| |
|
จับตาภาคอุตสาหกรรมลุยเร่งฟื้นความเชื่อมั่น หวังอุดรอยรั่วในทุกอุตสาหกรรม หลังรับผลกระทบจากวิกฤติน้ำท่วม ขณะที่ภาคอุตสาหกรรม ต่างรวมตัวเร่งโกยยอดดูดเม็ดเงิน หล่อเลี้ยงไทย... “สสปน.” เตรียมสร้างศักยภาพ อุตสาหกรรมไมซ์ รับการแข่งขันที่จะรุนแรงมากขึ้นหลังจากการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ปีนี้ตั้งเป้าโกยนักท่องเที่ยวจากนอก 750,000 คน มูลค่าเม็ดเงิน 60,120 ล้านบาท...ขณะที่ด้านอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ปีนี้เตรียมยิ้มรับเม็ดเบี้ย ผลพวงจากวิกฤติน้ำ ส่งผลให้โรงงานแห่กันสั่งแม่พิมพ์ใหม่เข้าทดแทน ของเดิมที่เสียหายและจมน้ำ
จากกรณีสหรัฐฯ ออกมาประกาศเตือนการก่อการร้ายในประเทศไทยโดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยว…ได้ทำเอาเหล่าบรรดาสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯ ถึงกับเครียดกุมขมับไปหลายตลบเพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติยกเลิกการเดินทางอย่างกะทันหัน... ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย ในช่วงไฮซีซั่น
มิหนำซ้ำ การประกาศเตือนภัยเหตุก่อการร้ายต่างๆ นานาจากประเทศเพื่อนบ้าน ยิ่งส่งผลกระทบด้านจิตวิทยาของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ต้องปรับเปลี่ยนกำหนดการเดินทาง ยกเลิกเข้ามาท่องเที่ยวในไทยทันที โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากประเทศแถบเอเชีย ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวฐานใหญ่ของไทย
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้รัฐบาลต้องมีมาตรการเร่งด่วนสำหรับการป้องกันความปลอดภัย พร้อมกับการปกป้องในชื่อเสียงของประเทศไทยที่ส่งกลิ่น “เหม็นสาบ” ไปยังต่างประเทศให้เกิดการตื่นตระหนกแก่นักท่องเที่ยว จนไทยชื่อเสียงยับ ขณะนี้เหตุการณ์คลี่คลายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...ซึ่งในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นเพียงแค่การปล่อยข่าวและยังไม่ได้เกิดขึ้นจริง
ทั้งนี้ หากเหตุการณ์ก่อการร้ายเกิดขึ้นจริงตามคำเตือนของทางการสหรัฐฯ จะก่อความเสียหายร้ายแรงต่อภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย มากกว่าสถานการณ์ความขัดแย้งภายในประเทศหลายเท่าตัวแน่! เช่น กรณีการก่อการร้ายในบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย มีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่งผลกระทบให้นักท่องเที่ยวหายไปนานกว่า 2 ปี
หลังการเตือนเหตุก่อการร้ายในครั้งนี้ จึงนับเป็นงานที่หนักหน่วงของการท่องเที่ยวไทยที่จะสร้างการรับรู้ถึงความปลอดภัยในการเข้าท่องเที่ยวประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวพร้อมเม็ดเงินเข้าหล่อเลี้ยง…ซึ่งไม่เพียงแค่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเท่านั้นที่จะต้องหามาตรการสำหรับเรียกเม็ดเงินในครั้งนี้อุตสาหกรรมในทุกภาคส่วนเองก็จะเป็น กำลังสำคัญที่จะเร่งปั่นเงินเข้าช่วยเหลือไทย ในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้
ดันตลาดไมซ์ไทย สร้างศักยภาพ
เรียกใจนักเดินทาง 7.5 แสนคน
สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์กรมหาชน) หรือ สสปน. จึงเร่งผลักดันกระตุ้นแผนพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ไทยให้แข็งแกร่ง พร้อมดึงงานระดับโลกเข้ามาเรียกเม็ดเงินเข้าหล่อเลี้ยงชาติไทย เตรียมพร้อมรับการแข่งขันที่จะรุนแรงมากขึ้นหลังจากการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
โดยปีนี้ สสปน. ยังคงรุกงานไมซ์ระดับโลก สานต่อการดึงงานมหกรรมโลก เวิลด์ เอ็กซ์โป 2020 ที่เตรียมผลักดันโครงการนี้ให้เป็นวาระแห่งชาติ จนทุกภาคส่วนทั้งรัฐและเอกชนจะนำไปสื่อสารร่วมกัน ประชาสัมพันธ์ประเทศไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อฟื้นภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นให้แก่ประเทศไทยกลับมาอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม การเป็นเจ้าภาพจัดงานยิ่งใหญ่ระดับโลก“งานประชุมใหญ่ โรตารีสากล ปี 2555” ปีนี้ คงสร้างความภูมิใจแก่คนไทยได้ไม่น้อย ซึ่งไทยเองก็ได้รับคัดเลือกจากโรตารีสากลให้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมเป็น ครั้งแรก เนื่องจากมีความพร้อมทั้งด้านทำเล ที่ตั้งที่เป็นศูนย์กลางการบิน จากนโยบายของรัฐบาลที่จะส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมไมซ์ ตลอดจนสถานที่จัดประชุมที่มีความพร้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกตามหลักเกณฑ์ที่โรตารีสากลกำหนด
งานประชุมใหญ่โรตารีสากล ที่จะจัดขึ้นครั้งนี้นับเป็นวาระสำคัญของโรแทเรียนทั่วโลก ที่จัดขึ้นเป็นประจำ ทุกปี มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเครือข่ายแห่งมิตรภาพในการบำเพ็ญประโยชน์ร่วมกันตามอุดมการณ์ของโรตารี โดยมีสมาชิกโรตารีจากทั่วโลกมาประชุมเพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน สำหรับงานประชุมในปีนี้จึงนับเป็นครั้งที่ 103
นายอรรคพล สรสุชาติ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (องค์กรมหาชน) หรือ สสปน. ฐานะเจ้าภาพร่วมในการจัดงานครั้งนี้ กล่าวว่า การผลักดันให้ไทยได้รับสิทธิ์ของการเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมระดับนานาชาติ นับเป็นพันธกิจหลักของ สสปน. ที่จะมุ่งส่ง เสริมอุตสาหกรรมไมซ์ให้เป็นหนึ่งในธุรกิจหลักที่จะสร้างรายได้และขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ
การประชุมโรตารีสากล เป็นการประชุมใหญ่ระดับโลกที่มีสมาชิกเป็นนักธุรกิจ และผู้ที่อยู่ในสาขาวิชาชีพต่างๆ จากทั่วโลกมารวมกัน ซึ่งเป็นการฟื้นฟูความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของประเทศได้ ในช่วงวิกฤตการณ์ของประเทศที่ผ่านมา และเป็นการนำเสนอประเทศไทยในมุมมองที่แตกต่างจากเดิม ผ่านแคมเปญ “Believe in Thailand มั่นใจเมืองไทยพร้อม”
สสปน. ฐานะตัวแทนภาครัฐได้และผู้สนับสนุนทางการเงิน ได้ทำหนังสือแจ้งข้อเสนอให้การสนับสนุนทางการเงินในวงเงิน 270 ล้านบาท รองรับผู้เข้าร่วมประชุมใหญ่โรตารีสากลประจำปี 2555 สูงถึง 38,000 คน จาก 168 ประเทศทั่วโลก ซึ่งคาดว่าจะนำรายได้เข้าสู่ประเทศได้มากกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งมีส่วนช่วยในการส่งเสริมภาพรวมการเติบโตในอุตสาหกรรมไมซ์ปี 2555 ที่ สสปน. ตั้งเป้าผู้เดินทางกลุ่มไมซ์ 750,000 คน และสร้างเม็ดเงินให้กับประเทศกว่า 60,120 ล้านบาท
นอกจากงาน “งานประชุมใหญ่ โรตารีสากล ปี 2555” แล้วปีนี้ สสปน. มีแผนเดินสายโปรโมทอุตสาหกรรมไมซ์ ไปในกิจกรรมส่งเสริมการตลาด งานเทรดโชว์ไปยัง 10 ประเทศ และโรดโชว์ จำนวน 6 ประเทศ ในกลุ่ม ตลาดระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ เพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักเดินทางกลุ่มไมซ์ที่มีต่อไทยมากยิ่งขึ้น
“สำ หรับภาพรวมอุตสาหกรรมไมซ์นานาชาติของประเทศไทยในปี 2555 นั้น สสปน. คาดว่าจะมีสัดส่วนมูลค่าต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวถึง 9.49% และคิดเป็นสัดส่วนมูลค่าต่อGDP 0.58% มีมูลค่าใช้จ่ายต่อหัวต่อทริป 80,160 บาท ซึ่งทางสสปน. ยังคงรักษาเป้าเดิม คือนักเดินทางกลุ่มไมซ์ในประเทศจำนวน 1.9 ล้านคน สร้างเม็ดเงินมูลค่า 10,000 ล้านบาท และนักเดินทางกลุ่มไมซ์ชาวต่างชาติ จำนวน 750,000 คน สร้างเม็ดเงิน
60,120 ล้านบาท แบ่งเป็นการประชุมนานาชาติ ครองสัดส่วน 42% การประชุมองค์กร 28% การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล 17% และการแสดงสินค้านานชาติ 13%”
“แม่พิมพ์” ยิ้มรับเบี้ยหลังวิกฤติ
เตรียมแผนส่งออกแถบอาเซียน
ด้านอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ปีนี้เตรียมยิ้มรับเม็ดเบี้ย ผลพวงจากวิกฤติน้ำท่วมส่งผลให้โรงงานแห่กันสั่งแม่พิมพ์ใหม่เข้าทดแทน ของเดิมที่เสียหายและจมน้ำ ด้านนายวิโรจน์ ศิริธนาศาสตร์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ไทย กล่าวว่า ในปี 2555 คาดการณ์ว่าการผลิตแม่พิมพ์ในประเทศไทยจะเติบโตเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับปี 2554 หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 32,000 ล้านบาท สูงขึ้นจากปีก่อนที่มีมูลค่าราว 28,000 ล้านบาท เนื่องจากผลพวงวิกฤติน้ำที่ทำให้โรงงานจำนวนมากถูกน้ำท่วม จนแม่พิมพ์เกิดความเสียหายจึงจำต้องสั่งซื้อแม่พิมพ์ให้ทดแทนตัวเดิม
“ในปี 2555 แม่พิมพ์ไทยจะมีการผลิตมากขึ้น ตลาดในประเทศมีแนวโน้มขยายตัวดี อันเป็นผลมาจากปัจจัยสำคัญ 3 เรื่อง คือ 1. ความต้องการซื้อแม่พิมพ์ใหม่เพื่อทดแทนแม่พิมพ์ที่เสียหายจากน้ำท่วม 2. อุตสาหกรรมยานยนต์ยังเติบโต และจะมีโมเดลรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่ทยอยเปลี่ยนในตลาดอย่างต่อเนื่อง และ 3. กลุ่มทุนจากเมืองเซนได ประเทศญี่ปุ่นที่ได้รับความเสียหายจากภัยสึนามิเมื่อต้นปี 2554 ที่ผ่านมายังคงมีแนวโน้มกระจายความเสี่ยงเข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย เนื่องจากมีความแข็งแกร่งในคลัสเตอร์อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ ซึ่งหากกลุ่ม
บริษัทญี่ปุ่นย้ายเข้ามาตั้งฐานผลิตในไทยก็จะทำให้มีความต้องการใช้แม่พิมพ์มากขึ้น”
นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของการส่งออกอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ไทยปีนี้จะพยายามเพิ่มสัดส่วนในการส่งออกมากขึ้น โดยตั้งเป้ามูลค่าการส่งออกในปี’55 นี้ เพิ่มขึ้นเป็น 2,000 ล้านบาท จากปัจจุบันมีมูลค่าส่งออกเฉลี่ยเพียง 1,000 ล้านบาท แผนการผลักดันการส่งออกคือการนำผู้ประกอบการไทยไปโรดโชว์ในประเทศเป้าหมาย โดยเฉพาะตลาดในแถบอาเซียน ได้แก่ เวียดนามและอินโดนีเซีย ซึ่งมีการเติบโตของตสาหกรรมยานยนต์ที่น่าสนใจ โดยทางสมาคมได้มีการนำผู้ประกอบการไปร่วมงานแสดงสินค้าเครื่องจักรกลและโลหะ เป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว และที่ผ่านมาก็ได้รับการตอบรับที่ค่อนข้างดีจากลูกค้า ในกลุ่มอุตสาหกรรมสนับสนุนของอุตสาหกรรมยานยนต์
นอกจากนี้ยังมีตลาดอื่นที่น่าสนใจและสมาคมอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ไทยอยู่ระหว่างการวางแผนนำผู้ประกอบการเดินทางไปโรดโชว์ศึกษาลู่ทางการค้าภายในปีนี้ มี 2 ประเทศ คือ ปากีสถาน ซึ่งเป็นประเทศที่มีแรงงานจำนวนมาก ที่สำคัญคือมีกลุ่มทุนจากเกาหลีใต้ไปลงทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์และชิ้นส่วนพลาสติกอยู่แล้วพอสมควร ดังนั้น มองว่าน่าจะมีความต้องการแม่พิมพ์ค่อนข้างมาก
ส่วนอีกประเทศหนึ่งที่คือ ประเทศแอฟริกา ที่กำลังเป็นตลาดใหม่ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนญี่ปุ่น ที่เริ่มเข้าไปลงทุนผลิตรถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อทั้งนี้ สถิติตลาดส่งออกแม่พิมพ์ที่สำคัญของไทย อันดับหนึ่งคือ ประเทศญี่ปุ่น ครองสัดส่วนประมาณ 80-85% ของมูลค่าการส่งออกแม่พิมพ์ของไทย รองลงมาเป็นประเทศอินโดนีเซีย ที่ก่อนหน้านี้มีสัดส่วนประมาณ 8% ของมูลค่าการส่งออก แต่ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่ได้ไปเปิดตลาดและเจรจาจับคู่ธุรกิจในงาน MACHINE TOOL INDONESIA 2010 ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ประเมินว่าปัจจุบันสัดส่วนการส่งออกไปยังอินโดนีเซียน่าจะเพิ่มเป็น 15% ของมูลค่าการส่งออกแม่พิมพ์ไทย |
|
|