“ป๊ากเกอร์” รุกคืบ! บุกฐานทัพไทย...โปรยเม็ดเงินกว่า 15 ล้าน เปิดแฟลกชิปสโตร์แห่งแรกในเอเชีย เน้นกลยุทธ์เชิงรุกเล็งทำเลทองปีนี้ขยายให้ได้ถึง 2 แห่งในไทย...ตั้งเป้าอัตราการเติบโตยอดขายสิ้นปีนี้ 20% คุยชิงส่วนแบ่งทางตลาดเพิ่มสูงขึ้นเป็น 30% หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 250 ล้านบาท จากปัจจุบันเติบโตอยู่เพียง 28% ในตลาดปากการะดับพรีเมี่ยมประเทศไทยปัจจุบันรวมมูลค่ากว่า 700 ล้านบาท...!!
...หากจะให้นึกถึงเครื่องเขียนระดับเวิลด์คลาส โดยเฉพาะปากกาแล้วคงเป็นใครไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่ “ป๊ากเกอร์” ผู้บุกทำตลาดในไทยมาเป็นระยะเวลากว่า 50 ปี จากการใช้กลยุทธ์เด็ดยึดหัวใจคนไทย ด้วยการขนเอาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆออกมาเพื่อรองรับกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายในราคาที่กลุ่มลูกค้าสามารถหาซื้อได้ จนทำให้ “ป๊ากเกอร์” กลายเป็นแบรนด์เครื่องเขียนที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่เป็นอันดับหนึ่งมาตลอด 50 ปี
นายวนพจน์ ซึ้งธรรมรส ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นีเวลล์ รับเบอร์เมด (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทในเครือนีเวลล์ รับเบอร์เมด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายปากกาพรีเมี่ยมระดับโลก ภายใต้แบรนด์ “ป๊ากเกอร์” เผยว่า ปีนี้ทางบริษัททุ่มงบมูลค่ากว่า 15 ล้านบาท เปิดตัวแฟลกชิปสโตร์แห่งแรกในเอเชีย ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Write Your Own Story” และเป็นแห่งที่ 3 ของโลกภายใต้การดีไซน์ของ “บรูโน่ โมนาร์ด” ศิลปินและดีไซเนอร์ชื่อดังก้องโลกชาวฝรั่งเศส
ซึ่งถือเป็นแฟลกชิปสโตร์ที่รองจากแห่งแรกและแห่งที่สองในกรุงมอสโคว์ ประเทศรัสเซีย โดยสาเหตุที่เลือกประเทศไทยในการเปิดแฟลกชิปแห่งแรกในเอเชียนั้น เนื่องจากประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสำคัญของภูมิภาค อีกทั้งกลุ่มเป้าหมายยังเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพสูง ทำให้ป๊ากเกอร์มั่นใจว่าการเปิดแฟลกชิปสโตร์แห่งนี้ขึ้น จะสามารถมอบโอกาสครั้งสำคัญแก่กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่ชอบความทันสมัย ชื่นชอบให้ความสำคัญแก่การเขียน ได้สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับกับปากการะดับเวิลด์คลาสอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากการเปิดตัวแฟลกชิป สโตร์ขึ้นอย่างเป็นทางการแล้วนั้น ก็ลุยต่อด้วยรูปแบบการส่งเสริมกิจกรรมการตลาดจากการทุ่มงบกว่า 35 ล้านบาท สานต่อแผนการรุกสร้างภาพแบรนด์ให้มีภาพลักษณ์ที่ทันสมัย เคียงคู่กับดีไซน์สุดล้ำ คุณภาพมาตรฐานระดับพรีเมี่ยม โดยในช่วงไตรมาสแรกของปี จะมุ่งเน้นขยายไลน์ผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องหนังและเครื่องประดับที่นำเข้ามาจัดวางและจำหน่าย ในการสร้างทางเลือกให้แก่ลูกค้า รวมถึงเร่งสื่อสารเพื่อตอกย้ำแบรนด์ในฐานะ Affordable Luxury ผ่านทางช่องทางการสื่อสารต่างๆ ทั้งอะโบฟ เดอะไลน์ อย่างนิตยสาร หนังสือพิมพ์ ป้ายโฆษณา สื่อออนไลน์ต่างๆ ตลอดจน บีโลว์ เดอะไลน์
ทั้งนี้ ยังสอดคล้องกับกลยุทธ์ในการทำตลาดในปีนี้ที่จะเน้นเชิงรุกมากยิ่งขึ้น หลังจาก 2 ปีที่ผ่านมาบริษัทได้ทำการรีโนเวทเคาน์เตอร์กว่า 20 สาขาภายใต้คอนเซ็ปต์ “Parker Experience” โดยในปีนี้ยังได้ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องหนังและเครื่องประดับอีกส่วนหนึ่งเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ป๊ากเกอร์มีสัดส่วนยอดขายจากผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องหนังและแอคเซสเซอรี่เพิ่มขึ้นเป็น 10% และสัดส่วนยอดขายจากกลุ่มปากกาอยู่ที่ประมาณ 90% โดยปัจจุบันกลุ่มผลิตภัณฑ์ปากกาป๊ากเกอร์มีจุดจำหน่ายอยู่ทั่วประเทศไทย ทั้งในดีพาร์ทเมนท์สโตร์ที่มีอยู่มากกว่า 250 แห่ง โมเดิร์นเทรดกว่า 100 แห่ง หรือแม้กระทั่งสแตนอะโลนที่มีอยู่กว่า 100 แห่ง
สำหรับในภาพรวมตลาดปากการะดับพรีเมี่ยมในประเทศไทยปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 700 ล้านบาท คาดว่าปีนี้จะสามารถขยายสัดส่วนเพิ่มขึ้นได้อีก 10% หากเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา ซึ่งสำหรับในปี’55 นี้ ป๊ากเกอร์ตั้งเป้าอัตราการเติบโตของยอดขายภายในสิ้นปีนี้ประมาณ 20% ซึ่งจะทำให้ป๊ากเกอร์มีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มสูงขึ้นเป็น 30% หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 250 ล้านบาท โดยยอดจำหน่ายประมาณ 60% มาจากเคาน์เตอร์ในพื้นที่กรุงเทพฯ และที่เหลือ 40% มาจากเคาน์เตอร์ต่างจังหวัด
นายวนพจน์ กล่าวต่อว่า นอกจากการเปิดแฟลกชิปสโตร์ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์แล้ว แผนในปีนี้ยังมองการขยายแฟลกชิปสโตร์เพิ่มเป็น 2 แห่งในประเทศไทย ทำเลการขยายแฟลกชิปนั้นยังคงมองการเปิดในตัวเมืองอย่างกรุงเทพมหานครที่มีทำเลระดับพรีเมียมสโตร์ โดยงบที่ใช้ขยายแฟลกชิปนั้นจะขึ้นอยู่กับขนาดไซด์ของพื้นที่ แต่งบที่จะใช้สำหรับการโปรโมททั้ง 2 สาขานี้ อยู่ที่มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท นับเป็นการลงทุนของบริษัทที่มากที่สุดในรอบ 10 ปี |