| |
|
3G เป็นเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายความเร็วสูง อีกทั้งยังสามารถแสดงภาพและเสียงแบบ 3D ได้อย่างสมจริงเปรียบเสมือนการใส่ความรู้สึกของเราเข้าไป ซึ่งเทคโนโลยี 3G ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่โทรศัพท์มือถือเท่านั้น แต่ยังปรากฏในรูปแบบของอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ เช่น Palm Personal Digital Assistant (PDA) และ Smart Phone ทั้งยังรองรับการใช้งานของอุปกรณ์ Air card หรือ Dongle ได้ด้วย
จากการที่เทคโนโลยี 3G มีศักยภาพและประสิทธิภาพมากพอที่จะใช้ในการส่งและรับข้อมูลจากเดิมให้เร็วขึ้น ทำให้ในรอบปีที่ผ่านมา ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 3 ค่าย ไม่ว่าจะเป็น เอไอเอส ดีแทค และทรู เริ่มเดินสายโปรโมทบริการ 3G กันอย่างคึกคัก แม้ว่าโครงข่ายในการให้บริการจะยังไม่ได้เป็น 3G เต็มรูปแบบก็ตาม โดยเป็นการให้บริการในย่านความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ และ 900 เมกะเฮิรตซ์ ทว่าก็ถือเป็นการปูพรมการรับรู้ผู้บริโภค และชิมลางก่อนการแข่งขันบนเวทีใหญ่ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์
หากเทียบฟอร์มผู้บริการโทรศัพท์ระบบ 3G ดูเหมือนว่ากลุ่มทรูจะได้เปรียบรายอื่นมากสุด เพราะหลังจากเข้าซื้อกิจการ บริษัท ฮัทชิสิน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย จำกัด ผู้ให้บริการซีดีเอ็มเอในพื้นที่ภาคกลาง และเซ็นสัญญาเพื่อให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ HSPA ร่วมกับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ก็มีการเข็นโฆษณาแบรนด์ใหม่ “ทรูมูฟ เอช” พร้อมแคมเปญการทำตลาด 3G นำร่องไปก่อนหน้า แถมยังตั้งเป้าจะเพิ่มฐานลูกค้าเป็น 4 ล้านรายในปีนี้ จากปัจจุบันที่มี 4 แสนราย
แม้ทรูจะออกตัวไปก่อน แต่เวทีนี้ เรียกได้ว่ายังเพิ่งเริ่ม และมีโอกาสสำหรับทุกค่าย แม้แต่ กสท.ซึ่งเป็นคู่สัญญาและคู่สัมปทานกับกลุ่มทรูเองก็เช่นกัน ถ้าดูคุณภาพ 3G แต่ละรายคงไม่ต่างกันมากนัก สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่า ใครจะสามารถเข้าถึง และดึงลูกค้าให้เข้ามาใช้เครือข่ายของตนเองได้มากกว่ากัน
ด้วยเหตุนี้ ทำให้ CAT ไม่รอช้าพรอ้มเดินหน้าลงสนามรบทันที เพราะเมื่อย่างเข้าสู่เดือนแรกของปี’55 ก็เริ่มเปิดตัวบริการไร้สายระบบ 3G เต็มรูปแบบภายใต้แบรนด์ใหม่ “my” หลังทดลองตลาดอย่างไม่เป็นทางการกับพนักงาน CAT ในปีที่ผ่านมาจนมั่นใจ พร้อมตั้งเป้าจะมีฐานลูกค้าถึง 6 แสนรายในสิ้นปี จากปัจจุบันที่มีลูกค้าประมาณ 4.000 ราย
สิ่งที่ทำให้ CAT มั่นใจว่าลูกค้าจะเข้ามาใช้บริการ my ก็คือ ความได้เปรียบในการเป็นเจ้าของโครงข่าย ทำให้ต้นทุนต่ำกว่าคู่แข่ง และสามารถทำราคาแข่งกับเอกชนได ้อีกทั้งยังครอบคลุมพื้นที่ให้บริการมากสุด โดยปัจจุบันมีสถานีฐาน 5,000 สถานีฐาน และจะเพิ่มเป็น 14,000 สถานีฐานในเดือนธันวาคมศกนี้ เพื่อให้โครงข่ายครอบคลุม 90% ของประชากร คลุมพื้นที่ให้บริการกว่า 70 จังหวัด
อีกทั้งในเรื่องของราคาและโปรโมชั่นที่ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า แต่ละกลุ่มเป็นอีกจุดที่ CAT มั่นใจว่าจะสามารถดึงลูกค้าให้เข้ามาทดลองใช้บริการ เพราะการมีต้นทุนโครงข่ายที่ต่ำ ทำให้สามารถพัฒนารูปแบบและอัตราค่าใช้บริการได้ในนราคาที่คุ้มค่ามากกว่า
อย่างไรก็ดีการใช้เทคโนโลยี 3G มีประโยชน์ทั้งทางดีและไม่ดี แต่ส่วนหนึ่งก็คือสามารถช่วยในการประหยัดทรัพยากรธรรมชาติ เนื่องจากใช้เทคโนโลยีแทนกระดาษ ช่วยในการเห็นบุคลิก หน้าตา สถานที่มีมิจฉาชีพเข้าไปแฝงตัวอยู่ ช่วยสร้างความใกล้ชิดรู้จักคุ้นเคยกับบุคคลที่รู้จักและไม่รู้จักด้วยการพูดคุย ช่วยลดการเดินทางโดยไม่จำเป็น เพราะส่งข้อมูลผ่านเครือข่าย 3G เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ที่ไมมี่ที่สิ้นสุด และทำให้ชีวิตประจำวันสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตัวมนุษย์เองว่าจะใช้เทคโนโลยีไปในทางไหนมากกว่ากัน
|
|
|