกล่าว ทางดีเน็ทเวิร์ค กล่าวยอมรับว่า เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่จะช่วยให้สมาชิกประหยัดค่าใช้จ่ายในการโทรหาดาวไลน์ได้อย่างมากทีเดียว
นายสาคร ยังเผยอีกว่า อีกหนึ่งแผนงานที่บริษัทฯ กำลังเตรียมการไว้นั่นก็คือ ประมาณช่วงเดือนกุมภาพันธ์หรือเดือนมีนาคม บริษัทฯ เตรียมที่จะเปิดตัวแท็บเล็ต ที่นำเข้าจากประเทศไต้หวัน โดยตัวแท็บเล็ตดังกล่าว จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่จะทำให้สมาชิกสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น คาดว่าราคาขายน่าจะอยู่ที่ประมาณ 4-5 พันบาทต่อเครื่อง
พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้เตรียมที่จะขยายตลาดสู่ความเป็นสากลมากขึ้น ด้วยการจัดทำเว็บไซต์ 12 ภาษา ประกอบด้วย ภาษาไทย, อังกฤษ, จีน, อาหรับ, ญี่ปุ่น เป็นต้น ซึ่งคาดว่าไม่เกินเดือนมีนาคมนี้น่าที่จะได้ใช้ครบ 12 ภาษาอย่างแน่นอน โดยงบในการลงทุนตรงนี้อยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาท
นายสาคร กล่าวย้ำอีกว่า “เป้าหมายของบริษัทฯ นับจากนี้ ต้องการที่จะรุกตลาดอย่างหนักหน่วง ด้วยการจัดอีเว้นท์เดือนละ 1 ครั้ง พร้อมๆ กับการออกสินค้าใหม่ ที่สำคัญ ในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ ทางบริษัทฯ ยังเตรียมที่จะมอบเข็มประกาศเกียรติคุณให้กับสมาชิกอีกด้วย พร้อมกับตั้งเป้าสิ้นปีนี้ 500 ล้านบาท และมีจำนวนสมาชิก 2 แสนรหัส”
...ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2555 ที่ผ่านมา ทาง “ดีเน็ทเวิร์ค” ได้มีการเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ล่าสุด ที่มีจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในไทย ชื่อว่า “Seven Zeed” จากสถาบันวิจัยจากประเทศไต้หวัน มีคุณสมบัติบำรุงร่างกาย ระบบเลือด และฟื้นฟูสมรรถภาพ ในรูปแบบ White Chocolate สำหรับท่านชาย โดยสินค้าตัวนี้ได้มีการเปิดให้สมาชิกทดลองชิมไปแล้ว 1,500 กล่อง รวมถึงยังได้มีการแจกให้กับลูกค้าที่เข้ามาร่วมงานในช่วงที่ผ่านมา 1,000 กล่องอีกด้วย โดยในการทำตลาดช่วงแรกของ “Seven Zeed” นั้น จะเป็นการให้สมาชิกซื้อ 1 แถม 1 ในราคาอยู่ที่ 700 บาท เพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขาย
นอกจากนี้ ในวันที่ 29 มกราคม 2555 ทางดีเน็ทเวิร์คมีแผนที่จะคลอดสินค้าใหม่อีก 1 รายการ ชื่อว่า “Seven Sweet” เป็นลูกอมเคี้ยว มีคุณสมบัติบำรุงร่างกาย ระบบเลือดสำหรับผู้หญิง โดยจะเปิดตัวที่จังหวัดขอนแก่น ต่อจากนั้นในวันที่ 25 มีนาคมก็จะมีการเปิดตัวสินค้าเกี่ยวกับการบำรุงสมองอีก 1 รายการ
...เรียกได้ว่า การสร้างจุดแข็งของธุรกิจ บวกกับการสร้างความแตกต่างให้กับธุรกิจของตัวเอง ด้วยการนำเอานวัตกรรมล้ำสมัยเข้ามาใช้ในธุรกิจของ “ดีเน็ทเวิร์ค” นั้น สามารถทำให้องค์กรยืนหยัดมาได้จนถึงวันนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการวางเกมทางธุรกิจที่รัดกุมนั่นเอง
ซึ่งภาพรวมที่ผ่านมาตลอดระยะเวลา 2 ปีของ “ดีเน็ทเวิร์ค” นั้น ประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน...นายสาคร เผยต่อ “ตลาดวิเคราะห์” ว่า “ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา หากพูดถึงเป้าหมายที่วางไว้ค่อนข้างพอใจหรือไม่นั้น ต้องบอกว่าพอใจอย่างมาก เรียกได้ว่าเกินเป้าหมายที่วางไว้เสียอีก เห็นได้จากบริษัทขายตรงบางค่ายที่ดำเนินธุรกิจพร้อมกับเรา ยังไม่สามารถที่จะนำพาองค์กรได้เติบโตเช่นนี้ ซึ่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เราค่อนข้างพร้อมอย่างมากทั้งในเรื่องของผู้นำ การอบรม สินค้า และการก้าวสู่ปีที่ 3 นี้ บริษัทฯ เชื่อว่า ดีเน็ทเวิร์คต้องเติบโตอย่างแน่นอน”
นอกจากนี้ นายสาคร ยังได้วิเคราะห์ถึงทิศทางธุรกิจขายตรงในปี 2555 นี้ อีกว่า ธุรกิจขายตรงหากจะให้มอง พบว่า ธุรกิจนี้มีอยู่ด้วยกัน 4 ยุค คือ ยุกแรกจะเป็นการผูกขาดกับบริษัทใดบริษัทหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากมีเพียงไม่กี่บริษัท ต่อมายุคที่ 2 จะเป็นยุคของการแข่งขันมากขึ้น คนเริ่มที่จะรู้จักธุรกิจนี้มากขึ้น ต่อมาในยุคที่ 3 เป็นยุคของคนเริ่มที่จะมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น นักขายเริ่มที่จะประสบความสำเร็จมากขึ้น จนกระทั่งมาสู่ยุคที่ 4 เป็นยุคของธุรกิจที่เริ่มฉายภาพการแข่งขันที่ชัดเจน พร้อมกับคนเริ่มที่จะเห็นภาพธุรกิจสีขาวและธุรกิจสีเทาชัดเจนขึ้น ในขณะเดียวกัน เชื่อว่า นับจากนี้ บริษัทขายตรงข้ามชาติ ที่ยังใช้รูปแบบการทำธุรกิจเดิมๆ ทั้งในเรื่องของการโมติเวท เรื่องของแผนคงจะใช้ได้ผลค่อนข้างน้อยเช่นกัน เนื่องจากธุรกิจที่เป็นมืออาชีพในขณะนี้ จะหันมาใช้คุณภาพของสินค้าในการแข่งขันแทน
|
|
|