314 16 - 29 กุมภาพันธ์ 2555      
   
 
 
               
   

‘TCELS’ ผนึกกำลัง4หน่วยงาน
เร่งสร้างเครือข่ายบริการระดับชาติ

   
               
   

 “TCELS” จับมือ 4 หน่วยงาน กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดี สถาบันวิจัยจีโนมริเก้นประเทศญี่ปุ่น จัดประชุมเครือข่ายเภสัชพันธุศาสตร์ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หวังใช้เวทีนี้ขยายผลสร้างเครือข่ายบริการในภาพรวมระดับนานาชาติ
นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวในงานการประชุมนานาชาติ “1st South East Asian Pharmacogenomics Research Network” ว่า เภสัชพันธุศาสตร์ ถือเป็นเทคโนโลยีแนวใหม่ในยุคจีโนมิกส์ที่กำลังได้รับความสนใจทั่วโลก เนื่องจากเป็นการศึกษาที่ทำให้ทราบถึงลักษณะทางพันธุกรรมที่บ่งบอกถึงการตอบสนองต่อยาของแต่ละบุคคล การจัดประชุมเพื่อสร้างเครือข่ายเภสัชพันธุศาสตร์ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งนี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะได้รับฟังความคืบหน้า และแบ่งปันประสบการณ์ด้านการวิจัยในสาขานี้จากนักวิจัยชั้นนำจากประเทศต่างๆ ที่ได้ศึกษางานด้านเภสัชพันธุศาสตร์มาอย่างต่อเนื่องอีกทั้งยังสามารถนำไปสู่การเชื่อมโยงเครือข่ายบริการในระดับนานาชาติอีกด้วย
ด้านนายสุริยัน ปานเพ็ง ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) ยังกล่าวเสริมอีกว่าTCELS ได้ร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ดำเนินโครงการเภสัชพันธุศาสตร์ตั้งแต่ปี 2548 โดยเห็นว่า โครงการดังกล่าว จะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างมาก เนื่องจากเป็นการศึกษาถึงพันธุกรรมต่อการตอบสนองของยาแต่ละบุคคล เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และประหยัดงบประมาณให้กัประเทศชาติจากการใช้ยาแบบลองผิดลองถูกเหมือนในอดีตที่ผ่านมา
ส่วนทางด้านรศ.ดร.วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าหน่วยไวรัสวิทยา และห้องปฏิบัติการเภสัชพันธุศาสตร์และการรักษาเฉพาะบุคคล ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ในฐานะผู้อำนวยการโครงการเภสัชพันธุศาสตร์ กล่าวว่า การวิจัยด้านจีโนมเดิมจำกัดวงเฉพาะในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการวิจัยสูงมาก
ในปี พ.ศ. 2554 การถอดรหัสพันธุกรรมเฉพาะบุคคลมีค่าใช้จ่ายสูงถึงประมาณ 500,000 บาท ดังนั้นข้อมูลจีโนมส่วนใหญ่จึงเป็นของประชากรในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งบางส่วนไม่สามารถนำมาใช้เป็นตัวแทนของกลุ่มประชากรอาเซียนได้ จากการศึกษาระดับจีโนม พบว่า ข้อมูลจีโนมของคนอเมริกัน ยุโรป แอฟริกัน จีนแผ่นดินใหญ่ญี่ปุ่น เกาหลี มีความแตกต่างกับกลุ่มประชากรของประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ประเทศไทย
รศ.ดร.วสันต์ กล่าวต่ออีกว่า ปัจจุบันค่าใช้จ่ายในการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมของมนุษย์ลดลงอย่างมาก เหลือเพียง $1,000 หรือประมาณ 30,000 บาทต่อราย และยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้กลุม่ ประเทศทกี่ ำลังพัฒนาเรมิ่ มีศักยภาพในการศึกษาวิจัยด้านจีโนมของตนเอง ประกอบกับความหลากหลายทางชีวภาพ ไม่ว่าจะเป็นทาง
ด้านประชากรมนุษย์ สัตว์ พืช และจุลชีพ อันจะเป็นจุดแข็งในการวิจัยระดับจีโนม อาทิ ทางเภสัชพันธุศาสตร์ในกลุ่มประเทศอาเซียนร่วมกัน เนื่องจากมีความหลากหลายทางพันธุกรรมที่ใกล้เคียงกัน และจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาแนวทางการตรวจวินิจฉัยและการแปลผลทางเภสัชพันธุ์ศาสตร์ที่เฉพาะเจาะจงกับกลุ่มประชากรอาเซียนจำนวน 560 ล้านคน ทดแทนการใช้ข้อมูลของประเทศนอกภูมิภาค ซึ่งอาจส่งผลให้การแปลผลมีความคลาดเคลื่อนหรือผิดพลาดเนื่องจากความแตกต่างในระดับจีโนมโดยการจัดงานในครั้งนี้ จัดขึ้นโดย 4 หน่วยงานหลัก คือ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และสถาบันวิจัยจีโนมริเก้น ประเทศญี่ปุ่น โดยมีคณะผู้บริหารกระทรวงวิทยาศาสตร์ นักวิจัยชั้นนำด้านเภสัชพันธุศาสตร์จากประเทศญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน มาเลเชีย อินโดนีเชีย และประเทศไทยร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง