313 1-15 กุมภาพันธ์ 2555      
   
 
 
               
   

‘มิทเชลล์’ชูธงรบปี’55 กางตำราขับเคลื่อนธุรกิจ
พิชิตเป้า 3,000 ล้าน

   
               
   

 “มิทเชลล์” เปิดฉากรบรับศักราชใหม่ ปีมังกร โชว์ศักยภาพขายตรงระดับแนวหน้า วางหมากกลยุทธ์เอาใจสมาชิกเต็มพิกัด หวังขยายฐานผู้นำอย่างไม่หยุดยั้ง กับการเดินเครื่องเต็มกำลังรับปีมังกร ด้วยการเปิด Shop ตามแผนแม่บท “หนึ่งตำบล หนึ่ง Shop” กางเป้าหมายไต่ยอดขาย 3,000 ล้านบาท...!!!
...หากพูดถึงธุรกิจเครือข่ายที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน พบว่า มีหลากหลายค่ายที่ต้องการช่วงชิงจ้าวตลาด เห็นได้จากแต่ละค่ายต่างงัดกลยุทธ์ไม้เด็ดออกมาฟาดฟัน หวังสร้างความได้เปรียบให้กับธุรกิจ เพื่อดึงสมาชิกเข้ามาสู่ธุรกิจของตัวเอง พร้อมกันนี้ ยังพบอีกว่า ณ ช่วงเวลานี้ ได้มีบริษัทหน้าใหม่เกิดขึ้นมากมายในน่านน้ำแห่งนี้
แต่หากย้อนไปในช่วง “วิกฤติน้ำท่วม” ปลายปี 2554 ที่ผ่านมา บริษัทเครือข่ายขายตรงหลายแห่งต่างพูดเป็นเสียงกันว่า จะผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ ไปได้หรือไม่...แต่บทสรุปสุดท้ายหลายค่าย ก็สามารถ “แหวกกระแสน้ำ” ลอยคอหนีวิกฤติมาได้...!!!
ต้องยอมรับว่า สิ่งมหัศจรรย์ที่กลายเป็นมนต์เสน่ห์ของโลกเครือข่ายทุกวันนี้คือ ไม่ว่าจะเกิดวิกฤติในรูปแบบไหน ธุรกิจนี้ก็ยังคงดำรงอยู่ได้ แบบไม่กระทบ หากค่ายนั้นมีการบริหารจัดการที่ดี และมีระบบแบบแผนตามที่กำหนดเอาไว้ รับรอง “ไม่ล้มสลาย” แม้จะเผชิญหน้ากับวิกฤติ...!!!         
...ปัจจุบันธุรกิจเครือข่ายขายตรงเกิดขึ้นมามากมาย แต่ละค่ายก็มียุทธวิธีที่แตกต่างกันออกไป เพื่อสร้างจุดสนใจให้กับสมาชิกและลูกค้า...“บริษัท มิทเชลล์ เคนเนท มาร์ติน จำกัด” เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการขายตรงมานาน ด้วยความสำเร็จที่ “มิทเชลล์” สั่งสมมานานนับ 10 ปี กับเป้าหมายที่วางไว้ว่า “จะมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศ” ในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดีมีจุดขายแตกต่าง และชัดเจนผ่านการวิจัย รวมทั้งการพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้กระจายเข้าถึงผู้บริโภคอย่างกว้างขวางทั่วประเทศ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยให้สินค้ามีคุณภาพ...ณ วันนี้ “มิทเชลล์” ตอบโจทย์สิ่งที่ตั้งเป้าไว้อย่างเด่นชัด
นอกจากจะมีสินค้าที่เป็นตัวขับเคลื่อนทางธุรกิจแล้ว สิ่งสำคัญที่ทำให้ “มิทเชลล์” เปล่งประกายระยิบระยับ น่าสนใจเข้าร่วมธุรกิจนั่นคือ 3 แม่ทัพ ผู้ที่คร่ำหวอดในธุรกิจขายตรงมาอย่างยาวนาน อย่าง “ธนนันท์ ราชสิงห์” ประธานบริหาร “จำรัส ราชสิงห์” ประธานที่ปรึกษา และอีกหนึ่งคนคือ “ภูธนกล ศรีปรางค์” กรรมการบริหาร ที่เรียกได้ว่าเป็นอีกจิ๊กซอว์สำคัญ ที่คอยขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง และยั่งยืนในปัจจุบัน
ความพร้อมรอบด้านของ “มิทเชลล์” ในปัจจุบัน ทำให้ปีนี้ ทางผู้บริหารวางเป้าหมายยอดขายที่ท้าทายไว้อย่างน่าติดตาม นั่นคือ การทะยานคว้ายอดขายทะลุ 3,000 ล้านบาท...ซึ่งเป้าหมายที่ว่างไว้จะเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่? ต้องมาดูถึงวิสัยทัศน์ของทีมผู้บริหาร และขุนพลแต่ละท่าน ว่า มีแนวทางผลักดันองค์กรให้ขึ้นสู่ความยิ่งใหญ่ได้ขนาดไหน
...เริ่มที่ “ธนนันท์ ราชสิงห์” ผู้บริหารมากฝีมือ ได้ย้ำถึงจุดสำคัญของ “มิทเชลล์” ว่า จุดหลักๆ ที่นำมาเป็นกุญแจไขความสำเร็จนั้น มีหลายเรื่องด้วยกัน เริ่มที่เรื่องสินค้ากับจุดเด่นที่เป็นสมุนไพรควบคู่กับความมีคุณ ภาพที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า ดีจริง รวมไปถึงเรื่องแผนการตลาดที่ทำแล้วเห็นผล และนโยบายของบริษัทกับการเปิดเกมเชิงรุก เชิงรับพร้อมๆ กัน กับการพัฒนาแผนการตลาดอย่างต่อเนื่องให้ผู้นำก้าวลงสู่สนามแห่งนี้อย่างมั่นใจ รุกและลุยพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลายให้เหล่าบรรดาสมาชิกได้เลือกสรรตรงตามความต้องการของผู้ใช้
จาก 3 ปีที่ผ่านมา “มิทเชลล์” ได้รุดหน้าจับตลาดสินค้าเกษตร ซึ่งถือเป็นตลาดขนาดใหญ่ของชาวเกษตรกร แต่ด้วยสินค้าที่มีคุณภาพจึงไม่ใช่เรื่องยาก...ที่จะนำสินค้าทางการเกษตรมาเป็นจุดยืนให้กับบริษัท จากผลสำเร็จตรงนี้นี่เอง จึงทำให้ “มิทเชลล์” ได้เปิดฉากแนวรบใหม่ในปี 2555 อย่างเต็มตัว ด้วยนโยบายลุยเปิด Shop ในพื้นที่ทุกตำบล “หนึ่งตำบล หนึ่ง Shop” เพื่อให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ตามเป้าหมายที่วางไว้ 2,000 Shop ในปีนี้ ด้วยการวางหมากตามกระบวนการนำวิทยากรมากประสบการณ์มาฝึกอบรม มาคลุกคลีถ่ายทอดกับสมาชิกอย่างใกล้ชิด
แม้ในปี’54 ตัวเลขที่ตั้งไว้อาจจะหดหายไปบ้าง แต่เป็นสัญญาณเตือนให้มีการปรับเปลี่ยนแผนงานใหม่ และพิชิตยอดในปี’55 ให้ได้ ที่ประกาศไว้ 3,000 ล้านบาท จากตัวนโยบายการขับเคลื่อนของ Shop และยังไม่หมดแค่นั้น  ด้วยกระแสกาแฟสดที่มาแรง แซงโค้ง...ในทุกพื้นที่ ทำให้ “มิทเชลล์” ฉุดคิดไม่ได้ว่าน่าจะเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ  Shop กาแฟสดของที่นี่นั้น อะเมซิ่งไม่แพ้กันด้วยส่วนผสมของสมุนไพรที่มีอยู่ในตัวกาแฟ จนไม่เหมือนกาแฟทั่วๆ ไป แถมยังได้ประโยชน์  ใช้เงินลงทุนต่อ 1 Shop ประมาณ 150,000 บาท ซึ่งจะเริ่มเปิดให้ชิมลาง Shop แรกในไตรมาสสอง คาดว่าอาจจะถึง 25%  ของ Shop หลัก
บัลลังก์ความเป็นหนึ่งของธุรกิจเครือข่ายที่ใครๆ อยากครอบครองนี้นั้น เรียกว่า เบียดกันมาแบบสูสี แต่สำหรับ “มิทเชลล์” แล้ว ความตั้งใจ ความมุ่งมั่นที่มีอยู่เต็มเปี่ยม จะช่วยแหวกกระแสอุปสรรคต่างๆ ไปได้ กับจุดเปราะบางในยามวิกฤติที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา ก็อาจไม่ทำให้ “มิทเชลล์” นั้นสั่นคลอนแต่อย่างใด ในทางกลับกัน ฮึกเหิมวางแผนกลยุทธ์เดินหน้าเต็มตัว…!!!
ด้าน “จำรัส ราชสิงห์” ประธานที่ปรึกษา กล่าวว่า จากช่วง 3 ปีแรก บริษัทล้มลุกคลุกคลานมาตลอด แต่ด้วยคุณภาพของสินค้าที่เป็นตัวชี้นำทางสว่างของผลิตภัณฑ์  “อายูร่า พิงค์เลดี้” ได้เปิดตัวออกมา เหมือนจุดประกายให้บริษัทเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จาก 10 ปี  ก็สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้เป็นอย่างดี รวมถึงมีโรงงานผลิตเอง หลังจากนั้นบริษัทก็สามารถผลิตคิดค้นสินค้าออกมาไม่ขาดสาย อย่างผลิตภัณฑ์กาแฟหลากหลายสูตร และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่ผุดทำยอดขายได้อย่างรวดเร็ว พร้อมผลิตภัณฑ์ใหม่ “อายูร่า พิงค์เลดี้ แคปซูล” นำมาเสริมทัพอีกหนึ่งรายการ ด้วยกระบวนการผลิตไม่เหมือนบริษัทอื่น  และสื่อทีวี “ช่องพิงค์เลดี้” ให้ช่วยสมาชิกทำงานได้ง่ายขึ้น
ด้วยคอร์สฝึกอบรมของ “มิทเชลล์” ที่เน้นทุกจุด ทุกส่วน และลงไปบริหารด้วยตัวเองทำให้ง่ายต่อการจัดการ เมื่อธุรกิจพร้อมสินค้าพร้อมแกนนำอันนี้จะช่วยให้ประสบความสำเร็จได้ แล้วจะทำอย่างไรให้ผู้บริโภคนั้นสนใจ ตรงนี้ได้เตรียมแผนรับมือไว้หมดแล้ว เรียกว่าไม้เด็ดของ “มิทเชลล์” มีให้เห็นในปี’55 อย่างแน่นอน...!!!
ส่วน “ภูธนกล ศรีปรางค์” กรรมการบริหาร ในวางกลยุทธ์ของบริษัท ก็พูดถึงการพลิกรูปแบบธุรกิจ จากเดิมๆ ที่ขายตรงต้องวิ่งไปหาผู้นำ วิ่งไปหาลูกค้าว่า ปีนี้บริษัทฯ ได้ใช้เครดิตที่สร้างมา 9 ปี ไม่ว่าจะเป็น เรื่องผลิตภัณฑ์ที่รู้จักอย่างกว้างขวาง เห็นได้จากอัตราการเติบโตของปีที่แล้วในแต่ละเดือนประมาณหมื่นคน  หรือถ้าคิดเป็นไตรมาสแล้วหนึ่งไตรมาสเกือบประมาณ 5 หมื่นคน เพิ่มขึ้นทุกๆ เดือนอย่างเห็นได้ชัด
กับบทพิสูจน์ของ “มิทเชลล์”  ในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำได้ว่าเป็นบริษัทแถวหน้าที่มาแรง และปูฐานกลยุทธ์ไว้อย่างแน่นหนา ด้วยการเปิด Shop เอาใจลูกค้า ใน Shop ตรงนี้จะเป็นเหมือนมินิมาร์ทเล็กๆ แต่มีสินค้าของ “มิทเชลล์” อยู่ครบครัน รวมถึงยังได้รับประโยชน์จากการเปิด Shop ได้คะแนนส่งไปตามสายงานด้วย เรียกว่าตรงนี้ถือเป็นโชคสองต่อทั้งผู้ให้และผู้รับที่เป็นผู้บริโภคที่สามารถซื้อปลีกได้
โดยโครงการในครั้งนี้เริ่มมา 3 เดือนแล้ว เปิดไปแล้วกว่า 300 Shop ด้วยเป้าหมายที่ตั้งไว้จาก 7,400 แห่งทั่วประเทศ จะทำให้ครบให้ได้ ถือเป็นอีกหนึ่งตัวขับเคลื่อนที่น่าจับตา และชั้นเชิงอีกขั้นที่สามารถเปิดเกมรุกได้ ด้วยสื่อทางทีวีดาวเทียม รวมถึงหลายรายการที่เป็นพันมิตร จะช่วยให้ยอดขยับอย่างที่หวังไว้ 2,000 Shop ตามวัตถุประสงค์ และอีกหนึ่งตัวชี้นำที่จะเปิดชิมลางในรูปแบบของ Shop กาแฟสด เอาใจคอกาแฟ คาดว่าโปรเจ็กต์นี้ในไตรมาสสองช่วงฤดูร้อนจะสามารถเปิดทันพอดิบพอดี กับเป้าที่หวังไว้ 300 – 500 ในปีนี้แน่นอน
ส่วนกิจกรรมส่งเสริมการขายจะเน้นหนักมากในเรื่องสมาชิก เรียกว่าจะปั้นสมาชิกด้วยฝีมือของผู้บริหารเอง กับอีกบทบาทที่ไม่เคยเห็นของผู้บริหาร นั่นคือ เป็นเทรนเนอร์ และวิทยากร ให้ความรู้ตามหลักสูตรตามขั้นบันได ในชื่อว่า “หลักสูตรพัฒนาสมาชิกให้เป็นผู้นำมืออาชีพ” สอนตั้งแต่เริ่มต้นการทำงาน การวางตัวในสังคม จากที่วางไว้ตรงนี้แล้ว “มิทเชลล์” ยังเข็นเชิงรุกเปิด Shop ไปยังภูมิภาคอาเซียน ที่ประเทศกัมพูชา ประเทศลาว และความหวังสูงสุดสู่ประเทศยุโรป เรียกว่าสินค้าเป็นตัวนำ ขยับเข้าสู่ความสำเร็จจริงๆ 
จากความสำเร็จนับ 10 ปี ของ “มิทเชลล์” จึงเป็นเครื่องการันตีให้กับแม่ทัพทั้ง 3 ท่านทั้ง “ธนนันท์ ราชสิงห์, จำรัส ราชสิงห์,
ภูธนกล ศรีปรางค์” จัดงานครั้งยิ่งใหญ่ในรอบ 10 ปีขึ้น กับงาน “วันเกียรติยศ” เป็นความภาคภูมิใจและเชิดชูเกียรติให้กับผู้นำที่ขึ้นรับตำแหน่งกว่า 100 ท่าน ที่สามารถพลิกชีวิตให้กับบุคคลธรรมดา มาเป็นมหาเศรษฐีได้ใน “มิทเชลล์” จากความสำเร็จตรงนี้ทำให้ผู้นำทั้ง 7 ท่าน ได้มาเปิดมุมมองให้กับเหล่าบรรดาผู้ที่มองหาหนทางสว่างให้กับตัวเอง ก้าวสู่ความสำเร็จพร้อมๆ กัน
ปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้ นั่นคือ “แม่ทัพ” ที่จะนำธงรบ “มิทเชลล์” ไปปักตามพื้นที่ต่างๆ ซึ่งวันนี้ ทางด้านแม่ทัพของ
“มิทเชลล์” เรียกว่า พร้อมทุกขุมกำลังที่จะขยายทีมงาน และสมาชิกให้ประสบความสำเร็จไปพร้อมๆ กัน...!!!
...เริ่มที่ “ชญานิศา จันคงเดชา” ผู้อำนวยการภาค และควบอีกหนึ่งตำแหน่งคือ นายกสโมสรสายใยใจภาคใต้ ได้มาเปิดเผยถึงความสำเร็จ จากการทำงานมา 6 ปีว่า ปัจจุบันมีรายได้ต่อวันนับได้วันละ 15,000  บาท กับเคล็ดลับความสำเร็จที่ไม่มีอะไรมาก นั่นคือ ความตั้งใจจริง ขยันจริง ไม่ว๊อกแว๊ก ลงมือทำและลุยเต็มตัว กับอุปสรรคและปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นต้องพยายามขจัดออกไปให้ได้ โดยที่เธอไม่หลงในสิ่งยั่วยุ ทำให้ออกนอกเส้นทางเศรษฐีที่เดินอยู่ได้ เพราะที่นี่เรียกว่าเป็น “ขุม ทรัพย์” อย่างแท้จริง
เส้นทางเศรษฐีที่ถูกปูพรมไว้กับ “มิทเชลล์” ทำให้วันนี้ “ชญานิศา” มีทุกอย่างที่เพียบพร้อม ทั้งบ้าน รถ และเงินเก็บ ถือเป็นมูลค่ามหาศาล จากระยะเวลาเพียง 6 ปี ก็สามารถสำเร็จได้ ซึ่งเธอก็วาดฝันที่จะทำให้สมาชิกที่อยู่ข้างหลัง ประสบความสำเร็จไปพร้อมกับเธอเช่นเดียวกัน
ถัดมาคือ “นภัสสร ศรีดาสมุทร” ที่ถือครองตำแหน่งผู้อำนวยการเขต และนายกสโมสรสายใยใจภาคเหนือ จากที่เป็นผู้หญิงธรรมดาทำงานโหนรถเมล์ แต่พอได้ก้าวมาสู่ “มิทเชลล์” ได้ 9 ปี ก็มีชีวิตที่พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจในการทำงาน ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค “ท้อได้ แต่อย่าถอย” ทำให้ทุกวันนี้ “นภัสสร” มีรายได้ 6 หลัก เป็นจุดสมบูรณ์ของชีวิตที่ “มิทเชลล์” มอบให้ การเริ่มต้นยังไม่สายกับใครหลายคนลองมาศึกษาเศรษฐีคนต่อไปคงเป็นท่านแน่นอน...!!!
ขุนศึกสำคัญอีกท่านคือ “พันเอก สมชาย บุญปราศภัย” ตำแหน่งผู้อำนวยการเขต และนายกสโมสรสายใยใจกรุงเทพ มหานคร ข้าราชการลักษณะดู สุขุม  ภูมิฐาน เข้ามาทำงานกับ “มิทเชลล์” ประมาณ 5 ปี กับความสำเร็จที่ได้จากการขยัน หมั่นเรียนรู้ ทั้งในห้องเรียน ระบบของบริษัท และเรียนรู้จากผู้นำ ทำให้ประสบความสำเร็จมีรายได้มากกว่า 40 ล้านบาท รวมถึงมีรถ มีบ้าน พร้อมทุกอย่างในชีวิต จาก 10 ปีของ “มิทเชลล์” ความมั่นคงสูงยังมีให้เห็นตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรงงาน มีศูนย์ฝึกอบรม และผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเห็นผลจริงๆ
บุคคลสำคัญท่านต่อมาคือ “เพ็ชรมณี คนใหญ่” ตำแหน่งผู้อำนวยการเขต มาเจอกับธุรกิจของ “มิทเชลล์” ถือได้ว่าเป็นธุรกิจที่ให้โอกาส ให้การพัฒนาตัวเอง และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงได้มิตรภาพจากเพื่อนร่วมงาน เพราะทำธุรกิจนี้จะสำเร็จคนเดียวคงไม่ได้ จาก 6 ปี ที่ได้ทำธุรกิจมิทเชลล์ นั้น ความสำเร็จที่ได้มา จะบอกว่าง่ายก็ง่าย จะบอกว่ายากก็ยาก เพราะธุรกิจนี้ต้องทำงานกับคน  ยิ้มสู้กับปัญหา และพยายามมองให้เป็นบวกเสมอถึงจะฟันฝ่าอุปสรรคไปได้ ในเรื่องการดำเนินธุรกิจ เรื่องของสินค้า และแผน การตลาด มิทเชลล์ นั้นไม่เป็นลองใครจริงๆ
มาถึง “จุไรรัตน์ วนาสิทธิชัยวัฒน์” ผู้อำนวยการเขต ความภาคภูมิใจที่ได้รับตำแหน่งผู้อำนวย การเขตของบริษัท มิทเชลล์ อดีตข้าราชการ ที่ได้ในสิ่งไม่คาดคิดว่าจะได้ จะมีจนถึงทุกวันนี้ กับเคล็ดลับความสำเร็จคลอด 6 ปีที่ทำงานตรงนี้ ความจริงใจ ความซื่อสัตย์ และทำงานด้วยความบริสุทธิ์ใจ นั่นถือเป็นบ่อเกิดแห่งความสำเร็จที่ “จุไรรัตน์” ได้มองตรงจุดนี้เป็นสิ่งสำคัญกับความสำเร็จสูงสุดของชีวิต
“นิศารัตน์ ทองคำสิริวัฒน์” กับตำแหน่งผู้อำนวยการเขต และนายกสโมสรสายใยใจแห่งภาคตะวันออก สู่การทำงานธุรกิจมิทเชลล์มา 6 ปี ทุกวันนี้มีรายได้แตะเดือนละ 6 แสนกว่าบาท ถือว่าความสำเร็จนั่นมาจากความมุมานะ ขยัน อดทน ซื่อสัตย์ต่อสายงานของ “นิศารัตน์” จนทำให้มีทุกวันนี้ กับจุดเด่นของ “มิทเชลล์” คือสินค้าเป็นตัวนำ แผนการตลาดจ่ายง่ายจ่ายเร็ว ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ทั้งหมดนี้จึงเป็นตัวขับเคลื่อนก้าวสู่ความสำเร็จ
และท่านสุดท้าย “วสวัฒน์ สิริวัฒนเดชานนท์” ผู้อำนวยการเขต และนายกสโมสรสายใยใจภาคอีสาน-ใต้ ที่กว่าจะได้รับตำแหน่งจนถึงทุกวันนี้ได้ เรียกว่า “หิน” มาก บนเส้นทางธุรกิจเครือข่าย จากอดีตทำงานธนาคารมาก่อน แต่การทำงานด้วยใจจึงก้าวเข้าสู่มิทเชลล์มา 7 ปีแล้ว ลืมการทำงานเก่าอย่างสิ้นเชิง กับรายได้ที่รับแบบสบายๆ 2 เดือน ต่อ 1 ล้านบาท ด้วยเคล็ดลับการทำงานเป็นทีม และการให้ใจเป็นสิ่งสำคัญที่สามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีกับธุรกิจนี้ แม้ว่าในช่วงแรกกลัวกับธุรกิจ MLM ว่ามันคืออะไร ภาพลบต่อธุรกิจก็มีค่อนข้างมาก ความเชื่อถือนั่นเรียกว่าคุยกับลูกค้า 100 คน 98 คน ปฏิเสธ แต่ด้วยระบบของมิทเชลล์ที่เราเรียนรู้มาเป็นอย่างดี และสินค้ามีให้เลือกหลายหลาย จึงไม่ใช่เรื่องยากที่ทำให้ “วสวัฒน์” ประสบความสำเร็จมีรายได้นับล้าน
...ทิศทางข้างหน้าของ “มิทเชลล์” จะสมดังเป้าหมายที่ 3 ผู้บริหารได้วางไว้ ในการทะยานคว้า 3,000 ล้าน ได้หรือไม่ ต้องจับตามองกันต่อไป...แต่หากจะจับสัญญาณ การชูธงรบเดินเครื่องเต็มกำลังในครั้งนี้ เชื่อได้เลยว่า เป้าหมายแค่นี้ คงไม่คณามือทัพใหญ่ค่าย “มิทเชลล์” อย่างแน่นอน...!!!