ต้องยอมรับว่า ธุรกิจขายตรงในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตอย่างผิดหูผิดตา ไม่ว่าจะเป็น การขยายตัวของธุรกิจ และการแข่งขันที่รุนแรง ทำให้เกิดการช่วงชิงลูกค้าและสมาชิกอย่างเข้มข้น หากธุรกิจขายตรงทั้งเก่า – ใหม่ ไม่รู้จักปรับตัวในสนามรบ หรือปรับยุทธศาสตร์ใหม่ก็จะไม่มีโอกาสฟื้น หลังเผชิญกับสารพัดวิบากกรรมในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น ภาวะน้ำท่วม และผลพวงที่เกิดจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำไปทั่วโลก ส่งผลกระทบมายังประเทศไทยย่อมเกิดภาวะสุ่มเสี่ยงต่อการทำธุรกิจอย่างแน่นอน
ที่สำคัญ ภาคการเมืองของไทย ที่ยัง “แขวนอยู่บนเส้นด้าย” รอวันปะทุขึ้นมาได้ทุกเมื่อ ก็เป็นอีกเหตุการณ์ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งที่จะเข้ามากระทบต่อการทำธุรกิจดังนั้น ธุรกิจขายตรงหลายๆ บริษัทจะต้องเปิดแผนรองรับล่วงหน้า ทั้งในรูปแบบการจัดโปรโมชั่น และจัดงานเกียรติยศเพื่อกระตุ้นให้สมาชิกตื่นตัว ซึ่งการจัดโปรโมชั่น และงานเกียรติยศนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีสายป่านทางด้านการเงินที่ยาวพอควรหากมีสายป่านไม่ยาวพอ ก็จะเกิด “ภาวะช็อกตลาด” แต่ถ้าบริษัทขายตรงที่แข็งแรงและมีสายป่านที่ยาวพอ ก็อาจจะเกิดผลดีต่อธุรกิจเป็นอย่างยิ่ง
ปัจจุบันภาวการณ์การแข่งขันที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง เป็นแรงผลักสำคัญที่ทำให้หลายบริษัทที่มีเงินทุนหนา กล้าที่จะลงทุนเปิดช่องทีวีเป็นของตัวเอง ซึ่งเริ่มต้นต้องใช้งบไม่ต่ำกว่า 15 - 20 ล้านบาท (หากจะให้สมบูรณ์แบบต้องใช้งบประมาณเติมลงไปไม่ต่ำกว่า 20-30 ล้านบาท) เพื่อเปิดสถานีทีวีดาวเทียม ส่วนการผลิตรายการป้อนสถานีให้กับช่อง ตรงนี้จะต้องใช้งบค่าใช้จ่ายต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท เพื่อผลิตรายการให้หลากหลายและครอบคลุมทุกรูปแบบ อาทิ รายการข่าว รายการบันเทิง รายการธุรกิจ รายการสารคดี และรายการอีกหลากหลายรูปแบบ ฯลฯ เพื่อดึงผู้ชมให้เข้ามาชมสถานีมากที่สุด
ล่าสุดมีผู้ประกอบการขายตรงยักษ์ใหญ่ และขนาดกลางหลายค่ายได้เปิดสถานีเป็นช่องทางการสื่อสารที่ทรงอานุภาพที่สุด เพื่อตีตลาดออกสู่สาธารณชน ซึ่งแต่ละค่ายต่างสามารถผลิตยอดขาย และ“สร้างสนามแม่เหล็ก” ดึงคนเข้าร่วมเป็นสมาชิกได้อย่างมากมาย ด้วยรูปแบบที่ไม่ต้องออกแรง ทำให้ “สื่อทีวีดาวเทียม” กลายมาเป็น“ขีปนาวุธที่ทรงอานุภาพมากที่สุด” ในการทำตลาดขายตรงในปัจจุบัน
ถามว่าทำไม? ยักษ์ใหญ่ถึงเริ่มขยับตัวลงสู้ศึกในเวทีนี้อย่างเต็มที่ ทั้งที่ก่อนหน้าแทบจะไม่หันมามองวิธีการทำตลาดของค่ายเล็กแม้แต่น้อย คำตอบที่ได้คือ ปัจจุบันตลาดขายตรงโดนกลืนจาก “ค่ายไบนารี่” ที่เปิดเกมบุกอย่างร้อนแรง และได้ผล ทำให้ขายตรงยักษ์ใหญ่ เริ่มสั่นคลอน ต้องออกมาปกป้องสมาชิกและลูกค้าอย่างเต็มที่ อีกประเด็นที่สำคัญคือ การปรับเปลี่ยนแผนใหม่จาก “ไบนารี่” สู่แผนเดิม “สแตรส์ เต็ป” ดั้งเดิมของบริษัทขายตรงยักษ์ใหญ่น่าจะเป็นช่องทางอย่างหนึ่งให้กับ “แผนไบนารี่” ค่ายยักษ์ที่มีความพร้อมมากกว่า และยืนหยัดอยู่ในภาคสนามมานาน “ไล่ถลุง” ดูดฐานสมาชิกจนเกือบเกลี้ยง ฉะนั้น ทางออกที่ “ค่ายสแตร์สเต็ป” ที่ต้องแก้เกมนั่นก็คือ เทงบก้อนโตเพื่ออัดฉีดและปกป้องฐานสมาชิกไม่ให้กระจายเพื่อดึงให้สมาชิกอยู่ต่อ ไม่ปันใจหนีไปที่อื่น
ที่สำคัญต้องเตรียมแผน 2 รองรับไว้อย่างหนักหน่วง และต้องเป็น “เจ้าบุญทุ่ม” อย่างเต็มที่ มิเช่นนั้น “หางก็จะส่าย” สุดท้ายก็จับไว้ไม่อยู่ แม้ “ผู้นำระดับหัวกะทิ” บริษัทจะสามารถซื้อใจซื้อตัวไว้ได้ แต่ก็ใช่ว่า รายได้จะไม่หดหายตาม นั่นย่อมหมายความว่า “สัญญาณอันตราย” เริ่มคืบคลานเข้ามาอย่างไม่รู้ตัว...!!!
ดังนั้น การเป็น “เจ้าพ่อบุญทุ่ม” ที่ยอมเฉือนเนื้อทุ่มงบซื้อสื่อฟรีทีวี เพื่อรักษาภาพลักษณ์ว่า บริษัทไม่สั่นคลอน หรือ การทุ่มงบเปิดสถานีดาวเทียมช่องใหม่ ก็น่าจะเป็นทางออกให้ผู้ประกอบการขบคิดไม่น้อยว่า จะเลือกเดินทางไหนดี ถึงจะสามารถตรึงใจสมาชิกให้ฐานแตกน้อยที่สุด ซึ่งถ้าทำไม่ได้ การขยายตัวในองค์กรก็ไม่ต่างอะไรกับค่ายขนาดกลางและเล็กที่ไม่มีความพร้อม...และคงต้องนับถอยหลัง รอวัน “โดนดูด” ได้ทุกเมื่อ...!!! |