| |
|
“เมืองไทยประกันชีวิต” แหวกวิกฤติกระแสน้ำ ทะยานคว้าปีปีกระต่ายได้ถึง 37,886 ล้านบาท...แจง! เบี้ยใหม่สดใสพุ่งถึง 16,366 ล้านบาท...วางตำราเด็ด ปี’ 55 หวังโตอย่างต่ำ 20% เบี้ยรวมทะลุ 40,000 ล้านบาท...ประกาศรุกเต็มอัตราศึก เร่งเครื่องผลิตตัวแทนเพิ่ม 5,000 คน หวังไล่ถลุงเบี้ยครอบคลุมทุกช่องทาง...!!!
นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทฯ คาดว่าจะสามารถเก็บเบี้ยรับรวมได้ทั้งสิ้น 40,000 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% จากช่วงเวลาเดียวกันเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่วนในช่องทางของตัวแทน ตั้งเป้าจะสามารถเก็บเบี้ยประกันปีแรกได้ 28% จากช่วงเวลาเดียวกันเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาเหมือนกัน
สำหรับในปี 2554 ที่ผ่านมา บริษัทสามารถเก็บเบี้ยประกันรับรวมได้ทั้งสิ้น 37,886 ล้านบาท มีอัตราการเติบโต 28% ซึ่งแบ่งเป็นเบี้ยประกันรับใหม่จำนวน 16,366 ล้านบาท มีอัตราการเติบโต 25% ส่วนเบี้ยประกันต่ออายุมีจำนวน 21,520 ล้านบาท มีอัตราการเติบโต 30%
นอกจากนี้ ช่องทางของตัวแทนเบี้ยรับรวมมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 18% เป็นเบี้ยประกันรับใหม่ 42 % ช่องทางแบงค์แอสชัวรันส์ มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 30% เป็นเบี้ยประกันรับปีแรก 21% ส่วนช่องทางการขายตรง เช่น การขายผ่านโทรศัพท์, การขายผ่านอินเตอร์เน็ต, ขายผ่านทีวี มีอัตราการเติบโต 59% เป็นเบี้ยประกันรับปีแรก 42% และช่องทางประกันกลุ่มมีอัตราการเติบโต 11% เป็นเบี้ยประกันรับปีแรก 12%
โดยปีที่ผ่านมาการประกันแบบกลุ่มสามารถเก็บเบี้ยรับรวมได้กว่า 1,000 ล้านบาท และจะทำการขยายฐานลูกค้าไปยังตามต่างจังหวัดมากขึ้น เพราะส่วนใหญ่ยังขายอยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งตั้งเป้าที่จะขยายตัวแทนเพิ่มขึ้นเป็น 30,000 คน จากเดิมที่มีอยู่ 25,000 คน และในส่วนของภาคเหนือจะทำการเพิ่มตัวแทนให้ถึง 2,500 คน เนื่องจากช่องทางของตัวแทนนั้นสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายกว่า เพราะสามารถขายสินค้าได้ทุกกลุ่ม
ส่วนช่องทางธนาคารพาณิชย์ มีพันธมิตรอยู่ทั้งสิ้น 6 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย,ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน), ธนาคารเกียรตินาคิน, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), ธนาคารอิสลาม และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME)
ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมาบริษัท มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 116,390 ล้านบาท มีอัตราการเติบโต 25% ส่วนสินทรัพย์ลงทุนมีจำนวน 110,624 ล้านบาท เงินสำรองประกันชีวิตจำนวน 97,597 ล้านบาท และเงินกองทุนจำนวนมีจำนวน 14,915 ล้านบาท
ล่าสุดในส่วนการดำรงเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง (Risk Based Capital :RBC) ที่สำนักคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ในขณะนี้มีถึง 300% ถือว่าเกินตามกฎหมายที่กำหนดไว้ และจากบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่าง สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ส (S&P) ให้ไว้ในระดับที่ BBB+ ส่วนในประเทศไทยได้มีการปรับความน่าเชื่อถือจากระดับ AA เป็น AA+
อย่างไรก็ตามบริษัทเตรียมออกผลิตภัณฑ์ ได้แก่ โครงการ เมืองไทยวัยเก๋า เอ็กซ์ตร้า ซึ่งประกันในโครงนี้มีการเพิ่มความคุ้มครองจากเดิมที่มีการขาย เมืองไทยวัยเก๋านั้นมีความคุ้มครองอยู่ที่ 200,000 บาท รับประกันตั้งแต่อายุ 50 – 75 ปี แต่ในโครงการใหม่นี้มีการปรับเพิ่มความคุ้มครองเป็น 400,000 บาท และรับประกันตั้งแต่อายุ 40 – 75 ปี
ด้านนายวชิรพล เขมนิพิฐพนธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส เปิดเผยต่อว่า บริษัทเตรียมพัฒนาการบริการในทุกๆด้าน เฉพาะการให้บริการผ่านทุกจุด Touch Point รวมไปถึงผ่านสังคมออนไลน์ อาทิ Facebook และTwitter เพื่อตอบสนองกับไลฟ์สไตล์ในยุคปัจจุบัน ที่เน้นการใช้งานผ่านเทคโนโลยีใกล้ตัวซึ่งจะสามารถใช้บริการตรวจสอบข้อมูลด้านประกันชีวิตและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ภายใต้ชื่อ “เมืองไทย Smile Service” ผ่าน iPad, iPhone และเว็บไซด์ของบริษัทฯ นอกจากนี้ยังเพิ่มช่องทางการบริการให้ข้อมูลข่าวสารมีการจัดทำเมือง smile ในรูปแบบของ e-Magazine บน iPad ผู้ต้องการสามารถดาวน์โหลดผ่าน App Store ได้ฟรี
ทั้งนี้ยังเตรียมแผนพัฒนา ขยายจุดบริการให้ครอบคลุมมากขึ้นกว่าเดิม รวมไปถึงการเปิดศูนย์บริการแห่งใหม่ทั้งในห้างสรรพสินค้าและโรงพยาบาล โดยเตรียมเปิดศูนย์บริการให้ลูกค้าถึง 4 แห่ง ได้แก่ เซ็นทรัลพลาซ่าข่อนแก่น โรบินสันสุพรรณบุรี เซ็นทรัลเฟสติวัลภูเก็ต และโรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งจะได้เห็นในไตรมาสแรกนี้
“ขณะเดียวกัน ในส่วนของเมืองไทยสไมล์คลับ หลังจากได้การตอบรับเป็นอย่างดีของลูกค้าจากโครงการ ช้อป ชิม ชิลล์ และในปีนี้ถือว่าเป็นการก้าวขึ้นสู่ปีที่ 8 ของโครงการ จึงมีการนำเลข 8 เป็นสัญลักษณ์ของ อินฟินิตี้ ภายใต้แนวคิด “Smile No Limit” มาเป็นตัวนำของปีนี้” นายวชิรพลกล่าว |
|
|